ไลฟ์สไตล์

ขอบคุณอาสาฯ เพื่อผู้ลี้ภัย

ขอบคุณอาสาฯ เพื่อผู้ลี้ภัย

20 มิ.ย. 2557

สังคม : ขอบคุณอาสาฯ เพื่อผู้ลี้ภัย

 
                     หลังจากที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับมอบหมายสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ให้ดำเนินการสำรวจข้อมูลผู้ลี้ภัยในพื้นที่พักพิงชั่วคราวตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาร์ 9 แห่งใน 4 จังหวัด เพื่อจะนำไปวางแผนและเตรียมพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของผู้หนีต่อไปในอนาคต จวบจนถึงวันนี้โครงการดังกล่าวสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี  ด้วยเหตุนี้ ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ พร้อมด้วย ฟรองซัวส์ มาร์ริเยท์ ผู้จัดการโครงการอาวุโส สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ พรชาต บุนนาค รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พรประไพ กาญจนรินทร์ อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และ สิงห์ สุขวัจน์ ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย ร่วมกันจัดงานปิดโครงการฯ และมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ อาสาสมัครจำนวน 14 คน เพื่อเป็นการขอบคุณ ที่สำนักงานมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง กรุงเทพฯ เมื่อวันก่อน
 
                     ม.ล.ดิสปนัดดา ดิศกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพัฒนา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 453 วัน ของการดำเนินการสำรวจศูนย์พักพิงต่างๆ จำนวน 9 ค่าย แม้จะมีการนำเอาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้าไปใช้ในการเก็บข้อมูล แต่ก็คงไม่ได้ผลดี ดังจะเห็นได้จากผลการสำรวจเราพบว่ามีผู้ลี้ภัยถึง 110,028 คน คิดเป็นร้อยละ 96 ของครัวเรือนที่มีอยู่ในพื้นที่จริง ณ วันสำรวจ หากไม่มีทีมอาสาสมัครจากคนในพื้นที่เข้าไปช่วย ทำให้งานครั้งนี้เดินไปได้อย่างราบรื่นและที่สำคัญทำให้ทำงานสนุก
 
                     “ในนามของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ขอขอบคุณอาสาสมัครทุกคนที่เสียสละเวลามาช่วยงาน แทนที่จะเอาเวลาไปทำภารกิจส่วนตัว ขอบคุณที่ทุ่มเทและการทำงานที่เกินหน้าที่ ขอบคุณในน้ำใจของผู้ให้ ขอบคุณในมิตรภาพทำให้งานเป็นมากกว่างาน แต่เป็นเสมือนครอบครัวเดียวกัน ขณะเดียวกันก็อยากให้คนทั่วไปได้เห็นตัวอย่างถึงจิตใจ ความตั้งใจของอาสาฯ รวมทั้งให้ตระหนักถึงการทรงงานของสมเด็จย่าฯ ที่ทรงยึดปฏิบัติเสมอมาคือ ขอแค่โอกาสและความตั้งใจทุกอย่างย่อมทำได้เพราะแต่ละคนย่อมมีศักยภาพของตัวเอง” ม.ล.ดิสปนัดดา ดิศกุล กล่าว
 
                     มะลิ หนึ่งในอาสาสมัคร ซึ่งร่วมทำงานสำรวจครบทั้ง 9 ค่าย เปิดใจว่า ตอนเริ่มทำงานกับมูลนิธิฯ ใหม่ๆ ค่อนข้างมีปัญหา เพราะคนในค่ายฯ กลัวว่าจะโดนหลอกหรือถูกส่งตัวกลับบ้าน ตัวเองจึงบอกกับเพื่อนๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงคิดดีทำดีมาโดยตลอดไม่เคยคิดร้ายต่อประชาชน ดังนั้นมูลนิธิฯ นี้เป็นของแม่พระเจ้าอยู่หัว ก็ต้องทำดีเช่นกัน และที่ผ่านมาปีกว่ายิ่งทำให้รู้ว่าไม่เพียงโดนหลอกหรือดูถูกเหยียดหยามเพราะการศึกษาน้อยแล้ว ตัวเองยังได้ความรู้จากการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ด้วย ยังไม่นับเรื่องที่คอยให้ความช่วยเหลืออีกต่างหาก
 
                     เช่นเดียวกับ มณฑากานต์ ผ่องสุวรรณมณี กล่าวว่าหลังจากร่วมงานอาสาฯ และสัมผัสกับผู้ลี้ภัยมา 8 ค่าย ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดของผู้ที่ขาดโอกาสต้องอยู่ในโลกแคบๆ ไม่เคยได้ทราบว่าโลกภายนอกศูนย์พักพิงเดินไปถึงไหนกันแล้ว ดังนั้นการสำรวจข้อมูลครั้งนี้ จึงถือว่าเป็นประโยชน์ต่อพวกเขามาก เพราะอย่างน้อยก็ได้รู้ว่าข้างนอกค่ายฯ นั้นมีงานมีอาชีพอะไรบ้าง และถ้าถามว่าอะไรคือความลำบากสำหรับพวกเขา คำตอบไม่ใช่กระท่อมหลังเล็ก ไม่ใช่การไม่มีรถใช้ หรือไม่มีน้ำไม่มีไฟฟ้า แต่ความลำบากของพวกเขาคือ การไม่มีโอกาสในสังคม นอกจากนี้พวกเขายังมีความเชื่อและความหวังอย่างจริงจังว่า และถ้าเพียงได้รับโอกาสเท่าๆ กับคนภายนอก
 
                     ฟากอาสาสมัครหนุ่ม ปีเตอร์ เล่าว่า ตอนที่มูลนิธิฯ ชวนไปทำงานอาสาฯ คิดว่าคงทำงานเหมือนลูกจ้างทั่วไป แต่พอจริงๆ เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน กินด้วยกัน ไปด้วยกัน ถึงแม้ว่าจะเกิดปัญหาเยอะมากแต่ก็ผ่านมาได้เพราะทุกคนร่วมมือกัน ทุกวันนี้พอมาคุยถึงปัญหาต่างๆ ที่ผ่านมากลายเป็นเรื่องตลก ต้องขอขอบคุณมูลนิธิฯ ที่ชวนมาทำงาน เพราะทำให้ตัวเองก็มีโอกาสได้ช่วยเหลือคนเชื้อชาติเดียวกัน ขณะเดียวการสำรวจครั้งนี้แม้จะเป็นการเก็บข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ก็เหมือนได้จุดประกายให้ผู้ลี้ภัยได้หันกลับคิดถึงความสามารถของตัวเอง เหมือนให้โอกาสเขา เพราะแต่ก่อนไม่เคยมีใครฟังเสียงผู้ลี้ภัย