
ชิมฟิก-เก็บมะเฟือง-ตะลุยไร่องุ่น
22 มิ.ย. 2557
ท่องโลกเกษตร : ชิมฟิก-เก็บมะเฟือง-ตะลุยไร่องุ่น สัมผัสไออุ่นที่ 'เกษตรหลวงปางดะ' : โดย...ดลมนัส กาเจ
สายฝนโปรย ปล่อยละอองขุ่นเบาบางทั่วอาณาบริเวณ ขณะที่คณะสำรวจเส้นทาง เพื่อจัดโครงการเกษตรทัศนศึกษาของสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ วิ่งไปตามเส้นถนนสายเชียงใหม่-ฝาง ผ่าน อ.แม่ริม เลี้ยวซ้ายไปทางน้ำตกแม่สา ลัดเลาะตามเส้นทางอันคดโค้งผ่านระยะทางราว 38 กก. ถึงจุดหมายปลายทางที่สถานีเกษตรหลวงปางดะ ที่หมู่บ้านปางดะ หมู่ 10 ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 720 เมตร
ราวกับปาฏิหาริย์ ที่นั่นฟ้าปิด แต่ไม่มีเม็ดฝนโปรย !
สถานีเกษตรหลวงปางดะ ตั้งอยู่ในพื้นที่กว้าง 1,232 ไร่ เป็นพื้นที่ทำการเกษตร 804 ไร่ ถือเป็นหนึ่งในสี่สถานีวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวง หลังจากมูลนิธิโครงการหลวงเลือกพื้นที่ในสถานีทดลองข้าวไร่ และธัญพืชเมืองหนาวสะเมิง ของกรมวิชาการเกษตร ที่หมู่บ้านปางดะ เมื่อปี 2522 เพื่อเป็นแหล่งทำการขยายพันธุ์พืช เมื่อปริมาณความต้องการด้านพันธุ์พืชเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผลิตต้นพันธุ์ได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทางมูลนิธิโครงการหลวงจึงเปิดสถานที่แห่งใหม่ขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2526 บนพื้นที่ราว 25 ไร่ ติดอ่างเก็บน้ำโครงการพระราชดำริห้วยปลาก้าง ซึ่งไม่ไกลจากบริเวณเดิมมากนัก
ต่อมาในปี พ.ศ.2528-2529 จึงซื้อที่ดินเพิ่มอีกประมาณ 65 ไร่ ขยายพื้นที่สำหรับการขยายพันธุ์พืชอย่างถาวร โดยดำเนินงานภายใต้ชื่อ “ศูนย์ขยายพันธุ์พืชปางดะโครงการหลวง” จนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2530 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปทรงเยี่ยมศูนย์ขยายพันธุ์พืชปางดะ โครงการหลวงเป็นครั้งแรก โดยทอดพระเนตรกิจกรรมต่างๆ ภายในศูนย์ และในโอกาสนี้ ม.จ.ภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง กราบบังคมทูลขอพระราชทานชื่อใหม่ ว่า “สถานีเกษตรหลวงปางดะ” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาธิคุณพระราชทานชื่อนี้ พร้อมกับได้ขยายพื้นที่เพิ่มเติมรวม 150 ไร่ ในปีเดียวกัน
ปัจจุบัน วิมาน ศรีเพ็ญ นักวิชาการไม้ผล สถานีเกษตรหลวงปางดะ ที่มาต้อนรับคณะของเรา บอกว่า ภารกิจหลักของสถานีเกษตรหลวงปางดะ จะเน้นงานส่งเสริมและพัฒนาอาชีพของเกษตรกรที่อยู่บริเวณโครงการ โดยมีงานด้านการเกษตร คือ พัฒนาและส่งเสริมอาชีพด้านการปลูกผัก จำนวน 9 ชนิด ได้แก่ ข้าวโพดหวานสองสี มะระหยก มะเขือเปราะ กุยช่ายขาว พริกหวานเหลือง มะเขือพวง ดอกกุยช่ายไต้หวัน พริกหวานแดง และตะไคร้ ส่วนไม้ผลมี 6 ชนิด ได้แก่ อะโวคาโด องุ่น เคพกูสเบอร์รี่ เสาวรสหวาน สตรอเบอร์รี่ และฟิก หรือมะเดื่อฝรั่ง นอกจากนี้ยังมีพืชไร่ 2 ชนิด ได้แก่ ถั่วแดงหลวง และถั่วเหลืองผิวดำ รวมถึงการส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงสัตว์ งานหัตถกรรม จำพวกการทอผ้า กระเป๋า ผ้ากันเปื้อน ถุงมือ และผ้าคลุมไหล่ เป็นต้น
จากความหลากหลายของพืชผัก-ไม้ผล ทั้งไม้ผลเมืองหนาว เมืองร้อน รวมถึงกึ่งหนาวถกึ่งร้อน ทำให้สถานีเกษตรหลวงปางดะ นอกจากจะเป็นศูนย์การเรียนรู้การขยายพันธุ์ไม้ผลให้แก่ผู้ที่สนใจ ตลอดจนเป็นแหล่งศึกษาดูงาน และฝึกงานของนักศึกษาแล้ว ยังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งสถานีเกษตรหลวงปางดะมีกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรมากมาย อาทิ การชมแปลงสาธิตไม้ผลเมืองหนาว-เมืองร้อน เช่น กาแฟ อะโวคาโด องุ่นไร้เมล็ด ส้ม ฟิก หรือมะเดื่อฝรั่ง มะเฟืองไต้หวัน, ชมแปลงสาธิตพืชผัก เช่น แตงกวาญี่ปุ่น หน่อไม้ฝรั่ง มะระหยก มะระขาว ถั่วแขก ข้าวโพดหวาน กุยช่ายขาว, ชมแปลงสาธิตไม้ดอกเมืองร้อน และจุดชมวิว อ.สะเมิง ที่สามารถชมทิวทัศน์ที่สวยงาม หากวันใดฟ้าเปิดจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ไปไกลถึงยอดดอยอินทนนท์
คุณวิมาน พาเราเดินจากสำนักงานมุ่งหน้าแปลงฟิก หรือมะเดื่อฝรั่ง ระหว่างทางจะผ่านไม้ผลต่างๆ มากมาย ทั้งต้นตาว หรือชิด คาราบูน สู่โรงเรือนมะเดื่อฝรั่ง ที่ถูกตัดแต่งกิ่งให้อยู่ในแนวขนานดิน มีทั้งหมด 7 สายพันธุ์ อาทิ แบล็กจีนัว ที่ตลาดต้องการมากที่สุด และเป็นสายพันธุ์ที่สถานีเกษตรหลวงปางดะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเพื่อการค้า ปัจจุบันตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำจะขายในราคา กก.ละกว่า 300 บาท มีลักษณะผลกลม เส้นผ่าศูนย์กลางของผลราว 3-6 ซม. ขนาด 8-10 ผล/กก. นอกจากนี้ยังมีสายพันธุ์โฮลไลท์ แบล็กมิชชั่น คาโดต้า แลฟเต้ เป็นต้น ซึ่งแต่ละต้นกำลังออกผลผลิต ที่คาดว่าจะสุก หรือเก็บผลผลิตได้ราวเดือนสิงหาคมนี้
"ที่จริงมะเดื่อฝรั่งจะออกผลตลอด เมื่อออกผลชุดหนึ่งเราตัดแต่งกิ่งใหม่ ชุดใหม่ก็จะออกดอก เป็นผลไม้ที่วางตลาดบน เพราะราคายังสูง อย่างของเรามีเท่าไรต้องส่งให้โครงการหลวงทั้งหมด ทางโครงการหลวงให้ทุนคืน กก.ละ 150 บาท ส่วนจะขายเท่าไร ขึ้นอยู่กับภาวะของกลไกตลาด ซึ่งปัจจุบันบ้านเรามีไม่มากนัก ส่วนที่ส่งเสริมเกษตรกร ตอนนี้เพิ่งมีเพียง 2-3 ราย โดยผลผลิตทั้งหมดโครงการหลวงรับซื้อในราคา กก.ละ 150 บาทเช่นกัน" คุณวิมาน กล่าว
ออกจากแปลงฟิก ผ่านมะเฟืองไต้หวัน ที่ออกผลเต็มไปหมด หากใครผ่านไปสามารถเก็บมารับประทานได้เลย ผ่านแปลงมะเฟืองสู่แปลงองุ่นปลอดสารพิษ ที่ออกผลผลิตห้อยระย้าสีดำเต็มไปหมด ซึ่งแปลงที่เราเข้าไปชม คุณวิมาน บอกว่า เป็นองุ่นไร้เมล็ดสายพันธุ์บิวตี้ซิสเลส ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่สถานีเกษตรหลวงปางดะส่งเสริมเกษตรกรปลูก เพราะเป็นองุ่นที่ตลาดต้องการสูง จากทั้งหมดที่สถานีเกษตรหลวงปางดะมีองุ่นที่ทำการวิจัย ปรับปรุงพันธุ์กว่า 20 สายพันธุ นั้น เรานั่งรถกระบะขึ้นสู่แปลงอื่นๆ ทั้งพืชผัก ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด 2 สี เข้าสู่แปลงกีวี อะโวคาโด ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ ที่กำลังออกผลเต็มต้นไปหมด
ผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง คณะของเราอำลาสถานีเกษตรหลวงปางดะ มุ่งสู่เส้นทางสายสะเมิง-หางดง เข้าสู่เมืองเชียงใหม่ ระยะทางราว 39 กม. หรือหากใครต้องการพักผ่อนค้างคืนภายในสถานีมีบ้านพักรับรอง มีสถานที่กางเต็นท์ และบริการเช่าเต็นท์พร้อมถุงนอนด้วย
สนใจชิมฟิก-เก็บมะเฟือง-ตะลุยไร่องุ่น สอบถามได้ที่สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย โทร.0-2940-5425-6 และ 08-6340-1713
-------------------------
(ท่องโลกเกษตร : ชิมฟิก-เก็บมะเฟือง-ตะลุยไร่องุ่น สัมผัสไออุ่นที่ 'เกษตรหลวงปางดะ' : โดย...ดลมนัส กาเจ)



