ไลฟ์สไตล์

ดันรุ่นใหม่สนใจผ้าไทย

ดันรุ่นใหม่สนใจผ้าไทย

27 มิ.ย. 2557

โซไซตี้ : ดันรุ่นใหม่สนใจผ้าไทย

 
                    ด้วยใจรักในวัฒนธรรมและอยากให้วัยรุ่นไทยหันมาสนใจผ้าไทย บวกกับความต้องการต่อยอดโครงการผ้าราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ต้องอนุรักษ์ผ้าไทยมาตลอด 50 ปีทำให้ "เจ" เจนิสตาร์ รักษ์สิริโสภา ผู้บริหารบริษัท ธัมส์ อัพ มีเดีย จำกัด ตกลงปลงใจทำโครงการ "ทอฟ้าผ้าไทย" เพื่อเสาะหาสุดยอดนักออกแบบแฟชั่นผ้าไทยการประกวดออกแบบเครื่องแต่งกายโดยใช้ผ้าไทย ขึ้นครั้งแรกเมื่อ 3 ปีที่แล้ว และยังคงจัดต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ โดยครั้งนี้ได้เปิดกว้างให้ผู้สนใจงานดีไซน์แบบไร้ขีดจำกัดไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุ การศึกษา อาชีพ เข้าร่วมประกวดขอแค่มีใจรักผ้าไทยและรักการเรียนรู้ ซึ่งปรากฏว่าหลังเปิดรับสมัครเมื่อต้นปีที่ผ่านมา มีผู้ยื่นความจำนงเข้าร่วมส่งผลงานกว่า 500 รายจากทั่วประเทศ
 
                    และในวันแถลงข่าวที่ลานลิฟต์แก้ว บริเวณชั้นจี ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เจ้าภาพจัดงานได้เนรมิตให้เป็นรันเวย์เล็กๆ ให้เข้าผู้ประกวดที่เข้ารอบสุดท้าย 8 คน ได้โชว์ไอเดียเด็ดๆ ในธีม "ผ้าขาวม้า" ซึ่งเป็นหนึ่งใน 7 คอลเลกชั่นที่ผู้เข้าแข่งขันจะต้องลงมือออกแบบ โดยนางแบบมืออาชีพ ให้คณะกรรมการและแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน ได้แก่ "ไหม" ปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย หัวหน้าคณะทำงานพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย ดร.จรัลธาดา กรรณสูต พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, "ฟอร์ด" กุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารนิตยสารโว้ค ประเทศไทย, ดำรงค์ ทองสม รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ฯลฯ ได้ยลโฉม
 
                    ทั้งนี้แม่งาน "เจ" เจนิสตาร์ เล่าว่า การประกวดผ่านรายการเรียลิตี้ซึ่งจะออกอากาสทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ทุกวันอาทิตย์เวลา 21.45 น. ซึ่งจะเริ่มตอนแรกตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม ไปจนถึงวันที่ 7 กันยายน 2557 นั้น ในแต่ละสัปดาห์ผู้สมัครจะต้องโชว์ผลงานผ้าไทยในโจทย์ต่างๆ ที่คณะกรรมการกำหนด ได้แก่ ผ้าขาวม้ากับชุดแคชชวล, ผ้าไหมกาบบัวในชุดสตรีทแวร์หญิง, ผ้าปาเต๊ะกับลุคสตรีทแวร์ชาย, ผ้ามัดหมี่เป็นลุคชุดทำงานหญิง-ชาย, ขณะที่ผ้าไหมยกดอกเป็นชุดราตรียาว, ผ้าไหมแพรวามากับชุดราตรีสั้น และในสัปดาห์สุดท้ายจะเป็นคอลเลกชั่นมิกซ์คือการนำเอาผ้าทุกอย่างมาออกแบบในชุดเดียวกัน และทั้งหมดนี้ผู้เข้ารอบสุดท้ายทั้ง 8 คนต้องลงพื้นที่หาวัตถุดิบเอง ส่วนกิมมิคการแข่งขันของปีนี้จะไม่มีการคัดออก แต่เป็นการเก็บคะแนนไปเรื่อยๆ แล้วค่อยมาดูว่าผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 3 คนใครจะเป็นผู้คว้ารางวัลไปครอง
 
                    ปิดท้ายที่ ดำรง ทองสม ที่เผยถึงโครงการทอฟ้าผ้าไทยในซีซั่นนี้ว่าสนุกกว่าปีทีผ่านมา ทั้งในเนื้อหาและการนำเสนอ ถ้าวัยรุ่นได้ดูเชื่อว่าน่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กไทยช่วยกันต่อยอดผ้าไทยได้แน่ๆ ขณะที่ "ฟอร์ด" กุลวิทย์ เลาสุขศรี บอกว่ารายการนี้ไม่ใช่แค่การค้นหาดีไซเนอร์หน้าใหม่ แต่ยังมีองค์ความรู้สอดแทรก โดยเฉพาะเนื้อหาเกี่ยวกับภูมิปัญญาไทย จึงเหมาะสำหรับคนที่สนใจงานด้านแฟชั่นเป็นอย่างมาก