
เพลง คน ดนตรี โลก
ค่ำคืนของวันที่ 27 ที่ผ่านมา ที่หอประชุมสำนักพิพิธภัณฑ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะมีผู้คนหลั่งไหลกันเข้ามาเป็นระยะ และที่ผมสังเกตดูแล้วว่าเกือบทุกคนจะแต่งตัวคล้ายๆ กันเกือบทั้งหมด ก็คือใส่เสื้อยืด นุ่งกางเกงยีน มีผ้าพันคอ บางคนก็จะโพกหัว ซึ่งความจริงมันก็
ดังนั้นแฟนเพลงที่เข้ามาเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ก็เป็นแฟนเพลงของคาราบาวทั้งหมด ส่วนตัวผมเองตอนแรกก็คิดว่าคงจะไม่มีแฟนเพลงเข้ามาชม แต่ความคิดของผมก็ต้องเปลี่ยนไป แฟนเพลงคาราบาวหลายคนเข้ามาทักทาย และขอถ่ายรูปกับผมหลายสิบคน ก็เลยทำให้ผมใจชื้นขึ้นมานิดหนึ่ง และตอนก่อนที่คอนเสิร์ตจะเริ่มประมาณ 1 ชั่วโมง ก็มีชาวญี่ปุ่น 2 คน เป็นผู้ชาย และมีผู้หญิงเป็นคนไทย 1 คน รวมเป็น 3 คน เข้ามาขอพบผมถึงห้องพักด้านหลังเวที พร้อมด้วยแสดงตัวเป็นแฟนคลับของขุนอิน ด้วยการขอถ่ายรูป และขอลายเซ็น
หลังจากที่ผมได้พูดคุยก็ทราบว่าเป็นชาวญี่ปุ่นชื่อว่า เรียวตะ ซูซูกิ มีภรรยาเป็นคนไทย โดยคุณเรียวตะ ซูซูกิ ใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทย และเป็นเจ้าของบริษัท ทำนิตยสารในเมืองไทย โดยคุณเรียวตะ บอกผม ว่าคุณพ่อบินมาจากญี่ปุ่นพอดี และพอทราบข่าวว่าผมมีคอนเสิร์ตในวันนี้ก็เลยให้คุณเรียวตะ พามาดูขุนอิน และบอกกับผมว่า คุณพ่อของเขาเป็นแฟนภาพยนตร์เรื่อง โหมโรง เมื่อตอน 5 ปีก่อนได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ที่เมืองไทย และเคยไปดูผมเล่นที่สวนสาธารณะเมือง โตเกียว ประเทศของเขาเมื่อสี่ปีที่แล้ว จึงทำให้เท่ากับว่าผมมีแฟนคลับเป็นชาวญี่ปุ่น และเข้ามาชมคอนเสิร์ตครั้งนี้ ทำให้ผมใจชื้นขึ้นมาอีกอักโข ที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะผมยอมรับว่าวงคาราบาวเขามีแฟนเพลงอยู่เหนียวแน่น ขนาดสตาฟฟ์ที่ทำงานอยู่หลังเวทีทุกคนยังแต่งกายเหมือนกับ น้าแอ๊ด กันทุกคนเลยครับ
สำหรับบรรยากาศในคอนเสิร์ตต้องบอกว่า ใครเป็นแฟนเพลงคาราบาวที่พลาดโอกาสชมการแสดงในครั้งนี้ต้องเป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง โดยผมจะลำดับการแสดงให้อ่านกันโดยสังเขปว่ามันน่าเสียดายมากน้อยแค่ไหนสำหรับผู้ที่ไม่ได้ชม โดยเริ่มรายการ หรือเปิดรายการด้วยการ แสดงเดี่ยวระนาด เชิดต่อตัว เหมือนกับในภาพยนตร์เรื่อง โหมโรง ในฉากที่ ขุนอินแพ้เจ้าศร โดยการเชิดต่อตัวเหมือนกับเป็นการสร้างบรรยากาศให้ฮึกเหิมก่อนการแสดงนั้นจะเป็นการตีกันจริงๆ แบบสดๆ ระหว่างตัวผมกับ นายธีรภัทร
หลังจากนั้นก็จะเป็นวงดนตรีไทยของ โรงเรียนมหาพฤฒาราม กับวงแก้วนนทรี ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่รวมตัวกันมาเพื่อที่จะเล่นอินโทร ในรูปแบบรายการ อัศจรรย์ คันธรรพ ให้แก่วงคาราบาว 4 เพลงรวด ก็คือ ก้านกล้วย องค์ดำ บางระจัน เจ้าตาก ซึ่งก็ได้รับคำชมจากตัว น้าแอ๊ด คาราบาว เป็นอย่างมาก
และหลังจากนั้นผมเองก็ออกไปสะบัดลีลาระนาดให้น้าแอ๊ด ได้ร้อง เพลงนายขนมต้ม และ เสียงเพลงแห่งเสรีภาพ 2 เพลงรวด ต่อจากนั้นวงคาราบาวก็จะร้องลุยต่ออีก 6 เพลงรวด ก็เป็นคิวการแสดงของ วงกลองเพล อารามดรัมเมอร์ ซึ่งก็สร้างความคึกคักให้ได้พอสมควร และต่อจากนั้นก็เป็นช่วงสำคัญสำหรับผม ก็คือ เพลงโหมโรงเมดอินไทยแลนด์ ในรูปแบบ วงมโหรี ซึ่งเป็นเพลงที่ผมแต่งขึ้นมาใหม่สำหรับงานนี้โดยเฉพาะ
ก่อนแสดงผมเห็นแฟนของวงคาราบาวพร้อมใจกันลุกขึ้นเดินเกือบๆ จะหมดทุกที่นั่ง จึงทำให้ผมนึกในใจว่า แล้วเราจะโดนโห่ลงจากเวทีมั้ยเนี่ย ดันเอาวงมโหรีมาเล่นกล่อมขาแดนซ์ ให้นอนหลับฝันหวานซะอย่างงั้น และอะไรจะเกิดขึ้นกับโหมโรงเมดอินไทยแลนด์ของผม เอาไว้ฉบับหน้าค่อยมาว่ากันใหม่พร้อมกับประวัติของ พระปัญจสิงขร ซึ่งเป็นคำถามของ คุณพระจันทร์ข้างแรม ที่หยุดเขียนมา 2 ฉบับก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย เพราะเนื่องจากมีเหตุการณ์ปัจจุบันทันด่วนที่ต้องให้เขียนก่อนนั่นเอง
สำหรับฉบับนี้ก็ต้องขอสวัสดี ไปก่อนล่ะครับ
"ขุนอิน"



