
'มะเร็งปากมดลูก'ตรวจเองได้
17 มิ.ย. 2557
ไลฟ์สไตล์ : 'มะเร็งปากมดลูก' ตรวจเองได้
แม้ว่าจะมีโครงการตรวจคัดกรองฟรีเป็นประจำทุกปี แต่ผู้หญิงไทยยังคงมีความกลัวและความเขินอายต่อการตรวจ "มะเร็งปากมดลูก" โดยแต่ละปีมีผู้เข้ารับการตรวจคัดกรองไม่เกิน 60 เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุนี้ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ จึงร่วมกับสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย และภาคเอกชน จึงจัดเสวนา “ไอ เช็ค ไอ แคร์ ห่างไกลมะเร็งปากมดลูก” ขึ้นเพื่อรณรงค์ให้สาวไทยที่ยังมีความเขินอายต่อการตรวจภายใน หันมาตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก ซึ่งสามารถรักษาให้หายขาดได้หากตรวจพบในระยะแรกเริ่ม
นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็ง เปิดเผยถึงอุบัติการณ์ของมะเร็งปากมดลูกในประเทศไทยว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งชนิดที่ตรวจพบมากที่สุดในเพศหญิง อันดับสองคือมะเร็งเต้านม แต่ภายหลังได้มีโครงการตรวจคัดกรองระดับชาติที่ทำทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2548 ทำให้ปัจจุบันมะเร็งปากมดลูกลดลงมาอยู่ที่อันดับ 2 รองจากมะเร็งเต้านม แต่มะเร็งปากมดลูกก็ยังมีความสำคัญเพราะมีอัตราการเสียชีวิตสูง เพราะเป็นโรคที่อยู่ภายในร่างกาย ทำให้การรักษาและพยากรณ์โรคทำได้ยากกว่ามะเร็งที่อยู่ภายนอก ตัวเลขของผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกพบ 6,400 รายต่อปี มีอัตราผู้เสียชีวิตประมาณ 1,700 รายต่อปี
นพ.วิสิทธิ์ สุภัครพงษ์กุล นายกสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย กล่าวว่า ข้อดีของมะเร็งปากมดลูกคือสามารถป้องกันและหายขาดได้ เพราะรู้สาเหตุและการดำเนินไปของโรค ผู้ที่ตรวจพบเชื้อเอชพีวี หมายถึงมีอัตราเสี่ยงต่อการพัฒนาไปเป็นเซลล์มะเร็ง ซึ่งเรียกว่าระยะก่อมะเร็งที่จะต้องติดตามผลอย่างใกล้ชิด ระยะเวลาในการพัฒนาเซลล์มะเร็งมีตั้งแต่ 2-20 ปี ผู้ป่วยจึงมีเวลาในการรักษาเพราะไม่ได้มีการลุกลามอย่างรวดเร็วในระยะนี้ ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้และมีอัตราการหายขาดสูง
"สำหรับการตรวจเอชพีวี เทสต์ นั้นควรจะเริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 25-65 ปีอย่างสม่ำเสมอ หากพบเชื้อก็ต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษาด้วยวิธีที่เหมาะสมกับอาการ เพราะหากปล่อยไว้จนมีอาการผิดปกติแล้วค่อยมาพบแพทย์ มักจะตรวจพบในระยะท้ายๆ ซึ่งมีความยากลำบากในการรักษา เสียค่าใช้จ่ายมากกว่าระยะต้นๆ และมีอัตราเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูง” นพ.วิสิทธิ์ กล่าว
ด้านผู้มีประสบการณ์ตรวจพบเซลล์มีการเปลี่ยนแปลงจนเกือบจะกลายเป็นมะเร็งปากมดลูกขณะตั้งครรภ์มาแล้ว "บุ๋ม" ปนัดดา วงศ์ผู้ดี กล่าวว่า การตรวจสุขภาพเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องทำ ตัวเองเคยมีประสบการณ์มาแล้ว วันนั้นรู้เลยว่าชื่อเสียงเงินทอง ความสวยงามของหน้าตาไม่ได้มีผลกับความสุขเลยถ้าเทียบกับสุขภาพที่แข็งแรง ซึ่งโชคดีที่ตรวจเจอก่อนที่จะพัฒนากลายเป็นเซลล์มะเร็ง เพราะก่อนหน้านั้นถ้าไม่ได้มีลูกก็ไม่เคยใส่ใจที่จะตรวจสุขภาพเลย ตอนนี้ก็รักษาจนหายขาดและแข็งแรงดี
"ผู้หญิงไทยหลายคนกลัวที่จะตรวจ กลัวว่าถ้ารู้ผลแล้วจะเป็นทุกข์ แต่การตรวจเจอแต่เนิ่นๆ แล้วรักษาย่อมดีกว่าที่จะรอจนมีอาการเจ็บป่วยแล้วค่อยรักษา โดยเฉพาะสาวยุคใหม่โชคดีที่ตอนนี้มีอุปกรณ์ที่สามารถตรวจมะเร็งปากมดลูกได้เองที่บ้าน ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับสาวๆ ที่ไม่สะดวกจะมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาล อย่าอาย อย่าเขิน อย่ากลัว เพื่อตัวเองค่ะ" ผู้มีประสบการณ์ เผย
ทั้งนี้ นพ.วิสิทธิ์ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันการตรวจหาเชื้อเอชพีวีด้วยตนเองนั้น เป็นที่นิยมในต่างประเทศ ด้วยขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากและประสิทธิภาพในการตรวจที่รวดเร็ว ปลอดภัย ไม่เจ็บ มีความคลาดเคลื่อนน้อย และสามารถทราบผลภายใน 15 วัน โดยในประเทศไทยเพิ่งเริ่มมีชุดอุปกรณ์จำหน่ายเมื่อปีที่ผ่านมา เหมาะสำหรับสาวๆ ที่กลัวและเขินอายที่จะไปตรวจในสถานพยาบาล แต่ก็มีราคาค่อนข้างสูง



