
วช.ระดมสมองกำหนดยุทธศาสตร์ 'โคเนื้อ'
15 มิ.ย. 2557
วช.ระดมสมองกำหนดยุทธศาสตร์ 'โคเนื้อ' เพื่อเกษตรกรเพิ่มผลผลิตสู่รายได้ที่ยั่งยืน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
ผลพวงจากการที่ผู้คนหันมาบริโภคเนื้อมากขึ้น ทำให้รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงโคเนื้อมากขึ้นเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจะช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย ด้วยเหตุนี้สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จึงได้จัดสัมมนาระดมความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์ด้านการเลี้ยงโคเนื้อเพื่อเพิ่มผลผลิตและรายได้อย่างยั่งยืนแก่เกษตรกร
กฤษณ์ธวัช นพนาคีพงษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา (ร่าง) ยุทธศาสตร์การวิจัยรายประเด็นด้านการพัฒนาการเลี้ยงโคเนื้อเพื่อเพิ่มผลผลิตและรายได้ว่าการเลี้ยงโคเนื้อเป็นอาชีพที่สำคัญอาชีพหนึ่งของเกษตรกรไทย มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 6.5 หมื่นล้านบาท และเกี่ยวข้องกับเกษตรกรไทยไม่น้อยกว่า 1.03 ล้านครอบครัว โดยในอดีตที่ผ่านมาการเลี้ยงโคเนื้อส่วนใหญ่มีไว้เพื่อใช้แรงงานทำการเกษตรเป็นหลัก ต่อเมื่อโคหมดอายุแล้วจึงปลดระวางจำหน่ายเป็นโคเนื้อเพื่อผลิตเนื้อโค
"จากความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ที่เพิ่มขึ้น ทั้งคนในประเทศเองและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวเมืองไทย ตลอดจนความต้องการของตลาดต่างประเทศ ลักษณะการเลี้ยงจึงเป็นการเลี้ยงครั้งละหลายๆ ตัวจนถึงรูปแบบฟาร์ม ทำให้รัฐบาลได้มีนโยบายส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อเพื่อหวังให้เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร"
รองเลขาธิการ วช.กล่าวต่อว่า จากสถิติของกรมปศุสัตว์ปี 2556 พบว่า ประเทศไทยมีโคเนื้อจำนวน 453 ล้านตัว ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับปี 2554 ที่มีโคเนื้อจำนวน 686 ล้านตัว ทั้งนี้เป็นเพราะเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อยังประสบปัญหาหลายอย่าง ได้แก่ ขาดความรู้ในด้านการจัดการการเลี้ยงดูโคเนื้อ ขาดแคลนพืชอาหารสัตว์ ทำให้โคได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ การปรับปรุงพันธุ์ยังไม่ทั่วถึง รวมทั้งปัญหาโรคระบาดในสัตว์ เช่น โรคปากและเท้าเปื่อย โรคพยาธิ เป็นผลทำให้การผลิตโคเนื้อยังไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศ โดยเฉพาะโคเนื้อคุณภาพสูง ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพและความสามารถในการผลิตสูงและสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้ดีกว่า ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียนด้วยกัน
"ผลจากการจัดทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟต้า) ซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2553 ที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสส่งออกโคเนื้อไปต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น จากสถิติกรมศุลกากร ประเทศไทยมีการส่งออกโคมีชีวิตไปจำหน่ายยังต่างประเทศจำนวน 1,448.60 ล้านตัว มูลค่า 549.17 ล้านบาทในปี 2551 เพิ่มเป็นจำนวน 254,601 ตัว มูลค่า 1,448.60 ล้านบาทในปี 2553 สำหรับปี 2554 (ม.ค.-ต.ค.) ได้ส่งออกโคมีชีวิตไปจำหน่ายต่างประเทศถึง 110,381 ตัว มูลค่า 913.5 ล้านบาทและมีแนวโน้มเพิ่มากขึ้นเรื่อยๆ"
กฤษณ์ธวัชย้ำด้วยว่า ขณะเดียวกันก็มีการนำเข้าเนื้อโคคุณภาพจากต่างประเทศปีละประมาณ 3,000 ตัน ทำให้ต้องสูญเสียเงินตราออกไปต่างประเทศเฉลี่ยปีละ 620 ล้านบาทด้วย อย่างไรก็ตามผลจากสถานการณ์โคเนื้อตกต่ำในปี 2550-2552 เนื่องจากกระแสปั่นราคาโคเนื้อ จึงทำให้เกษตรกรหันไปประกอบอาชีพเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นที่รัฐบาลประกันรายได้แทน ทำให้เกษตรกรขาดแรงจูงใจในการเลี้ยงโคเนื้อ บางรายถึงขั้นยกเลิกการเลี้ยงไป จากปัญหาดังกล่าวจึงจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์เพื่อกำหนดทิศทางในการพัฒนาการเลี้ยงโคเนื้อเพื่อนำไปสู่การพัฒนาอาชีพที่ดีและยั่งยืนสืบไป
------------------------
(วช.ระดมสมองกำหนดยุทธศาสตร์ 'โคเนื้อ' เพื่อเกษตรกรเพิ่มผลผลิตสู่รายได้ที่ยั่งยืน : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



