ไลฟ์สไตล์

ม.เอกชน-ม.รัฐร่วมต้านคอร์รัปชั่น

ม.เอกชน-ม.รัฐร่วมต้านคอร์รัปชั่น

24 มิ.ย. 2557

ม.เอกชน-ม.รัฐร่วมต้านคอร์รัปชั่น หวังสร้างค่านิยมคนดีมีคุณธรรมให้แก่นศ. : ผกามาศ ใจฉลาด/ชุลีพร อร่ามเนตรรายงาน

                “สถาบันอุดมศึกษา” มีหน้าที่หลักในการผลิตบัณฑิต ทรัพยากรบุคคลของประเทศให้เป็นคนดี คนเก่ง และทำประโยชน์เพื่อสังคม รวมถึงช่วยแก้ปัญหาของประเทศ ซึ่ง “คอร์รัปชั่น” อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ระดับชาติที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ โดยเฉพาะเมื่อทัศนคติของเด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ยอมรับการคอร์รัปชั่นหากได้ประโยชน์ ยิ่งมีความจำเป็นที่สถาบันการศึกษาทุกคนต้องปรับเปลี่ยนความคิด ทำความเข้าใจ และปลูกฝังให้เด็กต่อต้านการคดโกง ทุจริต คอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) เล็งเห็นความสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น ร่วมกับศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย  ศูนย์คุณธรรม จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมเป็นภาคีขับเคลื่อนคุณธรรม ความดี ในสถาบันอุดมศึกษาภาคเอกชน
 
                นายพีรพัฒน์ พรศิริเลิศกิจ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสยามในฐานะ นายก สสอท. กล่าวว่า คุณธรรมเป็นสิ่งที่สร้างเรื่องที่ดี ให้เกิดความสำเร็จในสังคมขึ้นมาได้ โดยเฉพาะในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ก็จะพยายามสร้างความเข้าใจ จากต้นแบบ โรงเรียนคุณธรรม ให้ทุกคนนำเทียนแห่งปัญญาที่ ศ.นพ.เกษม (ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี) ชี้นำไปกระจายต่อ เพื่อร่วมสร้างประเทศชาติของเราให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามขณะนี้สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนฯ ก็ได้ร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ผลักดันเรื่องคุณธรรม และวิชาการ ขับเคลื่อนระบบอุดมศึกษา เพื่อพัฒนาประเทศชาติและให้เกิดสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมผ่านกิจกรรมพัฒนานักศึกษาด้วย

                “ที่ผ่านมาในส่วนของ ม.สยามนั้น ได้มีการเปิดให้บุคลากรและนักศึกษาได้เข้าสอบธรรมศึกษามาตลอดจนถึงปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 9 และสิ่งที่สำคัญที่สุดในการแก้ไขให้เกิดการต่อต้านคอร์รัปชั่นหรือคดโกง ด้วยการปลูกฝังคุณธรรมให้เยาวชนหรือนักศึกษายังไม่เพียงพอเพราะทุกคนในสังคมมีหน้าที่จะต้องทำควบคู่กับคำว่าคุณธรรม โดยเฉพาะในสถานศึกษา ซึ่งถือเป็นที่ที่บ่มเพาะบุคลากรให้ออกไปรับใช้สังคม ต้องเริ่มตั้งแต่เรื่องใกล้ตัว เช่น นักศึกษาไม่โกงข้อสอบ ไม่โกงเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ไม่โกงการแข่งขันกีฬาตรงต่อเวลา อาจารย์ซื่อสัตย์กับการสอน ไม่ละเลยความรับผิดชอบในหน้าที่ หรือใช้ทรัพยากรส่วนรวมเพื่อประโยชน์ส่วนตน ผู้บริหารมีธรรมาภิบาล” ดร.พรชัย กล่าว

                การลงนามความร่วมมือในการสร้างค่านิยมคนดีมีคุณธรรมให้แก่นักศึกษา เป็นการต่อยอดงานขับเคลื่อนคุณธรรมและจริยธรรมให้เกิดขึ้นในกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาเอกชน รวม 61 แห่ง แบ่งเป็น  มหาวิทยาลัย 36 แห่ง วิทยาลัย 20 แห่ง และสถาบัน 5 แห่ง โดยจะมีกรอบแนวคิด อาทิ การพัฒนากิจกรรมเสริมหลักสูตรด้านคุณธรรมความดี พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านคุณธรรม รวมถึงพัฒนาหลักสูตรด้านคุณธรรม และการป้องกันการคอร์รัปชั่น ตลอดจนการสร้างพลเมืองที่ดีให้มีจิตสาธารณะ

                ขณะที่ในส่วนของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐเองนั้น ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่า ทปอ.ซึ่งมีมหาวิทยาลัยรัฐเป็นสมาชิก 27 แห่ง ได้ลงนามความร่วมมือกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรมโครงการต่างๆ ปลูกฝัง กระตุ้นให้นิสิตนักศึกษา บุคลากรของมหาวิทยาลัยร่วมต่อต้านคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ และขณะนี้กำลังจัดทำร่างหลักสูตรเกี่ยวกับการต่อต้านคอร์รัปชั่น เป็นหนึ่งวิชาที่นิสิต นักศึกษาทุกคนต้องเรียน โดยคาดว่าอีก 1-2 ปี วิชาดังกล่าวแล้วเสร็จและเริ่มบรรจุในการเรียนการสอนมหาวิทยาลัยรัฐมีการปลูกฝังให้นิสิตนักศึกษาปรับทัศนคติต่อต้านคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ เพราะปัญหาคอร์รัปชั่นถือเป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศ โดยในส่วนของ มศว จะมีการเปิดโอกาสให้นักศึกษาร่วมกันคิดหัวข้อต่อต้านคอร์รัปชั่น และจัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้น ส่วนระดับผู้บริหาร ได้มีการมุ่งเน้นให้การบริหารงานเป็นไปตามหลักจรรยาบรรณ หลักธรรมาภิบาล เป็นต้น

                เช่นเดียวกับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ร่วมมือกับภาคเอกชน จัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านคอร์รัปชั่นในสถานศึกษา รศ. ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดี มข. กล่าวว่า จากผลสำรวจ พบว่า 75% ของนักศึกษายอมรับคอร์รัปชั่นหากได้รับประโยชน์ ซึ่งหากเยาวชนยังคงคิดแบบนี้จะส่งผลร้ายต่อประเทศชาติ  ดังนั้น มข.ได้ลงนามความร่วมมือกับ UNDP บริษัท ทรูคอฟฟี่ และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) สร้างศูนย์การเรียนรู้ต้านคอร์รัปชั่น เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของนักศึกษา ปลูกฝังค่านิยมให้เยาวชนไทยปฏิเสธการทุจริตคอร์รัปชั่นและวางรากฐานในการขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่นในอนาคต
 
                “นักศึกษาส่วนใหญ่มองว่าการคอร์รัปชั่นต้องเป็นเรื่องระดับประเทศ เป็นเรื่องไกลตัว ธุระไม่ใช่ ทั้งที่ผลกระทบจากการทุจริตคอร์รัปชั่นไม่ใช่เพียงเศรษฐกิจ ความมั่นคงของประเทศ แต่เชื่อมโยงไปถึงความเป็นอยู่ของผู้คน ฉะนั้น หากมหาวิทยาลัยทุกแห่งร่วมกันปลูกฝังให้นิสิตนักศึกษาไม่มองว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องธรรมดา ความเคยชินที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ แต่ต้องปฏิเสธ และไม่เห็นด้วยกับการทุจริต คดโกงทุกรูปแบบ แม้เรื่องอย่างการทุจริตในห้องสอบ เพราะการกระทำดังกล่าวอาจจะติดตัวเด็กไป และบ่งบอกถึงความไม่ซื่อตรง ซื่อสัตย์ อันนำไปสู่ความประพฤติ รับได้จากการกระทำที่คดโกงต่อประเทศ” อธิการบดี มข. กล่าวทิ้งท้าย