ไลฟ์สไตล์

นางฟ้าตกสวรรค์ใคร?ลิขิตชีวิต'ฝ้าย'

นางฟ้าตกสวรรค์ใคร?ลิขิตชีวิต'ฝ้าย'

11 มิ.ย. 2557

นางฟ้าตกสวรรค์ใคร?ลิขิตชีวิต'ฝ้าย'

               มงกุฎนางงามประจำปี 2014 ที่ต้องสูญเสียไปในชั่วเวลาครอบครองแค่ 24 วัน คงไม่มีค่าเท่าหยาดน้ำตา ที่ทะลักทลายอาบสองแก้มจากแรงบีบคั้นอันซ่อนอยู่เบื้องลึกสุดหยั่งในห้วงมโนสำนึกของ "น้องฝาย" เวฬุรีย์ ดิษยบุตร

               การได้มาซึ่งตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 กลายเป็นทุกขลาภเพียงชั่วข้ามคืน ด้วยให้หลังสิ้นเสียงประกาศรางวัลเกียรติยศที่สาวไทยหลายล้านคนฝันใฝ่หมายปองบนเวทีประกวดเมื่อค่ำวันที่ 17 พฤษภาคม 2557 "น้องฝ้าย" ก้าวเดินจากลานนางฟ้าประดับดาว สู่ลานประหารอันคลาคล่ำไปด้วยเหล่าผู้พิพากษา "แฟนคลับนางงาม" ซึ่งตามติดเวทีการประกวดขาอ่อนหน้า "ริงไซด์" ที่เก็บอาการไม่อยู่ พวกเขาแสดงออกอย่างชนิดไม่ไว้หน้า ด้วยการชูป้ายไฟและส่งเสียงประท้วงเป็นนัยไม่ยอมรับคำตัดสินของคณะกรรมการ

               เสียงโห่ฮาภายในฮอลล์ ประดุจสัญญาณที่ส่งผ่านไปยังโลกออนไลน์ในพลันทันที "น้องฝ้าย" ถูกลากเข้าสู่โลกแห่งการเชือดเฉือน ขุดคุ้ย เย้ยเยาะถากถาง อย่างชนิดที่ผู้หญิงคนหนึ่งไม่น่าจะทานทนไหว

               นอกจากเรื่อง "เรือนร่างหน้าตา" อย่างที่นางงามพึงมี เหล่าบรรดาผู้พิพากษาหน้าคีย์บอร์ดยังรื้อฟื้นไปถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสมในอดีต อย่างการใช้คำหยาบคายในโซเชียลมีเดีย รวมถึงการแสดงความเห็นทางการเมืองที่รุนแรงกับกลุ่มคนเสื้อสีตรงข้าม และ "ภาพไม่เหมาะสม" อีกบางภาพ

               นั่นยังไม่นับรวม ภาวะจำยอมต้องไปให้การต่อ "สื่อมวลชน" ผ่านวงแถลงและให้สัมภาษณ์อีก 2 วาระด้วยกัน หนึ่งนั้นเพื่อยืนยันความชอบธรรมแห่งการได้มา สองนั้นเพื่อการจากลาเวทีมายาอันเจ็บปวดที่สุดในชีวิต

               19 พฤษภาคม 2557 "แจ๊ส" ประณม ถาวรเวช ตัดสินใจเปิดห้องออกอากาศชั้น 10 อาคารมาลีนนท์ ให้ "น้องฝ้าย" พร้อมรองอันดับ 1 "น้องแอลลี่" พิมพ์บงกช จันทร์แก้ว และรองอันดับ 2 "น้องน้ำเพชร" สายไหม สุปภาดา ภูรีพงศ์ เปิดใจต่อสื่อมวลชน ถึงกรณีเรื่องข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเจ้าตัวยกมือไหว้ขอโทษและยอมรับผิดต่อพฤติกรรมก่อนหน้านี้ ที่ทำไปเพราะยังเด็ก ทำให้ขาดความยั้งคิด ขณะเดียวกันก็ยังขอโอกาสที่จะพัฒนาตัวเองในทุกๆ ด้านเพื่อให้พร้อมกับตำแหน่ง

               หลังรับตำแหน่งเพียงข้ามคืน ทวิตเตอร์ @fyiiee ของ "น้องฝ้าย" เต็มไปด้วยคำหยาบคายไม่เหมาะสมเกินบรรยาย ทั้งรูปร่างหน้าตา ความสูง และนิสัยส่วนตัว ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าคำสามัญธรรมดาทั่วไปในตลาดสด

               เมื่อมีรูปในอินสตาแกรมเมื่อครั้งน้องฝ้ายมาสมัครว่า "วันนี้มาสมัคร Miss Universe Thailand แบบ งงๆ สุดๆ มีแต่คนงามๆ แฮ่" จึงทำให้ถูกนำไปเปรียบเทียบกับรองอันดับ 1 ที่เตรียมตัวมานานกว่า 9 เดือน และตั้งใจมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อมาประกวดโดยเฉพาะ

               กระแสข่าว "เด็กเส้น" สะพัดตามมา ด้วยสถานะที่ "น้องฝ้าย" กำลังจะมีละครกับช่อง 3 เป็นพิธีกรรายการสตรอเบอร์รี่ชีสเค้ก

               เช่นเดียวกับคณะกรรมการตัดสิน ก็ตกเป็นเป้าวิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนด้วยเช่นกัน

               ประเด็น "รูปร่าง" ถูกนำถกเถียงเทียบเคียงกับ "ต๊อบ" ฟองพิกุล ทองลิ้ม ผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 ที่ผ่านคัดเลือกเข้ารอบแล้ว แต่กลับโดนตัดสิทธิ์ ด้วยเหตุเพราะเจ้าตัวเคยโพสต์รูปอวัยวะเพศชายผ่านทางทวิตเตอร์ กรรมการจึงถูกมองสองมาตรฐานในเรื่องนี้ ตามด้วยภาพสูบ "บารากุ" ที่มีคำปฏิเสธตามมา ที่ร้อนแรงสุดๆ ก็คือ "น้องฝ้าย" โพสต์ถล่มกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างเผ็ดร้อน เช่นเดียวกับที่ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น กระพือว่า "ฝ้าย" เวฬุรีย์ ดิษยบุตร เพิ่งจะได้รับตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ มาหมาดๆ แต่เธอก็ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในไทยขณะนี้ เมื่อมีการพบว่า เธอแอนตี้เสื้อแดงและเคยแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กแบบรุนแรงว่าคนเสื้อแดงชั่วร้ายและสมควรถูกประหาร จน ฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการกลุ่มเรียกร้องสิทธิมนุษยชน ฮิวแมน ไรท์ส วอทช์ ประจำภูมิภาคเอเชีย ถึงกับเอ่ยปากว่า  "ฝ้าย" เวฬุรีย์ น่าจะได้รับตำแหน่ง "มิสแบ่งแยกทางการเมือง" มากกว่า

               ทางด้านในเว็บไซต์ Change.org ก็ได้ล่ารายชื่อเพื่อ "ตัดสิทธิ์การรับตําแหน่งของ ฝ้าย MUT 2014" ถูกตั้งแคมเปญรณรงค์ขึ้นด้วยชื่อผู้ร่วมสนับสนุน 31,978 คน จะส่งข้อมูลถึงผู้อำนวยการประกวด

               9 มิถุนายน ที่ห้องอาร์ 2 ชั้น 4 โรงแรมเรเนซองส์ กองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 ได้จัดแถลงข่าวกะทันหัน โดย เวฬุรีย์ ดิษยบุตร ประกาศสละแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ด้วยความเต็มใจ และไม่หวังประโยชน์อื่นใดจากกองประกวด

               หยาดน้ำตาที่เริ่มรื้นและล้นทะลักออกมา ช่วยยืนยันความรู้สึกส่วนลึกดังที่เธอว่า มาจากแรงกดดันที่มีต่อครอบครัว และคุณแม่ของเธอ "อยากขอเตือนเรื่องของฝ้ายให้เป็นอุทาหรณ์แก่เยาวชน ที่ทำอะไรไม่คิดก่อนด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะเรื่องแบบนี้อาจจะย้อนมาทำร้ายเราในอนาคต"

               "น้องฝ้าย" ในสายตาของหลายคนอาจเป็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งพยายามไขว่คว้าหาเกียรติยศแห่งชีวิต เหมือนเช่นปุถุชนคนธรรมดาอีกมากมาย แต่ระหว่างเส้นทางสู่ชัยชนะและการยอมรับนั้นเล่า ใครเป็นผู้ร่วมกัน "ลิขิต" ชะตาชีวิตของเธอขึ้นมา

               “อยากเขียนเรื่องน้องฝ้าย ผมเองเป็นนักร้องลูกทุ่งคนหนึ่ง ที่ไม่รู้เรื่องการประกวด แต่พอมาตามข่าวน้องสงสารน้องมากๆ ที่โดนด่า จริงๆ ขอมองอีกมุมนะครับ ผู้เข้าประกวดทุกคนมีความหวังที่จะคว้ามงกุฎไปครอง รวมทั้งน้องฝ้าย เธอไม่ผิดเลย เพราะเธอไม่สามารถเดินไปหยิบมาสวมเองได้เลย อยากถามว่า กรรมการกองประกวดไปมุดหัวอยู่ที่ไหนกัน ปล่อยให้เด็กที่พวกคุณตัดสินมาให้ตำแหน่งเขาออกมาคืนตำแหน่งเอง โดนสังคมด่าว่า พวกคุณไม่เดือดร้อนอะไรเหรอ ผมว่ามันสมเพชจริงๆ" เป็นมุมมองของเอกชัย ศรีวิชัย ผู้มองโลกอีกด้านเหมือนกับหลายๆ คนที่ปรับโฟกัสไปยัง "กรรมการ"

               แต่ "ประเสริฐ เจิมจุติ" กูรูและแฟนพันธุ์แท้นางงาม ให้ความเห็นว่า การตัดสินใจประกาศลาออกจากตำแหน่งของ "น้องฝ้าย" เวฬุรีย์ ดิษยบุตร เป็นเรื่องของโลกโซเชียลมีเดียโดยแท้ เป็นการต่อต้านโดยกลุ่มแฟนคลับนางงาม ทำกันถึงขนาดส่งภาพ "น้องฝ้าย" ในบางมุมไปให้เจ้าของลิขสิทธิ์มิสยูนิเวิรส์ที่สหรัฐอเมริกา

               ประเสริฐ มองต่างมุมออกไปว่า จะโทษกรรมการตัดสินไม่ได้ เพราะนอกจากการตัดสินแต่ละครั้งเป็นเรื่อง "รสนิยม" ของกรรมการแล้ว ยังมีแรงกดดันจากกลุ่มแฟนคลับนางงาม เรื่องนี้ถือว่าเป็นการตัดสินคนที่ครองมงกุฎจนทำให้ต้องตัดสินใจลาออก ซึ่งเริ่มจากความชอบผู้เข้าประกวดคนหนึ่ง เมื่อชอบแล้วก็เชียร์กันเต็มที เมื่อไม่ได้ก็เสียใจ

               "เป็นเรื่องปกติของคนนะ เมื่อไม่ปลื้มหรือคนที่รักที่ชอบไม่สมหวัง ก็พลอยเกลียดชังคนที่สมหวัง คนที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งถ้ามองด้วยความเป็นธรรมไม่ถูกต้อง สังเกตว่าก่อนนี้มีนางงามหลายคนและหลายเวทีที่ได้ตำแหน่งมาท่ามกลางความไม่พอใจหรือไม่ตรงใจผู้ชม แต่ก็พูดกันเล็กน้อย แล้วเดี๋ยวก็ผ่านไป แล้วมีเวทีอื่นๆ หรืออีก 365 วันก็จะได้นางงามคนใหม่มาแทน แต่เมื่อโลกแคบลงด้วยเรื่องของโซเชียลมีเดีย ความผิดพลาด หรือเรื่องราวในอดีตที่ไม่มีใครรู้หรอกว่าจะทำร้ายเราในอนาคต เมื่อเราโด่งดัง"

               สำหรับการกระทำในอดีตของ "น้องฝ้าย" ประเสริฐ มองว่า เป็นเรื่องปกติของคนรุ่นใหม่สมัยนี้ แต่เมื่อถูกตอกย้ำด้วยความเกลียดชังจากคนกลุ่มหนึ่ง จึงกลายเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาจนได้

               เป็นมุมมองส่งท้าย ในวันที่ "น้องฝาย" เวฬุรีย์ ดิษยบุตร ต้องโทษพิพากษาให้ต้องแบกรับความชอกช้ำอยู่เพียงลำพัง กับชะตากรรมที่เธอไม่ได้เป็นผู้ลิขิต


เลาะเวทีมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส

               เวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ปรับเปลี่ยนมาจากการประกวด มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส เริ่มจากการคัดเลือกสาวงามจากผู้สมัครในรอบแรก ที่ไม่จำกัดจำนวนให้เหลือ 100 คน โดยคณะกรรมการ "วางสเปก" เอาไว้ที่ รูปร่างหน้าตา ประวัติ การศึกษา และความสามารถพิเศษ เท่าที่ได้จากใบสมัคร

               ลำดับต่อมา สกรีนอีกชั้นให้เหลือ 44 คน รอบนี้ใช้การสัมภาษณ์เป็นหลัก เพราะจะได้ข้อมูลที่ชัดเจน เห็นความสามารถพิเศษ ปฏิภาณไหวพริบผ่านการพูดคุยกับคณะกรรมการที่ผู้สมัครต้องใช้เวลาพอสมควร สุดท้ายเมื่อเคาะชื่อออกมา 44 คนแล้ว จึงเข้าสู่กิจกรรมเก็บตัว และเสริมทักษะต่างๆ ที่ผู้สมัครต้องคำถามอย่างละเอียด เพื่อแสดงตัวตน และนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้คณะกรรมการ "เริ่มตัดสินใจ" ได้บ้างแล้ว

               แหล่งข่าวผู้คลุกคลีอยู่กับกองประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สมากว่า 20 ปี บอกว่า รอบกิจกรรมเก็บตัวจะทำให้ได้ศึกษาและพินิจพิเคราะห์ผู้ผ่านเข้ารอบทุกคน ทั้งข้อมูลต่างๆ ประวัติความเป็นมา ก่อนถึงรอบลึกๆ ขณะเดียวกันก็จะตัวบ่งชี้ถึงความรู้ ความสามารถ ของผู้ที่จะครองตำแหน่งอันทรงเกียรติ และหลังจากเดินทางกลับจากการร่วมกิจกรรมเก็บตัวที่ต่างจังหวัด คณะกรรมการทุกคนจะพิจารณาคัดเลือกสาวงาม ตั้งแต่ดูบุคลิก รูปร่าง การพูดคุยสอบถามเรื่องราวต่างๆ เพื่อให้ได้คนที่เหมาะสมที่สุด

               "ถึงแม้การตัดสินออกมาในบางครั้งบางปีอาจจะไม่ตรงใจผู้ชมหรือสายตาคนภายนอก แต่ทั้งหมดก็มาจากการตัดสินของคณะกรรมการที่ให้ความสำคัญเรื่องปฏิภาณไหวพริบเป็นสำคัญ ซึ่งคุณแดง (สุรางค์ เปรมปรีดิ์) ก็จะช่วยแสดงความคิดเห็นบ้างในกรณีที่ผู้เข้าประกวดมีความก้ำกึ่งกัน แต่ที่แสดงความเห็นก็เป็นผู้เข้าประกวดที่มีคะแนนดีอยู่แล้ว ไม่ใช่จับใครที่ไม่ได้ติดโผเลยมาบอกว่าต้องได้" แหล่งข่าวกล่าว

               เวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ เริ่มต้นจากองค์การนางงามจักรวาล (Miss Universe Organization) มอบสิทธิการจัดหาผู้แทนประเทศไทย เพื่อเข้าประกวดนางงามจักรวาล แก่นายชาติเชื้อ กรรณสูต ตั้งแต่ปี 2527 โดยขณะนั้นนายชาติเชื้อมีทั้งสถานะของกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ผู้ดำเนินกิจการสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และนายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่เป็นผู้ถือสิทธิในชื่อการประกวดนางสาวไทย ทั้ง 2 องค์กรจึงถูกนำมาร่วมจัดการประกวด เมื่อสิ้นนายชาติเชื้อ องค์การนางงามจักรวาลได้สนับสนุนให้นางสุรางค์ เปรมปรีดิ์ น้องสาวนายชาติเชื้อ รับสิทธิแทน

               ปี 2543 สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย นำชื่อการประกวดนางสาวไทย ไปจัดร่วมกับสถานีโทรทัศน์ไอทีวี โดยหลังจากปี 2551 ก็ย้ายไปจัดร่วมกับบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จนถึงปัจจุบัน นางสุรางค์ ในนามช่อง 7 สี จึงก่อตั้งการประกวดในชื่อใหม่ว่า มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ต่อมาองค์การนางงามจักรวาลมีมติให้ผู้ถือลิขสิทธิ์ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก กำหนดชื่อการประกวด และชื่อตำแหน่งนางงามของแต่ละประเทศ โดยใช้คำว่ามิสยูนิเวิร์ส และตามด้วยชื่อประเทศนั้นๆ ซึ่งเป็นที่มามิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ในการแถลงข่าวการจัดประกวดในครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2555 พร้อมทั้งเปลี่ยนผู้ดำเนินการถ่ายทอดโทรทัศน์ จากช่อง 7 สี ไปเป็นสถานีโทรทัศน์กองทับบกช่อง 5 เนื่องจาก บจก.กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ มีคำสั่งให้นางสุรางค์พ้นจากทุกตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ปีเดียวกัน

               ต่อมาภายหลัง บริษัท จันทร์ 25 จำกัด ผู้จัดการประกวด เปลี่ยนผู้ดำเนินการถ่ายทอดโทรทัศน์อีกครั้ง จาก ททบ.5 ไปเป็นสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ตั้งแต่การประกวดในปี 2557 เป็นต้นไป เนื่องจากช่อง 5 ต้องปรับปรุงเนื้อหารายการ เป็นบริการสาธารณะเพื่อความมั่นคง ตามที่ กสทช.กำหนด จึงไม่สามารถเผยแพร่การประกวด ซึ่งถือเป็นรายการประเภทบันเทิงต่อไปได้ ประกอบกับทาง บริษัท จันทร์ 25 จำกัด ร่วมผลิตละครกับทางบริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) และออกอากาศทางไทยทีวีสีช่อง 3 จึงมีความสัมพันธ์อันดีอยู่แล้ว เป็นสองเหตุผลสำคัญที่ดำเนินการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

.......................................

(หมายเหตุ : นางฟ้าตกสวรรค์ใคร?ลิขิตชีวิต'ฝ้าย')