
ทำมาหากิน : 'กะรัง' ปลาทำเงินตัวใหม่
13 มิ.ย. 2557
ทำมาหากิน : 'กะรัง' ปลาทำเงินตัวใหม่ หนุนเลี้ยง-ตลาดรับไม่อั้น : โดย...ธานี กุลแพทย์
นับเป็นผลสำเร็จอีกก้าวของนักวิจัยจากกรมประมง ใน "โครงการต้นแบบผลิตพันธุ์ปลากะรังที่มีมูลค่าสูงเชิงพาณิชย์" โดย ดร.วารินทร์ ธนาสมหวัง ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) ซึ่งนอกจากมุ่งสร้างอาชีพใหม่ที่ทำรายได้สูงแก่เกษตรกร ต่อยอดพัฒนาสู่การเป็นปลาเศรษฐกิจของถิ่นใต้แล้ว การส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงเพื่อเสิร์ฟเป็นเมนูอาหารอันลือชื่อแก่นักท่องเที่ยวถือเป็นจุดขายของพื้นที่ในอนาคตด้วย
ดร.วารินทร์ ธนาสมหวัง เจ้าของงานวิจัยโครงการต้นแบบการผลิตพันธุ์ปลาฯ บอกว่า เนื่องจากปัญหาสำคัญที่ผ่านมาคือ เกษตรกรนิยมนำลูกปลากะรังจากธรรมชาติมาเลี้ยง ซึ่งผลคือปริมาณการรอดตายน้อย ผลผลิตที่ได้ไม่แน่นอน ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค จุดนี้เป็นเหตุผลหลักทำให้นักวิจัยไทยหาทางเพาะเลี้ยงปลาชนิดนี้ โดยพัฒนาต้นแบบการผลิตพันธุ์กลุ่มปลากะรัง 3 ชนิด คือ ปลากะรังจุดฟ้า ปลาเก๋าเสือ และปลาหมอทะเล ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งภูเก็ต และศูนย์วิจัยฯ พังงา โดยมุ่งปรับปรุงและพัฒนาเทคนิคการเพาะเลี้ยงเพื่อให้ได้ลูกปลากะรังที่มีอัตรารอดตายสูงขึ้น
อีกทั้งเพื่อให้เป็นต้นแบบ 1.การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ให้สมบูรณ์เพศพร้อมเพาะพันธุ์ 2.ต้นแบบการเพาะพันธุ์ปลาแต่ละชนิด 3.ต้นแบบการอนุบาลลูกปลาเพิ่งฟัก และ 4.ต้นแบบการอนุบาลลูกปลา ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้สามารถผลิตและจำหน่ายลูกปลาตามระยะเวลาของโครงการ 5 ปี (ส.ค.2553-ส.ค.2558) โดยได้รับการทุนสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) คิดเป็นมูลค่า 21,840,000 บาท และสามารถขยายการเพาะเลี้ยงสำเร็จจนผลิตให้เกษตรกรนำไปเลี้ยงต่อได้แทนการจับจากธรรมชาติ
"ปลากะรัง หรือที่รู้จักกันในชื่อของ ปลาเก๋า เป็นปลาเศรษฐกิจที่หายากมาก แต่ตลาดผู้บริโภคมีความต้องการสูงมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน และมาเลเซีย เมนูอาหารกลุ่มปลากะรังกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก" ดร.วารินทร์ แจง
โดยเมนูยอดฮิตที่บรรดานักท่องเที่ยวนิยมลิ้มรส อาทิ แกงส้มกะรังจุดฟ้า ซาซิมิกะรังจุดฟ้า กะรังจุดฟ้านึ่งซีอิ๊ว กะรังเสือนึ่งซีอิ๊ว กะรังเสือสามรส กะรังเสือราดพริก ปลาหมอทะเลผัดขี้เมา ปลาหมอทะเลลวกจิ้ม ปลาหมอทะเลแดดเดียว ปลาหมอทะเลผัดพริกไทย เป็นต้น และด้วยความเป็นที่นิยมรับประทาน ส่งให้สนนราคาปลากะรังสูงมาก เริ่มจากกะรังจุดฟ้า 800-1,200 บาท/กก. กะรังเสือ 350-450 บาท/กก. และปลาหมอทะเล 500-600 บาท/กก.
สอดรับกับโครงการผลิตพันธุ์ปลากะรังเชิงพาณิชย์ ซึ่ง ดร.วารินทร์ กล่าวว่า ปัจจุบันนำร่องที่ จ.ภูเก็ต โดยเร่งส่งเสริมการบริโภคปลากะรังทั้ง 3 ชนิด แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เฉพาะที่ จ.ภูเก็ต ตั้งเป้าปีละประมาณ 10 ล้านคน และเตรียมขยายสู่พื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้เป็นสินค้าประจำถิ่นที่มีศักยภาพสูง ทั้งในภาคธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งเป็นตลาดหลัก อีกทั้งช่วยสร้างอาชีพใหม่และรายได้สูงให้แก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยสนนราคาจำหน่ายลูกพันธุ์ปลากะรัง ณ ศูนย์วิจัยทั้ง 2 แห่ง กะรังจุดฟ้า 30 บาท/นิ้ว,กะรังเสือ 10 บาท/นิ้ว และปลาหมอทะเล 40 บาท/นิ้ว
ทั้งนี้ ดร.วารินทร์ กล่าวด้วยความมั่นใจว่า การผลิตลูกพันธุ์ปลากะรังทั้ง 3 ชนิด จะต้องขยายไปสู่ภาคเอกชนและเกษตรกรอย่างเพียงพอในอนาคตอันใกล้ และสำหรับท่านที่สนใจทราบรายละเอียดปลาชนิดนี้เพื่อเหตุผลใดก็ตาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สวก. โทรศัพท์ 0-25797435 หรือเข้าไปดูรายละเอียดที่เว็บไซต์ www.arda.or.th
-----------------------
(ทำมาหากิน : 'กะรัง' ปลาทำเงินตัวใหม่ หนุนเลี้ยง-ตลาดรับไม่อั้น : โดย...ธานี กุลแพทย์)



