ไลฟ์สไตล์

สอนเด็กเลิกกินดิบปลอด!พยาธิใบไม้ในตับ

สอนเด็กเลิกกินดิบปลอด!พยาธิใบไม้ในตับ

17 มิ.ย. 2557

สอนเด็กเลิกกินดิบปลอด!พยาธิใบไม้ในตับ : ปัญญาพร สายทองรายงาน

             การติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับได้กลายเป็นปัญหาใหญ่ของคนอีสาน เพราะความเชื่อมโยงของโรคนี้ คนป่วยพยาธิใบไม้ตับ มักจะป่วยมะเร็งท่อน้ำดี และเสียชีวิตในที่สุด โดยอัตราการป่วยตายภายใน 1 ปี สูงถึงร้อยละ 90 ซึ่งปัจจุบันภาคอีสานเป็นภูมิภาคที่ครองแชมป์อุบัติการณ์สูงที่สุดในประเทศไทย และรวมไปถึงมากที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน

             สาเหตุนอกจากคนอีสานนิยมรับประทานอาหารประเภทปลาน้ำจืดชนิดมีเกล็ด เช่น ปลาแม่สะแด้ง ปลาซิว ปลาสร้อย ปลาตะเพียน ปรุงดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ อย่าง ก้อยปลา ปลาส้ม ปลาหมกไฟ ซึ่งมีตัวอ่อนของพยาธิใบไม้ตับระยะติดต่อปนเปื้อน จนกลายสภาพเป็นที่มาของโรคยอดนิยมของคนอีสาน ดังนั้น จึงเป็นการจุดประกายที่ทำให้มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ได้ลงพื้นที่เข้าถึงแหล่งอุบัติการณ์การติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับมากที่สุดในโลกอย่างพื้นที่ "แก่งละว้า"

             รศ.ดร.บรรจบ ศรีภา หัวหน้าศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลกด้านการวิจัยและการควบคุมโรคพยาธิใบไม้ตับ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า พื้นที่ภาคอีสานเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับสูงที่สุดในประเทศไทย โดยเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาได้สำรวจและจัดให้พื้นที่แก่งละว้า จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เนื่องจากเป็นแหล่งรวมอาหารขนาดใหญ่ ที่มีเนื้อที่ครอบคลุม 2 อำเภอ คือ อ.บ้านไผ่ และ อ.บ้านแฮด พบว่า มีการติดเชื้อมากที่สุดในโลก และในเขตพื้นที่ อ.บ้านไผ่ ที่มีกว่า 10 หมู่บ้าน บางหมู่บ้านพบการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับมากถึง 74 เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ยทั้ง 10 หมู่บ้าน พบการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ 60 เปอร์เซ็นต์

             เมื่อ 5 ปีก่อน จึงมีการลงพื้นที่ศึกษาพื้นที่แก่งละว้าและเรียกโครงการนี้ว่า "ละว้าโมเดล" ปีแรกเริ่มต้นผลของ “หมู่บ้านละว้า” อยู่ในเกณฑ์ดี ชุมชนมีการตื่นตัวและเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ทำให้ลดอัตราการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับจากร้อยละ 67 ลดลงเหลือร้อยละ 24 ในปีแรกที่เริ่มโครงการ ขณะเดียวกันได้ดำเนินการควบคู่กับหมู่บ้านอื่นๆ อีก 6 หมู่บ้าน รอบพื้นที่แก่งละว้า โดยมีสถานีอนามัยบ้านเมืองเพียและสถานีอนามัยบ้านธาตุ อ.บ้านไผ่ ลดอัตราการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับจากร้อยละ 61 เป็นร้อยละ 14-44 ในปีแรก และได้วางเป้าหมายไว้ว่าจะลดการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับให้ต่ำกว่าร้อยละ 10 ในปีถัดไป และปัจจุบันอัตราการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับลดลงจากสูงสุด 70% เหลือเพียงน้อยกว่า 1%

             "ล่าสุดเพื่อให้เกิดความยั่งยืนของการรณรงค์ป้องกันโรคพยาธิใบไม้ในตับ มข.ได้ร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น สำนักงานเขตการศึกษาพื้นที่ จ.ขอนแก่น ทั้ง 5 เขต สร้างหลักสูตร “โรคพยาธิใบไม้ในตับและมะเร็งท่อนำดี”ลงสู่โรงเรียนนำร่องของ สพท.ขอนแก่น เขต 1-5 และโรงเรียนรอบแก่งละว้า ปลูกฝังเรื่องพยาธิใบไม้ในตับ ตั้งแต่ยังเด็ก อนาคตปัญหาเรื่องโรคพยาธิก็จะหายไปจากอีสานได้" รศ.ดร.บรรจบ กล่าว 

             ในขณะที่ สมชาย เล่ห์กัน ผู้อำนวยการโรงเรียนชีกกค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ทางโรงเรียนได้เปิดสอนวิชาเกี่ยวกับพยาธิใบไม้ในตับตั้งแต่ ป.1 จนถึง ป.6 ตั้งแต่ปี2552 สอนตั้งแต่จุดเริ่มต้นของที่มาที่ไปของการเป็นโรคพยาธิใบไม้ในตับ รวมไปถึงวิธีการป้องกันรักษา หลังจากนำหลักสูตรนี้เข้ามาสามารถลดจำนวนผู้เป็นโคพยาธิใบไม้ในตับได้แต่ยังไม่หมด เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคประชาชนบริเวณรายรอบแก่งละว้าไม่เปลี่ยน

             "จากการทดสอบนักเรียนมีความรู้ 100 เปอร์เซ็นต์ในโรงเรียน แต่การนำไปปฏิบัติจริงๆ นั้นจะ100 เปอร์เซ็นต์นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต้องคอยเฝ้าดูอีกระยะ ทั้งนี้สำหรับหลักสูตรพยาธิใบไม้ในตับนี้อยู่ในวิชาสุขศึกษา 1 หน่วยกิต เรียนตั้งแต่ ป.1-ป.6 เป็นหลักสูตรที่ทางโรงเรียนได้แทรกเข้ามาให้เด็กได้เรียนรู้ มีทั้งหมด 10 ชั่วโมง ต่อภาคเรียน" สมชาย กล่าว

              ส่วน ด.ช.สหัสวรรษ ทองเชื้อ อยู่ชั้น ป.5 กล่าวว่า หลังจากที่ได้เรียนทำให้รู้มากขึ้นว่าการกินปลามีเกล็ดทำให้เป็นโรคพยาธิใบไม้ในตับ เรียนรู้วิธีปฏิบัติ การป้องกัน ดังนั้น จึงได้ไปบอกพ่อกับแม่ถึงเรื่องนี้  ทำให้ทุกวันนี้รับประทานอาหารระวังมากขึ้นแถมยังรับประทานอาหารที่ปรุงสุกแล้ว

             นี่คือทางออกและแนวทางการแก้ปัญหา โรคพยาธิใบไม้ตับ เพราะหากเปลี่ยนทัศนคติคนอีสานรุ่นพ่อแม่ไม่ได้ การสร้างภูมิคุ้มกันและเปลี่ยนวิธีคิดของเด็กรุ่นใหม่น่าจะลดจำนวนผู้ป่วยโรคพยาธิใบไม้ในตับได้ในระดับหนึ่งในอนาคต

.....................

(หมายเหตุ : สอนเด็กเลิกกินดิบปลอด!พยาธิใบไม้ในตับ : ปัญญาพร  สายทองรายงาน)