
เปิดกรุโกดังสต็อกข้าวอ.ต.ก.ท้าพิสูจน์โกงโครงการรับจำนำ
เปิดกรุโกดังสต็อกข้าวอ.ต.ก. ท้าพิสูจน์โกงโครงการรับจำนำ : เกษา นิ่มระหงษ์รายงาน
ในที่สุดนโยบายประชานิยม ว่าด้วย "โครงการรับจำนำข้าวเปลือก" ของอดีตรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ก็ถูกปิดฉากไปเรียบร้อยแล้ว และกำลังถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ถึงขนาดต้องใช้ดินเหนียวพอกกุญแจตีตราประทับป้องกันไม่มีการเปิดโกดังโกงสต็อกข้าว!! ว่ากันว่าโครงการนี้มีการคอร์รัปชั่นอย่างมหึมา และจะต้องสาวถึงอดีตผู้นำประเทศอีกด้วย
ล่าสุดเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา (27 มิ.ย.57) ทหารจากกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ นำโดย พ.อ.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง ผบ.ร.2 รอ. นำกำลังเข้าตรวจโกดังเก็บข้าว ของบริษัท ฟีนิกซ์ อกริเทค (ประเทศไทย) จำกัด ที่หมู่ 1 ต.บางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี เบื้องต้น ทราบว่า ข้าวหายไปกว่า 9.1 หมื่นกระสอบ จากเดิมที่โกดังแห่งนี้เก็บข้าวจำนวน 1.3 แสนกระสอบ ส่วนสภาพข้าวที่พบเป็นปลายข้าว เอวัน เลิศ และข้าวขาว 5% ที่มีร่องรอยมอดกินจนข้าวได้รับความเสียหาย
ย้อนไปหลังจาก คสช.เข้าควบคุมอำนาจเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ได้สั่งให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จ่ายเงินให้ชาวนาที่ร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกฤดูกาลเพาะปลูกข้าวปี 2556/57 ที่อดีตรัฐบาลชุดที่แล้วค้างจ่ายเงินชาวนามายาวนานกว่า 7 เดือน และขณะนี้กำลังเดินหน้าตรวจสอบโกดังข้าวทุกแห่ง ประเมินกันว่า มีสต็อกข้าวคงเหลือ 16.5 ล้านตัน ที่รัฐบาลชุดที่แล้วรับซื้อภายใต้โครงการรับจำนำข้าว 5 ฤดูกาล ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในความดูแลขององค์การคลังสินค้าในฐานะเจ้าภาพหลัก และองค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อ.ต.ก.) เป็นเจ้าภาพรอง
หากโฟกัสไปที่สต็อกข้าวในโครงการรับจำข้าว ที่องค์การตลาดเพื่อการเกษตรรับผิดชอบมีอยู่ราว 4 ล้านตัน จากโรงสี 261 แห่ง มีเกษตกรที่นำข้าวไปจำนำกับ ธ.ก.ส.ตามโครงการดังกล่าวกว่า 3 แสนรายนั้น เคยตรวจพบการทุจริตจำนำข้าวที่โรงสีแห่งหนึ่งในจ.พิจิตร และมีการดำเนินคดีผู้กระทำผิดไปแล้ว ที่ยังเหลืออยู่ "ธเนศพล ธนบุณยวัฒน์" ผู้อำนวยการ อ.ต.ก.ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนยันกับ "คม ชัด ลึก" ว่า พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ คสช.เข้าตรวจอย่างโปร่งใส
ธเนศพล เปิดใจว่า กรณี คสช.จะตรวจสอบโกดังข้าวในความดูแลของอ.ต.ก.นั้น เมื่อเข้าตรวจสอบแล้วถ้าพบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น ก็จะดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด กับบุคคลต่างๆ ที่เข้ามาร่วมกิจกรรมของอ.ต.ก.ไม่ว่าจะเป็นโรงสี เซอร์เวเยอร์ บุคคลเหล่านี้ มีหนังสือค้ำประกันมาวางกับอ.ต.ก. ตามที่ป.ป.ช.กำกับไว้ชัดเจน ซึ่งจะดำเนินคดีรับรองเอกสารอันเป็นเท็จด้วยอีกคดีหนึ่งอีกด้วย
ผู้อำนวยการอ.ต.ก. เปิดเผยว่า ข้าวสารที่อยู่ในคลังอ.ต.ก.นานสุดตั้งแต่ปี 2551 ตอนนี้กลายเป็นข้าวเสื่อมและไม่เหมาะกับการบริโภคแล้ว ขณะที่หลายคนอาจมีคำถามว่าทำไมไม่ขาย ก็เพราะว่า อ.ต.ก.ไม่ได้มีหน้าที่ขายข้าว แต่เป็นหน้าที่ของอนุกรรมการระบายข้าว สังกัดกระทรวงพาณิชย์ และเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว อ.ต.ก. ซื้อข้าวจากคลังยังต้องขออนุมัติจากอนุกรรมการระบายข้าวก่อน โดยใช้งบประมาณของอ.ต.ก.จัดซื้อแบบค่อยๆ ซื้อมาขายไป ซึ่งขณะนั้น ชาวนายังไม่ได้รับเงินจำนำข้าว จึงช่วยซื้อข้าวมาบรรจุถุงละ 5 กิโลกรัม มาขายในราคาถูกกว่าท้องตลาด 30% เพื่อช่วยเหลือชาวนาและลดค่าครองชีพของประชาชน
"ข้าวที่ซื้อมาเป็นข้าวจากคลังอ.ต.ก. เป็นข้าวขาวและข้าวหอมมะลิ จะบรรจุถุงขายให้พี่น้องประชาชนในกรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อลดภาระค่าครองชีพอีกทางหนึ่ง แทนที่จะเอาข้าวไปขายต่างประเทศอย่างเดียว ก็เอามาขายในประเทศด้วย การลงทุนครั้งนี้ กำไรน้อยมาก จึงไม่ควรมีใครมาเอากำไรอีก โดยจะขายตรงกับประชาชน ออกหน่วยรถเคลื่อนที่ ออกขายตามหน่วยงานราชการ ไม่ผ่านคู่ค้า จะเริ่มโครงการเดือนกรกฎาคมนี้ จะเริ่มต้นที่ 1 แสนถุงก่อน ถ้าผลตอบรับดีก็จะทำเรื่อยๆ" ธเนศพล กล่าว
นอกจากนี้ เขายังบอกถึงนโยบายของ คสช.ที่มอบให้แก่หน่วยงานที่รับผิดชอบว่า การจัดขบวนทัพของ คสช.ดีมาก โดยเฉพาะนโยบายที่ให้ไว้ และสิ่งที่ คสช.กำลังดำเนินการ เป็นหลักการที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เป็นวิธีการที่ควรปฏิบัติมานานแล้ว ส่งผลให้ตอนนี้ราคาข้าวเปลือกที่อยู่ในมือเกษตรกร ราคาขยับเพิ่มอีกตันละ 300-500 บาท และมีแนวโน้มราคาสูงขึ้น แม้ราคาขณะนี้อาจยังไม่น่าพอใจ แต่มันจะสะท้อนกลับไปหาข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง
"ช่วงนี้ เริ่มฤดูการผลิตใหม่ เราได้ช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งสอดรับนโยบายของ คสช. ให้ความช่วยเหลือโดยคำนึงถึงความเดือดร้อนของเกษตรกรเป็นหลัก ซึ่งอ.ต.ก.ออกนโยบายจำหน่ายปัจจัยการผลิตเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา มีวงเงินจากสหกรณ์ทั่วประเทศ ที่เสนอตัวมาร่วมจำหน่ายปัจจัยการผลิตเคมีเกษตรกับอ.ต.ก.วงเงินเกือบ 300 ล้านบาทแล้ว นอกจากนี้ เราได้ใช้สินเชื่อปลอดดอกเบี้ย 4 เดือน ซึ่งเป็นประโยชน์ทางตรงกับเกษตรกร พอเราช่วยเรื่องปุ๋ย ปัจจัยการผลิต เมล็ดพันธุ์ ทำให้ทันฤดูการผลิตนี้" ผู้อำนวยการ อ.ต.ก. กล่าว
ธเนศพล บอกทิ้งท้ายว่า ประเทศไทยผลิตข้าวเปลือกได้ 36 ล้านตันข้าวต่อปี มีพื้นที่การผลิตข้าว 64.5 ล้านไร่ มีเกษตรกรปลูกข้าว 3.5 ล้านครอบครัว หรือราวๆ 10 ล้านคน จะต้องได้รับการดูแลอย่างดี โดยอ.ต.ก.มีหน้าที่ดูแลตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง โดยต้นทาง คือเมื่อเกษตรกรเพาะปลูก ต้องช่วยลดต้นทุนการผลิต เช่น หาของดีราคาถูกมาให้เกษตรกร การให้สินเชื่อปลอดดอกเบี้ย แล้วปลายทางก็นำผลผลิตของเกษตรกรมาจำหน่าย ล่าสุด อ.ต.ก.ทำตลาดตกลงขายข้าวให้มาเลเซีย ซึ่งจะซื้อในระยาวเดือนละ 3-4 พันตัน และนอกจากข้าวแล้วจะขยายไปยังผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ อีกด้วย
สอดคล้องแนวคิดของ รศ.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโส สถาบันคลังสมองของชาติ ซึ่งติดตามสถานการณ์ข้าวของไทยมาตลอด ที่สะท้อนผ่านคมชัดลึก ก่อนหน้านี้ว่า จากนี้ไปราคาข้าวจะเข้าสู่ระบบกลไกของตลาด และเชื่อว่า ราคาข้าวเปลือกความชื้น 25% จะอยู่ราวๆ ตันละ 7,000-8,000 บาท ประมาณ 2 ปี หลังจากที่ระบายข้าวที่รัฐบาลซื้อภายใต้โครงการรับจำนำข้าวเปลือกหมดไป คาดว่าราคาในตลาดโลกจะขยับขึ้น อย่างไรก็ตามในช่วงที่ราคาตกต่ำ เกษตรกรต้องหาแนวทางในลดต้นทุนการทำนาให้ได้ ด้วยการใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ แทนปุ๋ยเคมี ใช้สารสกัดจากธรรมชาติแทนยาฆ่าแมลงยากำจัดศัตรูพืช, ปลูกพืชอื่นทดแทนที่มีราคาดีกว่า หรือปลูกข้าวคุณภาพเน้นตลาดบน ส่วนรัฐบาลต้องหาวิธีชดเชยเงินในส่วนต่าง หรือส่งเสริมพืชอย่างอื่นแทน เป็นต้น
นับจากนี้จะต้องลุ้นว่า ข้าวในโกดังที่ยังค้างสต็อกอีกจำนวนมาก จะมีครบตามจำนวนตัวเลขที่ระบุไว้หรือไม่อย่างไร ก็ต้องพิสูจน์กันต่อไป



