ไลฟ์สไตล์

กินอาหารพื้นบ้านไทย ได้คุณค่ามากกว่า

กินอาหารพื้นบ้านไทย ได้คุณค่ามากกว่า

04 ก.ค. 2557

ดูแลสุขภาพ : กินอาหารพื้นบ้านไทย ได้คุณค่ามากกว่า

 
                         โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรจัดเสวนา “อาหารพื้นบ้านไทย คุณค่าที่มากกว่า 5 หมู่” แนะให้ประชาชนได้รู้จักเรื่องของทฤษฎีธาตุเจ้าเรือน เพื่อการเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับตนเอง เหมาะสมกับเพศ วัย ฤดูกาล และสามารถนำความรู้ไปใช้ในการดูแลสุขภาพให้สมดุล แข็งแรง และพึ่งพาตนเองได้ 
 
                         เนื่องจากอาหารเป็นปัจจัยที่ 4 ในการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์ ช่วยให้พลังงาน สร้างการเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และทำให้กลไกต่างๆ ของร่างกายสามารถทำหน้าที่ได้เป็นปกติ ในทางตรงกันข้ามอาหารก็สามารถนำมาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บ จากการรับประทานอาหารที่ขาดความเหมาะสม ทั้งปริมาณและคุณภาพก่อให้เกิดโรค และเกิดภาวะมีบุตรยาก ภาวะกระดูกพรุน เป็นต้น 
 
                         ภญ.ดร.สุภาพร ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า “แนวคิดเรื่องอาหาร โดยทั่วไปมีประมาณ 4 แนวคิด ได้แก่ แนวคิดเรื่องอาหารหลัก 5 หมู่, แนวคิดเรื่องอาหารฟังก์ชัน, แนวคิดเรื่องอาหารสุขภาพ และแนวคิดเรื่องอาหารตามธาตุ 
 
                         สำหรับแนวคิดเรื่องอาหารหลัก 5 หมู่นั้น เป็นแนวคิดหลักด้านอาหารที่คนทั่วไปทราบกันดี โดยมีองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สนับสนุน ดังนั้น เมื่อวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าขึ้น จึงมีความรู้ใหม่ๆ ด้านโภชนาการเกิดขึ้นตลอดเวลา
 
                         แนวคิดเรื่องอาหารฟังก์ชัน เป็นอาหารที่มีการเติมส่วนผสมใหม่ หรือเพิ่มส่วนผสมที่มีอยู่แล้ว เพื่อเพิ่มความสามารถของกลไกในร่างกายในการดูแลสุขภาพหรือป้องกันโรค เช่น ปรับปรุงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย, ปรับปรุงระบบและสภาพการทำงานของร่างกาย, ชะลอการเสื่อมโทรมของอวัยวะต่างๆ จากการสูงอายุ, ป้องกันโรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะโภชนาการผิดปกติ, บำบัดหรือลดอาการของโรคที่เกิดจากความผิดปกติของร่างกาย
 
                         แนวคิดเรื่องอาหารสุขภาพ อาหารแม็คโครไบโอติก นายแพทย์ญี่ปุ่นชื่อ ซาเกน อิซิซูกะได้สร้างทฤษฎีโภชนาการและยาขึ้น โดยอาหารของแม็คโครไบโอติกจะเป็นการรับประทานอาหารให้สอดคล้องกับสภาวะของหยินและหยางในธรรมชาติที่เปลี่ยนไป ตามกาลเวลาและสถานที่ เป็นแนวคิดที่มีพื้นฐานมาจากศาสนาพุทธนิกายเซน มีความละเอียดลึกซึ้ง แต่กับคนไทยแล้วอาจจะยุ่งยากในการจัดเตรียมและรสชาติอาจไม่เป็นที่พึงพอใจเท่าใดนัก อาหารชีวจิต เป็นแนวคิดการรับประทานอาหารที่ต้องมีอาหารประเภทแป้งซึ่งไม่ขัดขาว รับประทาน 50%, ผัก เน้นไม่ใช้สารเคมี ซึ่งปริมาณที่รับประทานควรเป็นหนึ่งในสี่หรือ 25% ของปริมาณอาหารที่กินในแต่ละมื้อ และถั่ว รับประทาน 15% ของแต่ละมื้อ ทั้งนี้ จะใช้โปรตีนจากสัตว์เป็นครั้งคราว คือ ไข่ ปลา และอาหารทะเล สัปดาห์ละ 1-2 มื้อ นอกจากนี้ ยังมีของขบเคี้ยว เช่น งาสด และงาคั่ว ถั่วคั่ว เมล็ดฟักทอง เมล็ดแตงโม เมล็ดดอกทานตะวัน ผลไม้สด ต้องเป็นผลไม้ที่ไม่หวานจัด เช่น ฝรั่ง มะละกอห่าม มะม่วงดิบ พุทรา รับประทาน 10% ของแต่ละมื้อ
 
                         ส่วนแนวคิดเรื่องอาหารตามธาตุ เกิดจากกระแสการพัฒนาการแพทย์แผนไทยที่พยายามประยุกต์เอาทฤษฎีการแพทย์แผนไทย มาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยมุ่งเน้นให้คนแต่ละคนรู้จักธาตุของตัวเอง เช่น ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ควรบริโภคอาหารประเภทไหน มนุษย์เราประกอบขึ้นด้วยธาตุ ดิน 20 น้ำ 12 ลม 6 ไฟ 4 พึงบำรุงให้บริบูรณ์ สรรพสิ่งที่อยู่ในโลกนี้ ทั้งพืช สัตว์ ต่างประกอบขึ้นด้วยธาตุ ซึ่งมีสัดส่วนของธาตุแตกต่างกันไป เช่น พริกไทย มีธาตุไฟกับธาตุดิน แตงกวามีธาตุน้ำกับธาตุดิน เป็นต้น แล้วนำสรรพสิ่งเหล่านั้นใช้ในการปรับธาตุของตัวเราให้เป็นปกติ 
 
                         แต่สำหรับ วิถีอาหารพื้นบ้านไทย และแนวคิดของหมอยาพื้นบ้านนั้น มีทั้งสิ่งที่สอดคล้องและแตกต่างจากอาหารหลัก 5 หมู่ คือ
 
                         1.อาหารพื้นบ้านไทยมีความครบถ้วนตามอาหารหลัก 5 หมู่ คือ มีคาร์โบไฮเดรตจากข้าว มีโปรตีนจากปลา มีน้ำมันและไขมันจากะทิ ถั่ว งา มีพืชผักนานาเป็นแหล่งวิตามินและเกลือแร่
 
                         2.อาหารพื้นบ้านไทยต้องรับประทานผัก เพื่อไปทำให้ธาตุดินมีความบริบูรณ์ เนื่องจากในธาตุดิน 20 ส่วนนั้น มี 2 ส่วน คือ กะรีสัง (อาหารเก่า) อุทริยัง (อาหารใหม่) ถ้าไม่มีอาหารที่มีกากใย ธาตุดินก็จะไม่บริบูรณ์ 
 
                         3.อาหารพื้นบ้านไทยต้องมีเครื่องเทศ เพราะเครื่องเทศจะไปทำให้การย่อยอาหารดีขึ้น ช่วยกำจัดสารพิษ ช่วยในการบีบตัวของลำไส้ ทำให้การย่อย การดูดซึม และการขับถ่ายเป็นปกติ
 
                         4.อาหารพื้นบ้านไทยให้ความสำคัญกับอาหารหมัก ปัจจุบันสามารถอธิบายได้ว่า คือการเพิ่มจำนวนของโปรไบโอติกและพรีไบโอติก นอกจากนี้ ความเปรี้ยวจากอาหารหมักยังให้กรดออร์กานิกโมเลกุลสายสั้นๆ ซึ่งมีคุณสมบัติในการซ่อมแซมผนังลำไส้
 
                         5.อาหารพื้นบ้านไทยให้ความสำคัญกับธรรมชาติของคน ของเพศ ของวัย เช่น กระจับจะเหมาะกับวัยเด็ก ผู้หญิง และผู้สูงอายุ เพราะกระจับ แห้ว งา เป็นพืชพรรณมีความชุ่มชื้น มีความอบอุ่น มีความมัน อันจำเป็นในการเสริมความเป็นการเจริญเติบโตในเด็ก รวมทั้งทารกในครรภ์ ส่งเสริมความเปล่งปลั่งและความหล่อลื่นชุ่มชื้นในผู้หญิง ช่วยลดความเหี่ยวแห้งในผู้สูงอายุ การที่สังคมสมัยใหม่ละเลยก็อาจทำให้เกิดภาวะขาดการเสริมสร้าง มีบุตรยาก กระดูกพรุน ลมกำเริบได้ง่าย วิตกกังวล เป็นต้น
 
                         6.อาหารพื้นบ้านที่แท้จริงแล้วมาจากความเคารพในธรรมชาติ ความเป็นเกษตรอินทรีย์ อาหารธรรมชาติจึงเป็นคำตอบของการมีสุขภาพดี 
 
                         จะเห็นได้ว่าในอาหารพื้นบ้านไทยนั้น เป็นวิถีที่อาจไม่มีคำอธิบายเป็นทฤษฎีที่ชัดเจน แต่กลับมีอยู่ในทุกแนวคิดของอาหารที่กล่าวมา ดังนั้น หากคนไทยหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองโดยการกินอาหารพื้นบ้านไทย ก็จะทำให้มีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงได้ และที่สำคัญคุณค่าที่ได้นั้นย่อมมีมากเพียงแค่การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ อย่างแน่นอน
 
 
 
 
สอบถามรายละเอียดได้ที่
 
โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
 
โทร.0-3721-1289