
โรคลมชักในผู้หญิง 10 ประการที่ควรรู้ (1)
11 มิ.ย. 2557
ดูแลสุขภาพ : โรคลมชักในผู้หญิง 10 ประการที่ควรรู้ (1)
โรคลมชัก คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติที่สมอง ก่อให้เกิดความผิดปกติของกระแสไฟฟ้าในสมองส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท โดยมีลักษณะความผิดปกติทางระบบประสาทที่สำคัญ คือ อาการผิดปกตินั้นเป็นๆ หายๆ อาการแต่ละครั้งที่เกิดขึ้นมีลักษณะคล้ายๆ กัน มีทั้งชนิดเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ไม่หมดสติ หรือเป็นทั้งตัว ไม่รู้สึกตัว เช่น อาการชักเกร็งกระตุก (ลมบ้าหมู) นิ่งเหม่อลอย พฤติกรรมผิดปกติ ล้มลงทันที
โรคลมชักเป็นโรคทางระบบประสาทที่พบบ่อยประมาณ 70 คน ใน 1,000 คน พบได้ทุกเพศทุกวัย ผู้ป่วยได้รับผลกระทบในหลายๆ ด้าน เช่น การดำรงชีวิต การขับรถ ประกอบอาชีพ กรณีเป็นผู้หญิงยิ่งได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ การแต่งงาน การมีบุตรและความสัมพันธ์ในครอบครัว และยังมีผลกระทบที่เกิดจากความเข้าใจผิดหลายๆ เรื่อง ได้แก่ การห้ามมีเพศสัมพันธ์ การแต่งงาน การมีบุตร การให้นมบุตร จึงส่งผลให้ผู้หญิงที่เป็นโรคลมชักมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี ดังนั้นควรทำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคลมชักในผู้หญิง ในประเด็นดังต่อไปนี้
1.ผู้หญิงโรคลมชักสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้หรือไม่ โดยทั่วไปแล้วการมีเพศสัมพันธ์เมื่อแต่งงานแล้วไม่ได้เป็นข้อห้ามใดๆ เพราะไม่ได้ก่อให้เกิดผลเสียใดๆ ต่อโรคลมชักทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย ไม่ได้เป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการชักที่รุนแรงขึ้น เพียงแต่ถ้าเป็นผู้หญิงต้องมีการวางแผนครอบครัวและการคุมกำเนิดที่ดี
2.ผู้หญิงโรคลมชักแต่งงานได้หรือไม่ โดยปกติแล้วทั้งผู้หญิงและชายที่เป็นโรคลมชักสามารถแต่งงานได้ตามปกติ ไม่มีข้อห้ามใดๆ แต่จากการศึกษาทั่วโลกพบว่าผู้หญิงโรคลมชักมีโอกาสแต่งงานต่ำกว่าคนทั่วไป เนื่องมาจากครอบครัวฝ่ายชายไม่อนุญาตให้บุตรชายแต่งงานกับผู้หญิงโรคลมชัก และผู้หญิงเองก็มีปัญหาในการเข้าสังคม ยิ่งทำให้โอกาสการแต่งงานลดต่ำลง
3.ผู้หญิงโรคลมชักสามารถมีบุตรได้หรือไม่ การมีบุตรในผู้หญิงโรคลมชักไม่ได้เป็นข้อห้าม เพียงแต่ต้องมีการวงแผนครอบครัวให้ดี ต้องมีการควบคุมการชักให้ได้ดีก่อน หยุดยากันชักได้ยิ่งดี เพราะยากันชักทุกชนิดเพิ่มโอกาสการเกิดความพิการแต่กำเนิดของทารกได้ทั้งสิ้น แต่ถ้าต้องการมีบุตรจริงๆ ในขณะที่ยังทานยากันชัก แพทย์จะต้องปรับเปลี่ยนยากันชักที่ก่อให้เกิดความพิการแต่กำเนิดของทารกสูงไปใช้ยากันชักที่ก่อให้เกิดความพิการแต่กำเนิดของทารกต่ำก่อนการตั้งครรภ์ ได้แก่ ยากันชักลาโมทิจีน (lamotrigine) หรือลีวีไทราซีแทม (levetiracetam) และต้องได้รับกรดโฟลิคขนาด 5 มิลลิกรัมร่วมด้วยเสมอ
4.ผู้หญิงโรคลมชักสามารถให้นมบุตรได้หรือไม่ การให้นมบุตรไม่ได้เป็นข้อห้าม ถึงแม้ว่ายากันชักทุกชนิดจะมีการขับออกมาทางน้ำนมด้วยเสมอ แต่ผ่านออกมาในปริมาณที่ต่ำมาก ไม่ได้ส่งผลเสียต่อทารกที่ดูดนมแม่ เพียงแต่ต้องมีการระวังอาการชักในขณะให้นมบุตร เนื่องจากมีการพักผ่อนไม่เพียงพอ อดนอน เพราะถ้ามีอาการชักลูกอาจหล่นได้ ดังนั้นขณะให้นมบุตรไม่ควรนอนให้นม เพราะอาจเผลอหลับไปหรือถ้ามีอาการชักจะนอนทับได้ ควรมีโต๊ะรองขณะให้นมเพื่อป้องกันการหล่น และมีคนอยู่เป็นเพื่อนขณะให้นมด้วยจะดีที่สุด
5.การคุมกำเนิดในผู้หญิงโรคลมชักควรใช้วิธีใด สามารถให้ทานยาเม็ดฮอร์โมนคุมกำเนิดได้หรือไม่ ถ้าทานยากันชักโซเดียมวาวโปเอต (sodium valproate) กาบาเพ็นติน (gabapentin) ลาโมทิจีน (lamotrigine) ก็สามารถใช้ยาเม็ดฮอร์โมนคุมกำเนิดได้ แต่ถ้าเป็นยากันชักชนิดอื่นๆ จะส่งผลทำให้ระดับฮอร์โมนคุมกำเนิดมีระดับลดลง ต้องใช้ฮอร์โมนคุมกำเนิดขนาดสูง การคุมกำเนิดอีกวิธีที่ปลอดภัยกรณีมีบุตรแล้ว คือใส่ห่วงอนามัย ถ้าดีที่สุดควรให้ฝ่ายชายคุมกำเนิดโดยการใช้ถุงยางอนามัย
รศ.นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า
สาขาประสาทวิทยา
ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์
กลุ่มวิจัยโรคลมชักแบบบูรณาการ
มหาวิทยาลัยขอนแก่น



