
คิวรถตู้-รถแท็กซี่ จอดขวางทางเต็มไปหมด
20 มิ.ย. 2557
เปิดซองส่องไทย : คิวรถตู้-รถแท็กซี่ จอดขวางทางเต็มไปหมด : โดย...ลุงแจ่ม
เมืองไทยมีปัญหาจราจรที่แก้ไม่ได้สักที ไม่ว่าจะผ่านมากี่สมัย ปัญหายังคงคาราคาซัง ไม่มีหน่วยงานไหนที่ดูแลแก้ไขอย่างจริงจัง ตอนนี้ผมเห็นข่าวที่ตำรวจเอาจริงเอาจัง จับจริง ปรับจริง อยากให้ทำแบบนี้ไปตลอด ไม่ใช่ทำแค่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ดีขึ้นแล้วก็ปล่อยไป ปัญหาก็กลับมาอีก ต้องทำให้เด็ดขาดหน่อย
ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องเจอกับสภาพการจราจรที่ย่ำแย่ การเดินทางออกจากบ้านแต่ละครั้ง เหนื่อยและเครียดมาก ผมอยากบอกให้ทราบปัญหาที่คนละแวกนี้ต้องทนมาตลอด ดังนี้ครับ
1. บริเวณตลาดสะพานใหม่ ถนนพหลโยธิน ขาเข้า-ขาออก มีรถตู้โดยสารใช้เป็นคิวจอดรถเสียไปหนึ่งช่องทาง ทำให้มีปัญหาการจราจรเป็นอย่างมากทุกวัน และยังมีรถส่วนบุคคลจอดในที่ห้ามจอด ทั้งๆ ที่มีป้ายห้ามจอด 05.00-22.00 น. อยากให้ผู้รับผิดชอบพื้นที่ไปดูแลเอาจริงเอาจังโดยจับปรับให้เข็ด
2. ที่ทางแยกหน้าโรงพยาบาลภูมิพลฯ และทางเข้ากองทัพอากาศ และเลยไปอีกครึ่ง กม. ทางแยกที่กล่าวมามีผู้ฝ่าฝืนไฟสัญญาณจราจรเป็นประจำ โดยไม่เกรงกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุ อยากเสนอให้ติดกล้องที่สามารถบันทึกเลขทะเบียนแล้วจับปรับให้หนัก หรือจัดให้มีตำรวจจราจรมากำกับดูแลเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย
ปัญหาเกิดมายาวนานมาก ไม่มีใครเข้ามาจัดการ แต่ ณ เวลานี้ คสช. ได้มีนโยบายให้เข้มงวดเกี่ยวกับเรื่องนี้ จึงอยากให้ช่วยเป็นสื่อไปถึงผู้รับผิดชอบ ผมเป็นประชาชนคนหนึ่งที่อยากเห็นความเรียบร้อยของสังคมไทย
สัมพันธ์
ตอบ
พ.ต.ท.กฤติเดช ปัญญาวศิน รอง ผกก.จร. สน.บางเขน ชี้แจงว่า ตลาดสะพานใหม่ เป็น 1 ใน 10 จุดวิกฤติจราจร ตามโครงการแก้ไขปัญหารถติดหน้าห้างสรรพสินค้า ตลาด และป้ายหยุดประจำทางทั่วกรุง 45 จุด 88 สน.ระยะที่ 2 ของที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ที่ผ่านมาสภาพการจราจรถนนพหลโยธินมีรถสัญจรผ่านจำนวนมากในแต่ละวันโดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าและเย็น
สำหรับบริเวณตลาดสะพานใหม่ นอกจากมีรถสัญจรผ่านในเส้นทางหลักจำนวนมากแล้ว ด้านหน้าตลาดบริเวณป้ายรถเมล์จะมีรถจอดแช่เป็นประจำ ส่วนใหญ่เป็นรถโดยสารประจำทาง รถตู้ และรถแท็กซี่ จอดแช่ป้ายรอผู้โดยสาร สร้างปัญหาจราจร ส่งผลให้การจราจรติดขัด กีดขวางเส้นทางจราจร เกิดปัญหารถติดสะสมเป็นจำนวนมาก
ที่ผ่านมา งานจราจร สน.บางเขน ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนประจำจุดบริเวณดังกล่าวเพื่ออำนวยความสะดวกและกวดขันวินัยจราจร โดยห้ามรถทุกชนิดยกเว้นรถโดยสารประจำทางจอดรับ-ส่งผู้โดยสารที่ป้ายรถโดยสารประจำทางเท่านั้น มีการตั้งกรวยตลอดแนว 1 ช่องทางสำหรับให้รถโดยสารประจำทางเท่านั้น ห้ามรถตู้โดยสารสาธารณะและรถแท็กซี่เข้าป้ายเพื่อจอดรับส่งผู้โดยสารเด็ดขาด โดยอนุญาตให้รถตู้โดยสารสาธารณะและรถแท็กซี่จอดรับ-ส่งผู้โดยสารที่จุดที่กำหนดให้ห่างจากป้ายรถโดยสารประจำทางออกไปประมาณ 15-20 เมตร สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลอนุญาตให้จอดรับ-ส่งได้ในระยะเวลาสั้นๆ ห้ามจอดแช่ ซึ่งปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณตลาดสะพานใหม่ลดน้อยลงตามลำดับ ปัจจุบันไม่พบปัญหารถจอดแช่ป้าย จอดกีดขวางเส้นทาง หรือจอดรถในเวลาห้ามจอดบริเวณตลาดสะพานใหม่และบริเวณใกล้เคียงอีก
นอกจากนี้ ในพื้นที่ สน.บางเขน ปัญหาการจราจรอีกจุดหนึ่ง คือ แขวงการทางกรุงเทพ นำแท่งแบร์ริเออร์มากั้นช่องจราจร บริเวณแยกลาดปลาเค้า ถนนรามอินทรา ขาออก เพื่อบังคับให้รถเลี้ยวขวา เข้าซอยลาดปลาเค้า 2 ช่องทาง ทำให้รถที่วิ่งทางตรงในถนนรามอินทราขาออก มาถึงแยกลาดปลาเค้าถูกบีบเป็นคอขวด ส่งผลให้รถติดนั้น ขณะนี้ได้แจ้งปัญหาให้แขวงการทางกรุงเทพ ทราบแล้ว ซึ่งแขวงการทางกรุงเทพ ได้ปรับแนวทางเพื่อแก้ปัญหาจราจรแล้ว โดยนำแท่งแบร์ริเออร์ที่ปิดช่องทางบังคับเลี้ยวขวาออก ทำให้รถที่ต้องการตรงไปสามารถวิ่งตรงได้อีก 1 ช่องทาง จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้เส้นทางดังกล่าวทราบเป็นข้อมูล
ด้าน พ.ต.ท.นิรุชพล โยธามาตย์ สว.จร. สน.สายไหม ชี้แจงว่า กรณีทางแยกหน้าโรงพยาบาลภูมิพลและทางเข้ากองทัพอากาศ บริเวณดังกล่าวเป็นเขตทหารอากาศ ที่ผ่านมาการควบคุมดูแลการจราจร เจ้าหน้าที่ทหารอากาศเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งบริหารจัดการได้ดี ไม่มีปัญหาอะไร การควบคุมสัญญาณไฟจราจรจะเป็นแบบควบคุมโดยเจ้าหน้าที่ในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าและเย็น เพราะเป็นช่วงเวลาที่มีปริมาณรถมาก โดยจะมีเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยอำนวยการจราจรบริเวณดังกล่าวทุกวัน แต่ในช่วงเวลาที่การจราจรเริ่มคลี่คลาย เจ้าหน้าที่จะปรับเปลี่ยนสัญญาณไฟจราจรเป็นแบบไฟกะพริบ ผู้ที่ต้องการเลี้ยวเข้าโรงพยาบาลภูมิพลหรือต้องการกลับรถบริเวณดังกล่าว ไม่ต้องหยุดรถเพื่อรอสัญญาณไฟ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังในการเลี้ยวหรือกลับรถ ขณะเดียวกันรถที่วิ่งทางตรงก็ต้องชะลอรถหรือหยุดรถให้ทางเช่นกัน ทั้งนี้ เป็นการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน และลดการเกิดอุบัติเหตุ
สำหรับข้อเสนอเรื่องการติดตั้งกล้องวงจรปิด นั้น จะรับข้อเสนอดังกล่าวนำเรียนให้ผู้บังคับบัญชาทราบและจะนำข้อเสนอประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารอากาศ เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้และความเหมาะสมต่อไป
ลุงแจ่ม
สามี(ตัวดี)ไม่ยอมโอนบ้านให้
พ่อแม่ของหนูเลิกกัน แม่มีแฟนใหม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่อยู่กินกันมาประมาณ 10 ปีแล้วค่ะ ตอนที่แม่หนูซื้อบ้าน แม่ไม่สามารถทำเรื่องกู้ได้ เพราะค้าขาย จึงให้แฟนแม่ซึ่งรับราชการ ทำเรื่องกู้ธนาคารให้ โดยที่แม่มีชื่ออยู่ด้วยในโฉนดที่ดิน และแม่เป็นคนจ่ายค่างวดเข้าธนาคารของแฟนทุกเดือน
ปัจจุบันแม่ได้ปิดค่างวดบ้านเรียบร้อยแล้ว แต่ในอดีตแม่เคยมีหนี้สินกับพ่อ หลังจากกรมบังคับคดีเห็นแม่มีทรัพย์สิน จึงตามมายึดบ้านให้จ่ายหนี้เดิม แม่ได้ไปติดต่อกับกรมบังคับดดี พบว่ามีหนี้สินรวมต้นและดอกแล้วเกือบ 4 แสนบาท แต่ขอประนอมหนี้ จ่ายไปประมาณ 1.5 แสนบาท ก็โอนบ้านได้ หนี้ทั้งหมดก็จบ
ปัญหาคือ แฟนใหม่แม่ไม่ยอมเซ็นชื่อโอนบ้านให้ เขาบอกมีส่วนได้กับบ้านหลังนี้ด้วย
อยากทราบว่า ถ้าถ้าแฟนแม่ไม่ยอมจริงๆ แล้วต้องต่อสู้กัน แม่จะมีสิทธิ์ได้บ้านหลังนี้คืนไหมคะ
หนูดี
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า ในกรณีเรื่องบ้านนั้น ว่ากันเรื่องของหนี้สินที่มีอยู่ก่อน ถ้ามีหนี้อยู่ แล้วเจ้าหนี้ตามเจอ เช่นกรณีของแม่คุณ เมื่อกรมบังคับคดีตามจนทราบว่ามีทรัพย์สินที่จะยึดได้ จึงตามมายึดนั้น ก็ต้องชำระหนี้กันไป เป็นสิ่งที่บิดพลิ้วไม่ได้ การที่เจรจากันเพื่อใช้หนี้ก็ทำถูกต้องแล้ว
ส่วนเรื่องบ้านที่แม่เป็นคนจ่ายเงินนั้น ในความเป็นจริงแล้ว หากลงชื่อร่วมกันไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่เป็นคนจ่ายเงิน สิทธิ์ที่มีร่วมกันคนละครึ่ง กรณีที่อยากจะได้บ้านคืนเป็นชื่อแม่เพียงคนเดียวแล้วสามีใหม่ไม่ยอมเซ็นโอนให้ ก็ต้องพึ่งศาล โดยฟ้องร้องเพียงอย่างเดียว แต่ก่อนที่จะฟ้อง อยากให้คิดในเรื่องที่แม่โดนบังคับดคีเรื่องเกี่ยวกับการยึดบ้านจากหนี้สินเก่าด้วย เนื่องจากว่าขณะนี้บ้านยังเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมสองคน คือ แม่กับแฟนใหม่ ถ้ามีการบังคับคดีเอาบ้านมาชดใช้หนี้ที่แม่เคยมีอยู่ ก็จะถูกบังคับเฉพาะในส่วนของแม่เท่านั้น แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่โอนบ้านเป็นชื่อของแม่เรียบร้อยแล้ว การบังคับหนี้ก็จะบังคับบ้านทั้งหลังที่เป็นสิทธิ์ของแม่เพียงคนเดียวเลย
ดังนั้นทางที่ดีลองเคลียร์ทีละเรื่อง คือ เคลียร์เรื่องหนี้สินเก่าให้จบก่อนเพื่อจะได้ไม่ถูกบังคับเอาบ้านไปทั้งหลัง หลังจากนั้นค่อยเจรจากับสามีใหม่เรื่องโอนบ้านให้เป็นชื่อของแม่
ลุงแจ่ม



