
มหาลัยขานรับมติทปอ.'แอด-สอบตรง'รอบเดียว
มหาลัยขานรับมติทปอ.'แอด-สอบตรง'รอบเดียว
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน2557 จากกรณีที่ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)มีมติเห็นชอบในหลักการให้ปรับระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือแอดมิชชั่นส์กลาง และระบบการรับตรง ในปีการศึกษา 2559 โดยระบบรับตรงที่ใช้ผลการสอบให้ใช้ข้อสอบวิชาสามัญร่วมกัน และจัดสอบเพียงครั้งเดียว และสอบหลังจากที่นักเรียนเรียนจบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว ส่วนสาขาวิชาที่ต้องสอบวิชาเฉพาะ เช่น กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) สาขาวิศวกรรมศาสตร์ สาขาด้านศิลปะ ให้แต่ละกลุ่มสาขาวิชาจัดสอบร่วมกัน โดยจะสอบเพียงครั้งเดียว แต่จะจัดสอบเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะเป็นการวัดความถนัดของเด็ก และการสอบวิชาความถนัดทั่วไปหรือGAT และการสอบวิชาความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการหรือPAT ให้จัดสอบพร้อมกันปีละ 2 ครั้ง และให้เลือกคะแนนที่ดีที่สุด และจะจัดสอบเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องสอบหลังจากเด็กเรียนจบ เพราะเป็นการวัดศักยภาพที่ติดตัวเด็กเช่นกัน
ศ.ดร.สุพจน์ หาญหนองบัว คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะรองประธานที่ประชุมสภาคณบดีคณะวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ทวท.) กล่าวถึงว่าเห็นด้วยที่จะให้มหาวิทยาลัยจัดสอบรับตรงร่วมกัน เพราะเป็นการลดภาระค่าใช้จ่าย และทำให้เด็กไม่ต้องวิ่งรอกสอบ ส่วนข้อสอบที่จะใช้นั้นแต่ละคณะ/สาขา ก็จะต้องมาหารือร่วมกัน เพื่อให้ได้ข้อสอบที่มีมาตรฐาน และสามารถวัดความรู้ความสามารถเด็กได้ตรงตามที่แต่ละคณะต้องการ
อย่างไรก็ตามที่ประชุมทวท. เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ได้มีการหารือ ถึงปัญหาในเรื่องการออกข้อสอบวิชาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ที่ใช้ในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือแอดมิสชั่นส์กลาง ว่าควรต้องรื้อระบบการออกข้อสอบใหม่ โดยเน้นให้เด็กคิดวิเคราะห์ เช่นเดียวกับรูปแบบข้อสอบ ของโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ หรือ PISA ไม่ใช่เน้นท่องจำเช่นปัจจุบัน โดยทางทวท. ยินดีให้ความร่วมมือกับทปอ. และพร้อมรับเป็นแม่งานในการออกข้อสอบวิชาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ที่ใช้ในการแอดมิสชั่นส์
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังมอบหมายให้ตนเข้าไปประสานกับสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เพื่อเสนอตัวเข้าไปช่วยออกข้อสอบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐานหรือ โอเน็ต เพื่อใช้ทดสอบนักเรียนด้วย เนื่องจากเห็นว่า หากเราสามารถปรับข้อสอบให้เน้นคิดวิเคราะห์ได้ จะช่วยแก้ปัญหาการเรียนการสอนในห้องเรียนได้ด้วย
ผศ.ประวิต เอราวรรณ์ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) กล่าวว่า ทปอ.คงวิเคราะห์มาดีแล้ว ว่าการปรับดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหารับตรงได้ โดยในส่วนของคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ที่ผ่านมามีปัญหาต่างคนต่างรับ และรับคนละช่วงเวลา เพื่อเป็นการแย่งชิงเด็กกัน ส่วนเด็กก็สอบหลายที่ เกิดปัญหากั๊กที่เรียนคนอื่น ดังนั้นที่ผ่านมาทางคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ก็เคยมีการหารือกัน ว่าน่าจะมีการจัดสอบพร้อมกัน เพื่อให้ได้ข้อสอบและกระบวนการสอบที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ นอกจากนั้นแต่ละมหาวิทยาลัย จะต้องมีแผนการรับนักศึกษาที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาผลิตบัณฑิตล้นตลาดเหมือนที่ผ่านมา
ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า การสอบรับตรงร่วมกันสำหรับคณะ/สาขาที่ใช้คะแนนสอบวิชาเดียวกัน เช่น อาจจะใช้คะแนนGATPAT ในการรับเด็กเข้าเรียน ก็อาจจะไม่มีปัญหา แต่สำหรับคณะ/สาขาที่ใช้องค์ประกอบรับตรงต่างกัน อาจจะมีปัญหาเรื่องการประสานงาน อาทิ คณะนิติศาสตร์มธ. ไม่ใช้คะแนนวิชาภาษาไทยในการพิจารณารับเด็ก แต่ของจุฬาฯ อาจจะใช้
ดังนั้น มธ.เองก็อาจจะไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องบังคับให้เด็กสอบวิชาภาษาไทย ทั้ง ๆ ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้นำคะแนนไปพิจารณา ตรงนี้เป็นรายละเอียดที่จะต้องมาทำความเข้าใจร่วมกัน ในส่วนของมธ.นั้น การกำหนดสัดส่วน และองค์ประกอบในการรับเด็กเข้าเรียน ถือเป็นการตัดสินใจของแต่ละคณะ มหาวิทยาลัยไม่สามารถบังคับได้
น.ส.รมย์นลิน กิจเกษตรสถาพร หรือน้องมิลล์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสตรีวิทยา กล่าวว่า ไม่เห็นด้วย หากให้มีการสอบรอบเดียว เพราะในวันสอบเราอาจจะตื่นเต้น หรือเครียด เพราะเป็นการสอบครั้งแรกและครั้งเดียว ก็อาจทำให้คะแนนออกมาไม่ดี เสียโอกาสในการเข้าเรียนต่อ ซึ่งถ้าพลาดก็อาจต้องไปสอบใหม่ในปีหน้า หรือต้องไปเรียมหาวิทยาลัยเอกชน



