
แพทย์แนะคุณแม่ยุคใหม่ลดเสี่ยงแท้ง
12 มิ.ย. 2557
ไลฟ์สไตล์ : แพทย์แนะคุณแม่ยุคใหม่ลดเสี่ยงแท้ง
จากความพยายามของผู้หญิงหลายคนซึ่งมีความใฝ่ฝันที่จะได้เป็น “คุณแม่” แต่ก็ไม่ได้เป็นดังใจหวัง ด้วยอายุที่เพิ่มมากขึ้น เพราะต้องทำงานหารายได้เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตก่อนเป็นอันดับแรก ครั้นเมื่อพร้อมจะมีครอบครัว อายุก็เริ่มเข้าสู่เลข 3 ไปแล้ว ดังนั้นโอกาสที่จะมีลูกได้เองตามธรรมชาติก็ดูเหมือนจะเลือนลางลงเรื่อยๆ เหตุเพราะรังไข่เริ่มเสื่อมการทำงานลง แม้ในกรณีที่ตั้งครรภ์ได้ก็ยังต้องประสบกับปัญหาการแท้งบุตร หรือมีโอกาสที่จะตั้งครรภ์ทารกที่ผิดปกติสูงขึ้น ซึ่งนับเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมากขึ้นในผู้หญิงยุคปัจจุบัน ดังนั้นเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์จึงมีบทบาทมากขึ้น เพื่อช่วยแก้ไขปัญหามีบุตรยากและการแท้งซ้ำเหล่านี้ สาเหตุหนึ่งที่พบได้บ่อยนั่นก็คือ ตัวอ่อนมีความผิดปกติด้านโครโมโซม ซึ่งสามารถพบได้ตามธรรมชาติมากถึง 40 เปอร์เซ็นต์ และจะพบได้มากขึ้นตามอายุของผู้หญิง
แพทย์หญิงวีณา ครุฑสวัสดิ์ สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และภาวะการมีบุตรยาก ศูนย์ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที. ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากและวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อน ที่มีผลสำเร็จด้านอัตราการตั้งครรภ์ในระดับสากลและมีเทคโนโลยีทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย กล่าวว่า จากข้อมูลทางการแพทย์พบว่าการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติในผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า 35 ปี พบการแท้งได้ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของการตั้งครรภ์ อายุ 35-39 ปี พบได้ 30 เปอร์เซ็นต์ และอายุเกินกว่า 40 ปีพบได้ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ เหตุเพราะรังไข่ของผู้หญิงที่อายุมากจะผลิตไข่ที่ด้อยคุณภาพ เมื่อไข่เหล่านี้ได้รับการปฏิสนธิก็มีโอกาสที่จะพัฒนาเป็นตัวอ่อนที่มีความผิดปกติทางโครโมโซม ส่งผลให้ตัวอ่อนเหล่านี้ไม่สามารถฝังตัวทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ หรือแม้กระทั่งฝังตัวได้ก็มีโอกาสที่จะแท้งหรือพัฒนาเป็นทารกแรกเกิดที่มีความผิดปกติได้สูงขึ้น
"หากสามารถตรวจหาความผิดปกติของตัวอ่อนก่อนที่จะย้ายกลับสู่ครรภ์มารดาได้ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ให้สูงขึ้นและลดความเสี่ยงต่อการแท้งบุตรลงได้ ซึ่งการตรวจวินิจฉัยความผิดปกติทางพันธุกรรมของตัวอ่อนจึงมีประโยชน์มากในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ปัจจุบันได้มีการตรวจวินิจฉัยความผิดปกติทางพันธุกรรมของตัวอ่อนด้วยเทคนิคซีจีเอช (CGH : Comparative Genome Hybridisation) เป็นเทคนิคการตรวจหาความผิดปกติของตัวอ่อนใหม่ที่ให้ผลการตรวจที่แม่นยำและสามารถตรวจได้ครบทุกโครโมโซม ซึ่งมากกว่าการตรวจด้วยวิธีดั้งเดิมคือการตรวจด้วยเทคนิคที่เรียกว่า FISH (Fluorescent In Situ Hybridization) ที่สามารถตรวจโครโมโซมได้เพียง 8-10 คู่เท่านั้นเอง" คุณหมอ กล่าว
แพทย์หญิงวีณา ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า โอกาสประสบความสำเร็จจากการทำเด็กหลอดแก้วและการวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อน นอกจากจะอาศัยเทคนิคซีจีเอช ซึ่งได้ผลการตรวจที่แม่นยำถึง 99 เปอร์เซ็นต์ แล้วยังต้องอาศัยทีมแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ และทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ในห้องปฏิบัติการที่มีความพร้อมและมีประสบการณ์ด้วย โดยไม่สามารถขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ “ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที.” เป็นศูนย์ห้องปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่มีความทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย มีความพร้อมและประสบการณ์ในการให้บริการ ซึ่งวัดผลความสำเร็จได้จากเปอร์เซ็นต์ของการตั้งครรภ์ของคู่สมรสที่ขอรับบริการจากการใช้เทคนิคนี้ สูงมากถึง 60 เปอร์เซ็นต์



