
โรคลมชักในผู้หญิง 10 ประการที่ควรรู้ (จบ)
12 มิ.ย. 2557
ดูแลสุขภาพ : โรคลมชักในผู้หญิง 10 ประการที่ควรรู้ (จบ)
โรคลมชักเป็นโรคทางระบบประสาทที่พบบ่อยประมาณ 70 คนใน 1,000 คน พบได้ทุกเพศทุกวัย ผู้ป่วยได้รับผลกระทบในหลายๆ ด้าน เช่น การดำรงชีวิต การขับรถ ประกอบอาชีพ กรณีเป็นผู้หญิงยิ่งได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ การแต่งงาน การมีบุตรและความสัมพันธ์ในครอบครัว และยังมีผลกระทบที่เกิดจากความเข้าใจผิดหลายๆ เรื่อง ได้แก่ การห้ามมีเพศสัมพันธ์ การแต่งงาน การมีบุตร การให้นมบุตร จึงส่งผลให้ผู้หญิงที่เป็นโรคลมชักมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี ดังนั้นเราควรทำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคลมชักในผู้หญิง ในประเด็นดังต่อไปนี้
6.การคลอดบุตร ผู้หญิงโรคลมชักสามารถคลอดบุตรทางช่องคลอดได้ตามปกติ ข้อบ่งชี้ของการผ่าตัดคลอดเหมือนกับผู้หญิงตั้งครรภ์ทั่วไป ยกเว้นมีการชักขณะคลอดก็ต้องรีบควบคุมอาการชักและรีบทำการช่วยคลอดอย่างเร็ว เช่น การใช้คีมหรือเครื่องดูดช่วยคลอด หรือผ่าตัดคลอดตามความเหมาะสมและข้อบ่งชี้ทางการคลอด
7.การหยุดยากันชักเมื่อทราบว่าตั้งครรภ์ ความเชื่อนี้เป็นสิ่งที่ผิดอย่างมาก ถึงแม้ว่ายากันชักจะส่งผลเสียให้เกิดความพิการแต่กำเนิดได้ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้พบในอัตราที่สูงมาก ขึ้นกับชนิด ขนาดและจำนวนยากันชักที่รับประทาน การหยุดยาไม่ได้ช่วยลดโอกาสการเกิดความพิการแต่กำเนิดของทารกได้ เนื่องจากความพิการที่เกิดขึ้นมักจะเกิดตั้งแต่การตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 6-8 แล้ว ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ยังไม่ทราบว่าตนเองตั้งครรภ์หรือไม่ เมื่อทราบว่าตั้งครรภ์ก็มักจะเกินระยะเวลาตั้งครรภ์ 6-8 สัปดาห์ไปแล้ว การหยุดยากันชักทันทีจึงไม่มีประโยชน์ แต่อาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่า เพราะถ้ามีการหยุดยากันชักทันทีจะทำให้มีโอกาสเกิดการชักแบบต่อเนื่องได้ ซึ่งมีอันตรายต่อชีวิตอย่างยิ่ง
8.การมีรอบประจำเดือนจะทำให้มีการชักบ่อยขึ้น โดยทั่วไปผู้ป่วยหญิงโรคลมชักอาจมีการชักบ่อยขึ้นช่วงมีรอบประจำเดือนหรือช่วงตกไข่ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงเวลาดังกล่าว ถ้าพบว่ามีการชักบ่อยขึ้นที่สัมพันธ์กับการมีรอบประจำเดือนที่ชัดเจนควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เพื่อแพทย์จะได้ให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวและเพิ่มยาระงับชัก เช่น ยาแวเลียม (valium) หรือโคบาแซม (clobazam) ในช่วงดังกล่าว
9.โรคลมชักมีผลต่อการมีรอบประจำเดือน เนื่องจากโรคลมชักและยากันชักที่รับประทานส่วนใหญ่จะส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนเพศ จึงส่งผลทำให้รอบประจำเดือนมักมาไม่สม่ำเสมอ พบได้ทั้งแบบรอบประจำเดือนยาวนานกว่าปกติและสั้นกว่าปกติ
10.วัยหมดประจำเดือนส่งผลต่อการควบคุมการชัก ในช่วงแรกของการหมดประจำเดือนพบว่ามีการชักได้บ่อยขึ้น อาจเนื่องมาจากมีการลดลงของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนก่อนที่จะมีการลดงของฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้อัตราส่วนของฮอร์โมนเอสโตรเจนต่อโปรเจสเตอโรนสูงขึ้น จึงส่งผลให้มีการชักบ่อยขึ้น แต่ในระยะต่อมามีการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนจนตรวจไม่พบ การชักก็ลดลง
เมื่อเราทุกคนและผู้ที่เป็นโรคลมชักมีความเข้าใจที่ถูกต้อง ผู้หญิงที่เป็นโรคลมชักก็จะได้มีความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีเหมือนกับพวกเราทุกคน
รศ.นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า
สาขาประสาทวิทยา
ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์
กลุ่มวิจัยโรคลมชักแบบบูรณาการ
มหาวิทยาลัยขอนแก่น



