
ธนานุบาลโกงทรัพย์
30 มิ.ย. 2557
ธนานุบาลโกงทรัพย์ : คอลัมน์ เปิดซองส่องไทย
ดิฉันได้นำสร้อยข้อมือทองคำน้ำหนัก 2 บาท ไปจำนำไว้ที่สถานธนานุบาลเทศบาลเมืองชัยภูมิ เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2552 ราคา 28,000 บาท และได้ต่อดอกเบี้ยหรือตัดดอกเบี้ยมาโดยตลอด ต่อมาปี 2554 ได้นำกำไลข้อมือทองคำ น้ำหนัก 2 บาท ไปไว้อีก จำนวน 34,000 บาท หลังจากนั้นดิฉันนำเงิน 5,000 บาท ไปตัดต้นเงิน คงเหลือ 29,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเกือบ 5 ปี ดิฉันตัดดอกเบี้ยทุกๆ 4 เดือนมาโดยตลอด ตามกำหนดของตั๋วรับจำนำ
แต่เมื่อปี 2556 ดิฉันประสบปัญหาแยกทางกับสามี ต้องเลี้ยงดูลูกเพียงลำพัง และต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ พ่อของดิฉันอายุ 81 ปี ตาบอด 1 ข้าง และเป็นอัลไซเมอร์ ส่วนแม่อายุ 72 ปี อีกทั้งญาติยืมเงินไป 20,000 บาท ทำให้สภาพการเงินของดิฉันติดขัด ภายหลังญาตินำเงินมาคืนเมื่อวันที่ 1 เม.ย.57 และวันที่ 10 เม.ย.57 ดิฉันต้องการนำทองที่จำนำไว้ออกมา เพื่อใส่ไปงานบวชหลานชาย จึงรวบรวมเงินเพื่อไถ่ถอนและส่งดอกเบี้ยในวันที่ 4 เม.ย.57 ซึ่งเป็นวันครบกำหนด 4 เดือน 30 วัน
วันดังกล่าวดิฉันเดินทางไปที่สถานธนานุบาลเพื่อตัดดอกและไถ่ถอน ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่และผู้จัดการสถานธนานุบาลบอกดิฉันว่า ทรัพย์ของดิฉันหลุดจำนำแล้ว ดิฉันแย้งว่าทรัพย์หลุดได้อย่างไร เพราะดิฉันมาไถ่ถอนในวันที่กำหนด ผู้จัดการสถานธนานุบาลให้เหตุผลว่า ครบ 4 เดือนในเดือน มี.ค. และนับเวลาผ่อนผันไปอีก 30 วัน ซึ่งเดือน มี.ค.มีจำนวนวัน 31 วัน ทำให้วันที่ครบ 30 วัน คือ วันที่ 3 เม.ย.57 ไม่ใช่วันที่ 4 เม.ย. ดังนั้น ที่ดิฉันมาไถ่ถอนทรัพย์ในวันที่ 4 เม.ย. จึงช้าไป 1 วัน ทำให้ทรัพย์หลุด ผู้จัดการบอกด้วยว่า เป็นระเบียบของสถานธนานุบาล
ดิฉันขอร้องผู้จัดการให้ช่วยผ่อนผันให้ เพราะดิฉันไม่ต้องการให้ทรัพย์หลุด เนื่องจากมีคุณค่าทางจิตใจอย่างมาก เพราะเป็นของที่พี่ๆ ของดิฉันรวมเงินกันซื้อให้ดิฉัน หากดิฉันตั้งใจให้ทรัพย์หลุด จะตัดดอกตัดต้นมานานหลายปีไปเพื่ออะไร แต่คำร้องขอของดิฉันไม่เป็นผล ผู้จัดการไม่ฟังเหตุผลและอะลุ้มอล่วยแม้แต่น้อย ยืนยันว่าเป็นระเบียบของสถานธนานุบาล ทำอะไรไม่ได้ หากดิฉันต้องการทรัพย์คืน ให้มาประมูลทรัพย์หลุดจำนำในภายหลัง และที่ดิฉันเสียใจมากคือ ผู้จัดการบอกว่า กรณีที่จะให้คือ บ้านถูกไฟไหม้ น้ำท่วม
ต่อมาดิฉันได้ขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยภูมิก็ไม่เป็นผล แต่มีข้อสังเกตที่เป็นความผิดปกติเกิดขึ้น คือ ดิฉันได้ขอตรวจสอบบัญชีทรัพย์ที่ผู้จำนำขาดส่งดอกเบี้ยเกินกว่า 4 เดือน ที่สถานธนานุบาลเทศบาลเมืองชัยภูมินำส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ในเดือน ก.พ.57 สถานธนานุบาลส่งวันที่ 27 ก.พ. และทางจังหวัดรับหนังสือวันที่ 28 ก.พ. ทรัพย์ของดิฉันครบกำหนด 4 เดือน วันที่ 4 มี.ค. การนำส่งบัญชีทรัพย์ดังกล่าวเป็นการนำส่งก่อนครบกำหนด ซึ่งมิชอบตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ (ฉบับที่ 3) มาตรา 25 นอกจากนี้บางรายการก็ให้ 31 วันบ้าง 29 วันบ้าง ซึ่งไม่เป็นตามระเบียบที่ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองชัยภูมิบอกดิฉัน
สถานธนานุบาลเป็นหน่วยงานของรัฐ จัดตั้งขึ้นด้วยวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้เดือดร้อนและบรรเทาทุกข์ให้ประชาชน มิใช่แสวงหาผลกำไร หากเป็นอย่างนี้จะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างไร
ประภัสสร
ตอบ
นายบรรยงค์ เกียรติก้องชูชัย นายกเทศมนตรีเมืองชัยภูมิ ชี้แจงว่า ได้สอบถามผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองชัยภูมิแล้ว ทราบว่า ตั๋วรับจำนำของผู้ร้องเรียนไม่สามารถไถ่ถอนหรือส่งดอกเบี้ยได้เนื่องจากครบกำหนด 4 เดือน 30 วัน ซึ่งผู้ร้องเรียนเป็นเจ้าของทรัพย์จนถึงวันที่ 3 เม.ย.57 ไม่ใช่วันที่ 4 เม.ย.57 ตามที่ผู้ร้องเรียนเข้าใจ โดยในวันที่ 4 เม.ย.57 ผู้ร้องเรียนเดินทางมายังสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองชัยภูมิเพื่อไถ่ถอนและส่งดอกเบี้ยทรัพย์ดังกล่าว และมีปัญหาไม่เข้าใจ
ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองชัยภูมิได้ชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจกับผู้ร้องเรียน ให้เหตุผลว่า เป็นไปตามระเบียบของสถานธนานุบาล ทรัพย์ทั้งหมดที่มีผู้มาจำนำไว้และสถานธนานุบาลออกตั๋วให้เป็นตั๋วที่ออกโดยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลไปยังสำนักงานคณะกรรมการจัดการสถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (จ.ส.ท.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หากเจ้าหน้าที่สถานธนานุบาลกระทำการแก้ไข เปลี่ยนแปลงข้อมูล หรือทำผิดระเบียบ อาจถูกลงโทษวินัยร้ายแรงได้ ดังนั้น ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองชัยภูมิจึงแนะนำให้ผู้ร้องเรียนทำเรื่องขออนุมัติซื้อคืนทรัพย์หลุดจำนำได้ก่อนที่จะมีการประมูลจำหน่ายทรัพย์หลุดจำนำ
กรณีที่สถานธนานุบาลเทศบาลเมืองชัยภูมินำส่งบัญชีทรัพย์ที่ผู้จำนำขาดส่งดอกเบี้ยเกินกว่า 4 เดือน ก่อนวันครบกำหนดไปยังจังหวัดนั้น เนื่องจากต้องมีการตรวจสอบความถูกต้องของทรัพย์ การได้ทรัพย์มาโดยชอบหรือไม่ เพื่อเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ก่อนปิดประกาศบัญชีที่สถานธนานุบาล
ทั้งนี้ มีเจ้าของทรัพย์ที่เกิดปัญหาลักษณะเดียวกันอีก 2 ราย ซึ่งได้ชี้แจงทำความเข้าใจและแนะนำให้ทำเรื่องขออนุมัติซื้อคืนทรัพย์หลุดจำนำได้ก่อนที่จะมีการประมูลจำหน่ายทรัพย์หลุดจำนำ โดยเจ้าของทรัพย์ทั้งสองรายรับทราบและขออนุมัติซื้อคืนทรัพย์หลุดจำนำไปเรียบร้อยแล้ว
ลุงแจ่ม
.......................................
(หมายเหตุ ธนานุบาลโกงทรัพย์ ; คอลัมน์ เปิดซองส่องไทย)



