ไลฟ์สไตล์

ชู 4 มาตรการแก้ปัญหาผลไม้ล้นตลาด

ชู 4 มาตรการแก้ปัญหาผลไม้ล้นตลาด

04 ก.ค. 2557

ทำมาหากิน : ชู 4 มาตรการแก้ปัญหาผลไม้ล้นตลาด เตรียมรับมือผลผลิต 'เหนือ-ใต้' ทะลัก : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 
                         แม้ผลไม้ในภาคตะวันออกจะย่างเข้าสู่ช่วงปลายฤดู ทว่าหลังจากนี้ไปผลผลิตจากภูมิภาคอื่นๆ จะทยอยออกมาประมาณเดือนกรกฎาคมเป็นต่อไป ไม่ว่าจะเงาะ มังคุด ทุเรียน ลองกองในภาคใต้ หรือลิ้นจี่และลำไยในภาคเหนือ ซึ่งเป็นช่วงที่มีผลไม้ออกสู่ตลาดมากที่สุด ส่งผลให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะหน่วยงานหลักในการดูแลเรื่องผลผลิตต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะไม่อยากให้เกษตรกรต้องมีความเดือดร้อนจากปัญหาผลผลิตที่ล้นตลาดหรือขายไม่ได้ราคา 
 
                         วิมล จันทรโรทัย รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ว่าที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ ได้ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาผลไม้ของประเทศอย่างใกล้ชิด พร้อมจับตาเป็นพิเศษกับผลไม้ที่ออกมาตามฤดูกาลในแหล่งผลิตต่างๆ โดยเน้นการแก้ปัญหาระยะยาวแบบยั่งยืน พร้อมทั้งได้มีการตั้งอนุกรรมการคอยติดตามเป็นรายตัว ทำหน้าที่ศึกษาและประเมินสถานการณ์การผลิตและปริมาณความต้องการของตลาดของผลไม้ทั้งระบบ เพื่อนำไปวางแผนการปลูกให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและการกำหนดโซนนิ่งในอนาคตให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และจะได้แก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาดจนนำมาสู่ผลผลิตราคาตกต่ำในระยะยาว 
 
                         “หนึ่งในมาตรการสำคัญในการแก้ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ อันเนื่องมาจากมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก คือการพัฒนาระบบการบริหารจัดการผลผลิตของผลไม้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมให้เกษตรกรเร่งพัฒนาคุณภาพผลผลิตของตัวเองเข้าสู่ระบบจีเอพีให้มากขึ้น” 
 
                         วิมลระบุอีกว่า ในประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ กระทรวงเกษตรฯ ยังได้หารือร่วมกับผู้แทนจังหวัดทั้ง 3 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ระยอง และตราด ในการปรับปรุงแก้ไขรายละเอียดในแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2557 โดยมีเป้าหมายบริหารจัดการผลผลิตส่วนเกินจำนวน 41,820 ตัน ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) รวมทั้งสิ้น 109,889,540 บาท ประกอบด้วย 4 มาตรการ คือ 1.บริหารจัดการคุณภาพผลผลิต 2.กระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต 3.เน้นการส่งเสริมการแปรรูป และ 4. เร่งประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการบริโภคผลไม้ โดยผ่านสื่อต่างๆ พร้อมจัดคาราวานผลไม้กระจายสู่อำเภอต่างๆ ในจังหวัดปลายทางและส่งเสริมการบริโภคผลไม้ในต่างประเทศ โดยมีเป้าหมาย 5 ประเทศ คือ พม่า เวียดนาม กัมพูชา ลาว และบรูไน
 
                         รองปลัดกระทรวงเกษตรเผยต่อว่า นอกจากการให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาผลไม้ในพื้นที่ภาคตะวันออกแล้วขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ กำลังจับตาและติดตามสถานการณ์ผลไม้ในพื้นที่ต่างๆ ที่กำลังทยอยออกสู่ตลาดในหลายพื้นที่อีกด้วย อาทิ ผลไม้ภาคเหนือ ซึ่งขณะนี้มีผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญ คือ ลิ้นจี่ และลำไย โดยการผลิตลิ้นจี่ 4 จังหวัด พบว่ามีผลผลิตประมาณ 57,291 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 11,090 ตัน คิดเป็นร้อยละ 24 เนื่องจากปีนี้มีอากาศหนาวเย็นเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้ลิ้นจี่แทงช่อดอกและติดผลเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้เก็บผลผลิตแล้วร้อยละ 77 จำนวน 44,000 ตัน 
 
                         "ในขณะที่สถานการณ์การผลิตลำไย 8 จังหวัดพบว่ามีผลผลิตประมาณ 673,880 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 17 เนื่องจากปีนี้มีอากาศหนาว คาดว่าผลผลิตจะเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน และจะออกมากปลายเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม"
 
                         วิมลย้ำด้วยว่า ทุกมาตรการของกระทรวงเกษตรฯ จะเน้นกรอบการแก้ปัญหาระยะยาวแบบยั่งยืน และหนึ่งในมาตรการสำคัญที่กระทรวงเกษตรฯ จะเดินหน้าต่อไปคือ การเร่งประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการบริโภคผลไม้ในต่างประเทศอย่างหนักหน่วง โดยคาดหวังว่าการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 58 นั้น จะกลายเป็นปีทองของผลไม้ไทย เพราะจะเป็นโอกาสดีที่ผลไม้ไทยจะเป็นที่ต้องการของตลาดอาเซียน เนื่องจากผลไม้เป็นที่ยอมรับของตลาดว่ามีคุณภาพมาตรฐานจีเอพี ส่งผลให้มาตรฐานของไทยยกระดับโดยอัตโนมัติ และจะกลายเป็นจุดแข็งของประเทศไทยที่จะเปิดตลาดผลไม้ออกสู่ต่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้น
 
                         นับเป็นมาตรการของกระทรวงเกษตรกรฯ ในการแก้ปัญหาผลไม้ล้นตลาด โดยมีเป้าหมายเพื่อเกษตรกรชาวสวนผลไม้อยู่ได้ มีตลาดรองรับชัดเจน ไม่ถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าและสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่เป็นธรรม
 
 
 
 
 
--------------------------
 
(ทำมาหากิน : ชู 4 มาตรการแก้ปัญหาผลไม้ล้นตลาด เตรียมรับมือผลผลิต 'เหนือ-ใต้' ทะลัก : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)