
วิเวก
กับวิถีชีวิตของชาวเมือง (หรือแม้แต่ชนบท ทันสมัย) ยุคนี้ คงไม่ใช่เรื่องแปลกตานัก หากจะพบเห็นเยาวชน คนหนุ่มสาว เดินทางไปพร้อมกับเครื่องฟังเพลง โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรืออุปกรณ์ ฟังเพลงได้-ฟังวิทยุได้ ชนิดอื่นๆ ซึ่งมีหูฟังขนาดเล็ก (earbud headphones) สวมใส
สำหรับพวกเขา (และเธอ) เหล่านั้น ดูราวกับว่า จะมีความสุข สนุกเพลิดเพลิน อยู่ในโลกชนิด “ส่วนตัว” จนใครต่อใครแทบจะไม่สามารถเบียดแทรกเข้าไปได้ ไม่ว่าจะเข้าไปทักถาม หรือพูดคุยเจรจา หากว่า เขา (หรือเธอ) เหล่านั้น จะไม่ยินยอม “แง้มประตู” โดยการลดเสียง (ที่คนอื่นแทบไม่ได้ยิน) หรือสละเวลากดปุ่ม “pause” ให้ในชั่วระยะเวลาหนึ่ง
อาจกล่าวได้ว่า นี่เป็นปรากฏการณ์สากล เพราะใครที่เคยไปประเทศเจริญแล้ว ก็จะพบเห็นรูปแบบ หรือ “วิถีปฏิบัติ” เช่นนี้ ทั้งในโลกฟากตะวันตก และโลกฝ่ายตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส แอฟริกา เกาหลี ญี่ปุ่น จีน เวียดนาม หรือไทย ฯลฯ
และจะว่าไปแล้ว แม้ในวัยทำงาน หรือวัยผู้ใหญ่ ก็ยังสามารถพบเห็น “การปฏิบัติตน” ทำนองนี้ได้ไม่ยากเย็นนัก แม้จะไม่มากจนเกร่อ เช่นในกลุ่มเยาวชนก็ตาม
บางคนกล่าวไว้ว่า คนกลุ่มนี้มีความเป็นส่วนตัวสูง กระทั่งไม่ยอมเสียเวลาวิสาสะสนทนา หรือแม้แต่จะให้ความสนใจ กับความเป็นมาเป็นไปในโลกรอบตัว
และเช่นเดียวกับอีกหลายเรื่อง หรือแทบทุกเรื่องในยุคนี้ ที่เมื่อพบเห็นชินตา ก็จะกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปเองในที่สุด ทำนองว่า “ไม่เห็นแปลก..ใครๆ เขาก็เป็นกันอย่างนั้น”
ลักษณาการเช่นนี้ จะว่าไปแล้วก็คล้ายกับการปลีกตัวเองออกไปเสียจากความ “วุ่นวาย” ที่รายรอบ ซึ่งในพุทธศาสนา หรือในภาษาบาลีเรียกว่า “วิเวก” ซึ่งให้ความหมายโดยสังเขปไว้ว่า
“ความสงัด ความปลีกออก เป็นความสงัดกาย สงัดใจ และสงบระงับ สังขารทั้งปวง”
แต่น่าเสียดาย ที่การ “ปลีกออก” ของนักฟังเพลงยุคนี้ มิได้เข้า “องค์ประกอบ” ของธรรมะ ในความหมายที่กล่าวไว้ข้างต้นโดยครอบคลุม
ด้วยว่า “วิเวก” ในพระพุทธศาสนานั้น ประกอบไปด้วย อยู่ในที่สงัดเป็น “กายวิเวก” จิตสงบเป็น “จิตวิเวก” หมดกิเลสเป็น “อุปธิวิเวก”
วิเวกทางกาย คือ กายที่ไม่มีใครมารบกวน บางเวลาที่ไม่อยากให้มีใครมายุ่ง อยากมีอิสระ อยู่คนเดียว ไม่มีวัตถุ ไม่มีบุคคลมารบกวน มีความสงบสงัด
จิตวิเวก คือวิเวกทางจิต จิตที่ไม่มีอะไรมารบกวน เช่น ความรักมารบกวน ความโกรธมารบกวน ความเกลียด ความกลัว ความตื่นเต้น ความวิตกกังวล ความอาลัยอาวรณ์ ความอิจฉาริษยา ความหวง ความหึง ความยกตนข่มท่าน ความระแวง ที่จะมารบกวน เป็นต้น
อุปธิวิเวก แปลว่า สิ่งที่ยึดถือเอาไว้ เป็นเรื่องทางจิตใจ หอบหิ้วเอาไว้ กอดรัดเอาไว้ เทิดทูลเอาไว้ เป็นเรื่องวัตถุ สังขาร ร่างกาย กามารมณ์ เป็นเรื่องของ “ตัวกู ของกู”
สองอันแรก รบกวนทางกายไม่เท่าไร รบกวนทางจิตก็ไม่เท่าไร แต่อุปธิวิเวกรบกวนตลอดเวลา ทุกวินาที
ท่านพุทธทาสภิกขุ แห่งสวนโมกขพลาราม จึงกล่าวไว้ว่า
“วิเวกเมื่อใด มันก็เป็นสุขภาพทางจิตใจเมื่อนั้น ไม่มีอะไรมารบกวนกาย สุขภาพกายก็ดี ไม่มีอะไรมารบกวนจิต สุขภาพจิตก็ดี”
“พระอรหันต์ไม่มีสิ่งรบกวน ที่เรียกว่า วิเวก อาจจะมีของไปรบกวน คนไปรบกวน สัตว์ไปรบกวน แต่ก็เหมือนไม่รบกวน ทางจิตก็ไม่มีนิวรณ์ไปรบกวน ทางอุปธิ ก็ปล่อยวางหมดแล้ว พระอรหันต์ ท่านก็มีวิเวก ครบสมบูรณ์”
การปลีกตัวออกไปจากโลกรอบตัวของนักฟังเพลง จะว่าไปแล้วก็คล้ายกับ “กายวิเวก” ซึ่งหากสามารถเข้าใจ อย่างถ่องแท้ และรู้แจ้งเห็นจริง จนยกระดับไปเป็น “จิตวิเวก” และ “อุปธิวิเวก” ได้ ก็จะเป็นประโยชน์แก่ตนและผู้อื่นอีกเป็นจำนวนมาก
โลกด้านที่ไม่ทุกข์ ก็อยู่ในโลกเดียวกับด้านที่สร้างทุกข์ ขอเพียงรู้จักและเข้าใจมัน ให้เพียงพอ ชีวิตก็จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาเอง
"พระกิตติศักดิ์ กิตติโสภโณ"



