
ศิลปวัฒนธรรม : ปั่นย้อนรอยเมืองคอน
26 มิ.ย. 2557
ศิลปวัฒนธรรม : ปั่นย้อนรอยเมืองคอน
"เมืองประวัติศาสตร์ พระธาตุทองคำ ชื่นฉ่ำธรรมชาติ แร่ธาตุอุดม เครื่องถมสามกษัตริย์ มากวัดมากศิลป์ ครบสิ้นกุ้งปู" คำขวัญเมืองนครศรีธรรมราช ที่เชื่อว่าหลายๆ คนเคยคุ้นกันอย่างดี และมีอีกหลายคนที่สัมผัสถึงเรื่องราวของจังหวัดนี้มาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะ "พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช" ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั้งหลายที่ใครก็ตามที่เดินทางไปจะต้องแวะเวียนไปสักการะเพื่อเป็นสิริมงคลให้ตัวเองและครอบครัว
ด้วยสภาพอากาศในช่วงนี้ร้อนจนไม่มีใครกล้าย่างเท้าออกจากบ้าน นั่นเองจึงเป็นเหตุให้จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยพ่อเมืองคนสำคัญ อภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ร่วมกับการท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช โดย นภสร ค้าขาย ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครศรีธรรมราช และสายการบินนกแอร์ โดย "หนู" สุริยาภา บุนนาค ร่วมกันจัดโครงการ "สองน่อง ท่องมรดกเมือง" ด้วยการเปิดตัวไนท์ไรด์ (การปั่นจักรยานในช่วงกลางคืน) โดยผ่านสถานที่ท่องเที่ยวเส้นทางเชิงวัฒนธรรมเมืองนคร หรือเมืองคอน บนถนนราชดำเนิน
เริ่มสตาร์ทกันที่ ศาลหลักเมือง โดยมียุวมัคคุเทศก์ในชุดโจงกระเบนสีม่วงมาคอยให้คำอธิบายอย่างแข็งขัน ซึ่งศาลหลักเมืองนี้สร้างขึ้นตามความเชื่อศิลปะศรีวิชัย องค์เสาหลักเมืองทำด้วยไม้ตะเคียนทองที่ได้มาจากภูเขายอดเหลือง อันเป็นภูเขาลูกหนึ่งในทิวเขานครศรีธรรมราช ในท้องที่ต.กระหรอ กิ่งอ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ขนาดความสูง 2.94 เมตร เส้นรอบวง 0.95 เมตร ลวดลายที่แกะสลัก ตั้งแต่ฐานซึ่งเป็นวงรอบเก้าชั้น มี 9 ลาย ส่วนบนของเสาเป็นรูปจตุคามรามเทพ (สี่พักตร์) หรือเทวดารักษาเมือง เหนือสุดเป็นเปลวเพลิงอยู่บนยอดพระเกตุ คือยอดชัยหลักเมือง รูปแบบการแกะสลักจินตนาการจากความเชื่อในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ซึ่งเคยมีอิทธิพลทางศิลปกรรมในภาคใต้
กราบสักการะกันเรียบร้อยได้เวลาขึ้นจักรยานปั่นต่อไปที่ กำแพงเมือง เป็นเครื่องแสดงถึงความเก่าแก่ ความแข็งแกร่ง ความเจริญรุ่งเรือง และประวัติศาสตร์อันยาวนาน กำแพงเมืองนครศรีธรรมราชตั้งอยู่ริมคลอง หน้าเมือง ถนนมุมป้อม อ.เมืองนครศรีธรรมราช การสร้างปรากฏหลักฐานจากตำนานเมืองนครศรีธรรมราชว่า สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ทำการซ่อมกำแพงด้านทิศเหนือเพียงบางส่วน ใบเสมาและแนวป้อมจึงยังคงปรากฏให้เห็น ส่วนด้านอื่นๆ นั้น พังทลายเห็นซากอิฐหรือดินเท่านั้นกำแพงเมืองนครศรีธรรมราช โดยในบริเวณเดียวกันเป็นที่ตั้งของ อนุสาวรีย์ศรีธรรมาโศกราช แห่งกรุงตามพรลิงค์นครศรีธรรมราชที่รุ่งเรืองยิ่งในพุทธศตวรรษที่ 17-18 ถึงกับเคยกรีธาทัพเรือข้ามมหาสมุทรอินเดียถึงกรุงลังกามาแล้ว โดยนอกฝั่งกำแพงข้ามคูเมืองออกไปเป็นสนามหน้าเมือง มีศาลาประดู่หกสำหรับพักแรมรอเข้าเมือง
ไล่ลงไปอีกนิดเป็น เสาชิงช้า หอพระอิศวร และ หอพระนารายณ์ สถานที่ทำพิธีตรียัมปวายโล้ชิงช้าพิสูจน์ความมั่นคงแห่งพิภพของผู้นับถือมหาเทพและตรีมูรติผู้พิทักษ์ในศาสนาฮินดูพราหมณ์ที่เหลืออยู่อย่างสมบูรณ์แบบเพียง 2 แห่งเท่านั้นในประเทศไทย คือที่นครศรีธรรมราชแห่งนี้กับที่เทวสถานโบสถ์พราหมณ์เสาชิงช้ากรุงเทพมหานคร ภายในประดิษฐานศิวลึงค์โยนิ ศิวนาฏราช พระอุมาและพระพิฆเนศ ทุกเทศกาลมหาสงกรานต์ประจำปีจะมีพิธีโล้ชิงช้าสาธิต พร้อมกับการแห่นางกระดานรูปพระแม่ธรณีหนึ่งเดียวในประเทศไทย ส่วนหอพระนารายณ์เคยเป็นที่ประดิษฐานพระนารายณ์ศิลาอายุราชพุทธศตวรรษที่ 10 พบที่สิชล ที่ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มเทวรูปที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จุดสุดท้ายปั่นไปไม่ถึงถือว่าไม่ได้ไปเมืองคอน คือ วัดมหาธาตุวรมหาวิหาร พระอารามหลวงที่ประดิษฐานพระบรมเจดีย์นครศรีธรรมราช ปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของชาติ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ที่มีตำนานว่า เจ้าชายธนกุมารและพระนางเหมชาลา เป็นผู้อัญเชิญพระทันตธาตุจากอินเดียมาประดิษฐานไว้ ในภายหลังเมื่อพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชสถาปนาเมืองนครศรีธรรมราช จึงได้ก่อเป็นพระเจดีย์เสริมเติม มีรูปทรงลังกาดังในปัจจุบัน ถือเป็นต้นแบบของมหาธาตุเจดีย์ทรงลังกาอีกจำนวนมากในแผ่นดินไทย และใน วิหารหลวง ยังงดงามระหงอ่อนช้อย เป็นหนึ่งในมหาวิหารขนาดใหญ่สมัยอยุธยา ภายในประดิษฐานพระประธานองค์ใหญ่และงดงามที่สุดองค์หนึ่งประดิษฐานบนฐานชุกชี พร้อมด้วยพระอัครสาวก ภายใต้ดวงดาราประดับเพดานสวยงาม
อิ่มใจอีกครั้งกับการปั่นย้อนรอยประวัติศาสตร์เมืองใหญ่เมืองหนึ่งของไทย...



