
'กรมอนามัย'รณรงค์วันไอโอดีนแห่งชาติ
26 มิ.ย. 2557
กรมอนามัยรณรงค์วันไอโอดีนแห่งชาติ25มิ.ย.ชูเมนู"ส้มตำไอโอดีน"สร้างกระแสและรณรงค์ให้คนไทยตระหนักถึงภัยร้ายของการขาดสารไอโอดีนและใช้ผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีนเป็นประจำ
วันที่ 25 มิ.ย.57 กรมอนามัย ได้จัดกิจกรรมการรณรงค์เนื่องในวันไอโอดีนแห่งชาติ ณ บริเวณสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) โดยมี ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย ร่วมด้วย นพ.ณรงค์ สายวงศ์ รองอธิบดีกรมอนามัย Mr.Yonas Tegegn ผู้แทนองค์การอนามัยโลก (World Health Organization - WHO) ประจำประเทศไทย และ Mr.Bijaya Rajbhandari ผู้แทนองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย (UNICEF) ร่วมกันเปิดงาน
ดร.นพ.พรเทพ กล่าวว่า กรมอนามัยได้รณรงค์สร้างกระแสให้ประชาชนเข้าใจเรื่องประโยชน์ของสารไอโอดีน เพราะไอโอดีนเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อการสร้างเซลล์สมองและการทำงานของร่างกาย โดยเฉพาะการเจริญเติบโตของทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา เด็กที่ได้รับสารไอโอดีนไม่เพียงพอ สมองจะเติบโตช้ากว่าปกติและมีผลต่อสติปัญญา เพราะถ้าขาดไอโอดีนรุนแรงจะเป็นโรคเอ๋อ โดยปีนี้ได้มีการคัดเลือกอาหารที่ถือได้ว่าเป็นเมนูประจำชาติ อย่าง ส้มตำไอโอดีน ที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีน อาทิ น้ำปลาเสริมไอโอดีน เกลือเสริมไอโอดีน มาเป็นส่วนผสมในการปรุงอาหาร เพราะส้มตำถือเป็นอาหารที่นิยมของผู้คนเป็นจำนวนมาก อีกทั้งมีส่วนประกอบเป็นผักและผลไม้ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการแก่ร่างกาย เป็นอาหารที่ให้ไขมันต่ำและไม่มีคอเลสเตอรอล และยังมีเส้นใยอาหาร
นอกจากนั้น ได้มีการจัดนิทรรศการให้ความรู้เรื่อง สารไอโอดีนที่มีผลต่อการพัฒนาสติปัญญา เช่น หมู่บ้านไอโอดีนจำลอง การเล่นเกมให้ความรู้ การเลือกใช้เครื่องปรุงรสที่เสริมไอโอดีน เพื่อรณรงค์ให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของสารไอโอดีน และกรมอนามัยขอความร่วมมือในทุกจังหวัดจัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันไอโอดีนแห่งชาติ เพื่อเป็นการสร้างกระแสทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุข มีแผนควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนในระยะ พ.ศ.2557-2559 โดยตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยปลอดโรคขาดสารไอโอดีน เสริมสร้างสติปัญญาและสุขภาวะที่ดีของทุกกลุ่มวัย ประกอบด้วย 7 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ 1.ขับเคลื่อนระดับนโยบาย สร้างความร่วมมือองค์กร ภาคีเครือข่ายเพื่อร่วมดำเนินการตามยุทธศาสตร์ 2. เกลือเสริมไอโอดีนถ้วนหน้า มีการผลิตและกระจาย เกลือเสริมไอโอดีนคุณภาพ และบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ 3. ระบบเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ในกลุ่มเสี่ยง 4. สร้างความเข้มแข็งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนให้เกิดชุมชนและหมู่บ้านไอโอดีน ทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ มีการใช้เกลือเสริมไอโอดีนในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียน และมีแผนงานควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนในระดับท้องถิ่น 5. ประชาสัมพันธ์ รณรงค์ และการตลาดเชิงสังคมเพื่อส่งเสริมการบริโภคเกลือเสริมไอโอดีนอย่างต่อเนื่อง 6. การศึกษาวิจัยต่างๆ และ 7. มาตรการเสริม โดยสนับสนุนให้มีการบริโภคน้ำดื่มเสริมไอโอดีน ในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้สถานบริการสาธารณสุขทั้งภาครัฐและเอกชนจ่ายยาเม็ดวิตามินเสริมไอโอดีนในหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดนาน 6 เดือน อย่างต่อเนื่อง



