
'ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์'พระราชทานโครงการรักษามะเร็ง
04 ก.ค. 2557
ไลฟ์สไตล์ : 'ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์' พระราชทานโครงการรักษามะเร็งให้คนไทย
ติดต่อกันมาเป็นปีที่ 5 แล้ว หลังจากเปิดโครงการคัดกรองและรักษาผู้ป่วยมะเร็งเพื่อเป็นการบำเพ็ญพระกุศลใน ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันประสูติในวันที่ 4 กรกฎาคม 2557 โดยปีนี้ทรงพระราชทานโครงการ"ตรวจรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 2 โดยใช้รหัสพันธุกรรมเฉพาะบุคคล" ซึ่งผู้บริหารอย่าง ศ.กิตติคุณ นพ.จรัส สุวรรณเวลา รองประธานบริหารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์, ศ.นพ.พิทยภูมิ ภัทรนุธาพร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์, ศ.นพ.ศุภกร โรจนนินทร์ หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล, นพ.วรวิทย์ ชัยวิริยะวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาอายุรศาสตร์มะเร็ง, อ.ดร.นพ.วิทูร ชินสว่างวัฒนกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาศัลยแพทย์ คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และ นพ.บัญชร ศิริพงศ์ปรีดา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาศัลยแพทย์ ร่วมเปิดโต๊ะแถลงข่าวเปิดตัวโครงการเมื่อวันก่อน ที่ชั้น 4 โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
ศ.กิตติคุณ นพ.จรัส สุวรรณเวลา รองประธานบริหารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี โปรดเกล้าให้โรงพยาบาลจัดโครงการบำเพ็ญพระกุศลในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ซึ่งโครงการในปีนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างโรงพยาบาลจุฬาภรณ์และโรงพยาบาลศิริราช เพื่อใช้นวัตกรรมที่ดี่ที่สุดช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ระยะที่ 2 โดยใช้รสหัสพันธุกรรมเฉพาะบุคคล ซึ่งในระยะเวลาที่ผ่านมาเราพยายามบอกกล่าวให้ทุกคนมาตรวจคัดกรองมะเร็ง เพื่อรักษาอย่างทันการณ์ในระยะแรกที่พบ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะรักษาให้หายขาด
"ล่าสุดในปีนี้เราเพิ่มเรื่องนวัตกรรมในการรักษาด้วยการร่วมมือกับโรงพยาบาลศิริราช เพื่อร่วมกันรักษาผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 2 โดยใช้รหัสพันธุกรรมเฉพาะบุคคล เพื่อตรวจคัดกรองอย่างละเอียดว่าจะใช้การบำบัดทางเคมีได้ผลหรือไม่อย่างไร และจะก่อประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการหรือไม่ โดยเราจะเปิดให้ผู้ป่วยที่รู้ตัดว่าเป็นมะเร็งลำไส้ระยะที่ 2 มาร่วมโครงการเป็นจำนวน 100 คน เริ่มในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้ ซึ่งในปีแรกจนถึงปีที่ 5 เราคัดกรองจากกว่า 1,400 คน พบว่า 18 คนมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็ง และในส่วนนี้ก็มีบางคนที่มีมีติ่งเนื้อที่มีความเสี่ยง เราก็นัดให้มาตรวจอย่างสม่ำเสมอ แม้ครั้งนี้จะเป็นการตรวจรักษาผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งในขั้นที่ 2 แล้ว แต่ยังอยากจะย้ำให้ทุกคนมาตรวจคัดกรองมะเร็งอย่างต่อเนื่อง ด้วยโรคมะเร็งในปัจจุบันไม่ได้เป็นเฉพาะผู้มีอายุสูง ในวัยที่อายุน้อยก็พบมะเร็งมากขึ้น ดังนั้นการตรวจคัดกรองจึงเป็นเรื่องสำคัญ อย่ากลัวที่จะรู้เพราะถ้าเป็นแล้วรักษาแต่แรกเริ่มโอกาสหายมีมากแน่นอน" รองประธานบริหารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์แนะนำ
นพ.วรวิทย์ ชัยวิริยะวงศ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงผู้ป่วยที่จะมาร่วมโครงการว่า ผู้ป่วยที่จะมาร่วมโครงการนี้จะต้องเป็นผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ไม่ใช่ลำไส้ตรงในระยะที่ 2 ส่วนผู้ที่สงสัยก็จะได้รับการตรวจเอกซเรย์ ถ้าเป็นระยะที่ 2 ก็จะนำชิ้นเนื้อไปตรวจรหัสพันธุกรรมเฉพาะบุคคลเพื่อประกอบการพิจารณารักษาโดยการใช้เคมีบำบัดว่าจะมีประโยชน์มากน้อยต่อผู้เข้าร่วมโครงการมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเรื่องนี้เป็นนวัตกรรมใหม่ที่การแพทย์ไทยได้พัฒนาขึ้นและได้ร่วมกับโรงพยาบาลศิริราชตรวจรักษา โดยเป็นการสนองพระประสงค์ใน ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ที่ทรงต้องการให้การสาธารณสุขของประเทศไทยทำงานร่วมกัน
ปิดท้ายที่ อ.ดร.นพ.วิทูร ชินสว่างวัฒนกุล ให้ความรู้ว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งที่พบมากอันดับที่ 3 ของประเทศไทย โดยสาเหตุบางส่วนมาจากการรับประทานอาหารประเภทเนื้อย่าง ซึ่งในระยะแรกเริ่มเป็นคือในระยะแรกและระยะที่ 2 มักไม่ปรากฏอาการให้เห็น จนเป็นระยะที่ 3 หรือ 4 อาการเจ็บป่วยก็ปรากฏขึ้น ซึ่งก็ทำให้การรักษายากขึ้นตามลำดับ ดังนั้นคนที่มีอายุมากขึ้นโดยเฉพาะ 50 ปีขึ้นไป ควรทำการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่อย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทเนื้อปิ้งย่าง ทานอาหารที่มีประโยชน์ หลากหลาย ผลไม้ที่มีแอนตี้อ็อกซิแดนซ์ สำคัญเลี่ยงความเครียด
สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมโครงการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่เบอร์ 0-2576-6600-5



