
ได้รับความช่วยเหลือไม่เท่ากัน
24 มิ.ย. 2557
เปิดซองส่องไทย : ได้รับความช่วยเหลือไม่เท่ากัน : โดย...ลุงแจ่ม
ดิฉันอยากขอความเป็นธรรม เรื่องไฟไหม้ตลาดโบราณบางพลี เนื่องจากเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ.2557 เกิดไฟไหม้ที่ตลาดโบราณบางพลี โดยบ้านที่ข้าพเจ้าอาศัยก็โดนไฟไหม้ และบ้านของข้าพเจ้าอาศัยนั้น ที่ดินและบ้านก็เป็นของส่วนตัว ไม่ใช่บ้านเช่า และที่ข้าพเจ้าต้องการความยุติธรรมและความเป็นจริงจากหน่วยงานรัฐ ดังนี้
1.สาเหตุของการเกิดไฟไหม้ในตลาด โดยข้าพเจ้าอยากทราบต้นเหตุ หากเกิดจากบุคคลใด ข้าพเจ้าต้องการให้ดำเนินคดีด้วย อย่าปล่อยให้เรื่องเงียบหายไป ขาดผู้รับผิดชอบเหตุการณ์ในครั้งนี้
2.เมื่อเกิดไฟไหม้ ทำไมเทศบาลบางพลีถึงไม่มีอุปกรณ์ในการช่วยเหลือ และที่สำคัญมีคนโทรไปแจ้งแล้วมาช้ามาก พอมาถึงอุปกรณ์ก็ใช้ไม่ได้ ข้าพเจ้าต้องการคำชี้แจงจากผู้นำเทศบาลตำบลบางพลี ไม่ใช่แค่เรื่องเรือที่ใช้ไม่ได้ แต่อุปกรณ์ทุกอย่างรวมถึงความกระตือรือร้นของเจ้าหน้าที่
3.เมื่อกล่าวถึงเงินบริจาค เกิดความไม่ยุติธรรม คือ ผู้ที่ถูกไหม้มี 2 ประเภทคือ บ้านเช่ากับบ้านของตนเอง โดยทั้งสองประเภทได้รับเงินช่วยเหลือเท่ากัน ข้าพเจ้าต้องการทราบว่า ทางเทศบาลไม่มีการสำรวจก่อนหรือว่าบ้านไหนมีความเสียหายมากน้อยแค่ไหนแล้วค่อยนำเงินมาเฉลี่ยตามความเสียหายที่เกิดขึ้น ส่วนผู้ที่เขาต้องการมาช่วยเหลือทางผู้ดำเนินการควรแจ้งให้ทราบว่าแต่ละบ้านมีความเสียหายไม่เท่ากัน (บางบ้านเสียหายน้อยก็ได้รับเงินช่วยเหลือเท่ากัน และที่สำคัญคือบ้านของตนเองได้เงินเท่ากับบ้านเช่า) ที่ข้าพเจ้าต้องส่งข้อความถึงท่าน เพราะทางเทศบาลตำบลบางพลีไม่ให้ความช่วยเหลือข้าพเจ้าอย่างเต็มที่ เหมือนกับว่าให้ของช่วยเหลือและเงินบริจาคแล้วจบปัญหา แต่สิ่งที่บ้านของข้าพเจ้า รวมถึงพี่น้องแถวนั้นที่เสียหายนั้นมากมายมากกว่าที่จะแสดงออกมาเป็นจำนวนเงิน
ข้าพเจ้าต้องการให้แต่ละหน่วยงานเห็นใจบ้านที่ไฟไหม้ที่เป็นที่ของตนเองด้วย และที่สำคัญไฟก็มาจากทางตลาดที่เป็นบ้านเช่า ไม่ใช่ว่าข้าพเจ้าจะไม่เห็นใจบ้านเช่า แต่ข้าพเจ้าต้องการความยุติธรรม และที่ข้าพเจ้าส่งข้อความนี้มา เพราะข้าพเจ้าสงสารพ่อแม่ที่รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เพราะว่าบ้านของข้าพเจ้าเป็นร้านขายของ ช่วงที่เกิดเหตุเพลิงไหม้พ่อแม่ของข้าพเจ้าไม่ได้หยิบทรัพย์สินเงินทองอะไรติดตัวออกมาเลย ยกแต่ถังแก๊สลงเรือและทิ้งลงน้ำ เพราะคิดว่าถ้าถังแก๊สระเบิดจะทำให้มีคนเสียชีวิต และไฟจะไหม้ลุกลามไปมากกว่านี้ ข้าพเจ้าเห็นว่าพ่อแม่ทำเพื่อส่วนรวม กลัวคนอื่นเดือดร้อน โดยไม่นึกถึงตนเองว่าไม่เหลืออะไร ทำให้ข้าพเจ้าสงสารพ่อแม่ที่เหนื่อยสร้างทุกอย่างมาตลอด แต่ก็หมดลงในพริบตาด้วยไฟไหม้ในครั้งนี้
กมลวรรณ
ตอบ
ดร.พัฒนพงศ์ จงรักดี นายกเทศมนตรีตำบลบางพลี จ.สมุทปราการ ชี้แจงว่า เนื่องจากวันที่ 20 พฤษภาคม 2557 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ตลาดบางพลี และมีผู้ได้รับความเดือดร้อนทำหนังสือสอบถามและเรียกร้องความเป็นธรรมเข้ามา เทศบาลตำบลบางพลีในฐานะหน่วยงานหลักในพื้นที่ประสบภัย ขอตอบข้อซักถามดังนี้
1.สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ตลาด และการดำเนินคดีกับบุคคลที่เป็นต้นเพลิง
เนื่องจากการสืบสวนหาสาเหตุและบุคคลที่เป็นต้นเพลิงรวมถึงการดำเนินคดีนั้น อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของเทศบาลตำบลบางพลี และ สภ.บางพลี กำลังดำเนินการสืบสวนอยู่ เทศบาลตำบลบางพลีจึงมิอาจตอบข้อซักถามนี้ได้
2.เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ทำไมเทศบาลตำบลบางพลีถึงไม่มีอุปกรณ์ในการช่วยเหลือ รวมถึงการทำงานที่ล่าช้าและความกระตือรือร้นของเจ้าหน้าที่
ในวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลได้นำรถน้ำและดับเพลิง 2 คัน เรือท้องแบนติดตั้งเครื่องดับเพลิงชนิดหาบหาม 1 ลำ เครื่องหาบหามที่เตรียมพร้อมไว้อีก 2 ตัว พร้อมเครื่องดับเพลิงชนิดทุ่นลอย 1 ตัว พร้อมด้วยกำลัง 13 นาย เข้าระงับเหตุ ในทันทีที่ได้รับแจ้ง แต่ทั้งหมดกระจายอยู่กันคนละจุด เนื่องจากความเหมาะสมในการควบคุมเพลิงและข้อจำกัดของพื้นที่ อย่างไรก็ตามเมื่อมีข้อสงสัยในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทางเทศบาล ก็จักได้ตั้งกรรมการจากภายนอกมาสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้เป็นที่ประจักษ์และเกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายต่อไป
3.เรื่องเงินบริจาคที่เท่ากันระหว่างบ้านเช่ากับบ้านที่เป็นเจ้าของเอง รวมถึงการช่วยเหลือในระยะยาว
จากเหตุการณ์ครั้งนี้ มีผู้เดือดร้อนแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มที่เป็นบ้านเช่า กลุ่มที่เป็นเจ้าของบ้านเอง รวมถึงเงินที่นำมาช่วยเหลือในครั้งนี้ก็เป็นเงินที่มาจากหลายส่วน ทั้งเงินที่มาจากเทศบาลเอง และเงินที่รับบริจาคจากผู้ที่มีจิตสาธารณะ ซึ่งบางส่วนผู้บริจาคก็จัดการแบ่งจำนวนเงินมาเสร็จสรรพเพื่อส่งมอบให้ผู้ประสบภัย และบางส่วนก็โอนเข้าบัญชีรวม
บางส่วนมาบริจาคเองที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งเงินในบัญชีจำนวนนี้ได้จัดแบ่งตามความเหมาะสม โดยมีการจัดตั้งเป็นคณะกรรมการเพื่อพิจารณา โดยมีท่านนายอำเภอเป็นที่ปรึกษา และจากการประชุมในครั้งนี้ก็ได้พิจารณามอบเงินช่วยเหลือบ้านที่เช่าเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท และบ้านที่เป็นเจ้าของเอง 100,000 บาท โดยรวมๆ แล้ว บ้านที่เป็นเจ้าของเองจะได้รับความช่วยเหลือเป็นเงินจำนวน 400,000 บาท โดยประมาณ ทั้งนี้ในระยะกลาง และระยะยาวต่อไปเทศบาล ก็ได้มีการวางแผนฟื้นฟูให้ความช่วยเหลือ มิได้นิ่งดูดายแต่อย่างใด
ลุงแจ่ม
สามี (ตัวดี) มีคนใหม่
ดิฉันมีเรื่องอยากขอคำปรึกษา คือดิฉันแต่งงานอยู่กินกับสามีโดยยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน เพราะดิฉันเองก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เท่าไหร่ หลังแต่งงานได้ 3 ปี เราก็มีลูก 2 คน และเป็นผู้หญิงทั้งคู่ แต่เนื่องจากครอบครัวของสามีอยากให้มีลูกเป็นชาย แต่มดลูกดิฉันไม่ดี หลังคลอดลูกคนที่สองก็ต้องตัดมดลูกทิ้ง
ปัญหาเกิดตรงที่ว่า หลังจากดิฉันคลอดลูกคนที่สองได้ 4 ปี สามีก็เริ่มไม่เหมือนเดิม แรกๆ ดิฉันไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ แต่นานวันเข้าสามีก็ยิ่งเปลี่ยนไปมากขึ้น จนกระทั่งไม่กลับบ้านในที่สุด โดยบอกว่าไปอยู่บ้านแม่ ในที่สุดดิฉันก็จับได้ว่าสามีมีผู้หญิงอื่น ดิฉันเสียใจมาก อยากกลับไปอยู่บ้านกับครอบครัว แต่ทางครอบครัวดิฉันบอกว่า ให้ดิฉันอดทนเพื่อลูก จนกระทั่งเมื่อสองอาทิตย์ก่อน เรามีเวลาเจอหน้ากัน และดิฉันบอกสามีว่า จะไปอยู่บ้านแม่ และจะเอาลูกไปด้วย แต่สามีบอกว่าไม่ต้องไป จะอยู่กันอย่างนี้
แต่ดิฉันไม่อยากอยู่แบบนี้ เพราะสงสารลูกมาก อยากทราบว่า ถ้าจะเลิกกับสามี ลูกของดิฉันจะได้สิทธิอะไรบ้าง และทรัพย์สินที่มีจะแบ่งกันอย่างไร
ดวงดาว
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า กรณีนี้ควรเจรจากับสามีให้ดี ถ้าต้องการจะเลิกกันจริงๆ อยากให้คิดถึงลูกด้วย และถ้าต้องเลิกรากันก็ควรจะตกลงกันโดยดีว่า ทรัพย์สินที่มีอยู่นี้ จะแบ่งครึ่งกันอย่างไร ถึงแม้จะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่ทรัพย์สินที่หามาได้ ถ้าคุณและสามีเจรจากันได้ ก็น่าจะตกงได้ว่า ใครควรจะได้อะไรไปบ้าง หรือถ้าจะให้ดี ก็ให้จัดการยกทรัพย์สินที่มีให้ลูกไปเลย
ส่วนเรื่องสิทธิของลูกนั้น ลูกของคุณมีสิทธิตามกฎหมายทุกอย่างที่จะได้รับสิทธิมรดกทรัพย์สินจากผู้เป็นพ่อตามกฎหมาย
ลุงแจ่ม



