
การป้องกันการเกิดหลอดเลือดสมอง
10 มิ.ย. 2557
ดูแลสุขภาพ : การป้องกันการเกิดหลอดเลือดสมอง
การป้องกันการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ย่อมดีกว่าปล่อยให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดสมอง หรือหลอดเลือดสมองแตกอย่างแน่นอน และเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ ผู้คนทั่วไปกลัวการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตอย่างยิ่ง แต่ไม่รู้จะป้องกันอย่างไร เฝ้าแต่กังวล บางคนทราบวิธีแต่ไม่สามารถปฏิบัติได้ซึ่งเป็นสิ่งน่าเสียดายยิ่ง
หลักการป้องกันที่สำคัญคือ การค้นหาว่าตนเองมีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงต้องควบคุมดูแลไม่ให้มากกว่าเกินไป ถ้าไม่มีก็ควรจะหลีกเลี่ยงหรือปฏิบัติตัวไม่ให้มีปัจจัยเสี่ยง ซึ่งสามารถปฏิบัติได้ดังนี้
1.ความดันเลือดสูง คนปกติควรวัดความดันเลือดทุก 6 เดือน ค่าปกติไม่ควรเกิน 130/85 มม.ปรอท ถ้ายังไม่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง ควรรักษาน้ำหนักตัวไม่ให้มาก อย่ารับประทานอาหารเค็มจัด และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ถ้าเป็นโรคหลอดเลือดสมองแล้วควรปฏิบัติเหมือนที่ยังไม่เป็น และรับประทานยาลดความดัน เพื่อคุมความดันให้ต่ำกว่า 140/90 มม.ปรอท
2.เบาหวาน คนปกติควรตรวจน้ำตาลในเลือดทุกๆ 1 ปี ค่าน้ำตาลในเลือดปกติไม่เกิน 126 มก./ดล. ถ้ายังไม่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง ควรรักษาน้ำหนักตัวไม่ให้มาก อย่ารับประทานอาหารหวานมาก และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ถ้าเป็นโรคหลอดเลือดสมองแล้วควรปฏิบัติตัวเหมือนที่ยังไม่เป็น และรับประทานยาหรือฉีดยาลดน้ำตาล ให้คุ้มค่าน้ำตาลเฉลี่ย (HbA1C) ต่ำกว่า 7%
3.ไขมันในเลือดสูง คนปกติควรได้ตรวจไขมันในเลือดทุก 1 ปี ค่าปกติของคอเลสเตอรอลไม่ควรเกิน 200 มก./ดล. ถ้ายังไม่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมันๆ เช่น ของทอด อาหารผัดมันๆ อาหารใส่กะทิ เครื่องในและหนังสัตว์ และควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ ถ้าเป็นโรคหลอดเลือดสมองแล้วควรปฏิบัติตัวเหมือนที่ยังไม่เป็น และรับประทานยาลดไขมันในกลุ่มยาสแตติน
4.บุหรี่ คนที่ไม่เคยสูบบุหรี่ ก็ไม่ควรจะสูบ คนที่สูบอยู่แล้วต้องงดบุหรี่ ควรหยุดแบบเฉียบพลัน การค่อยๆ ลดลง มักจะกลับมาสูบใหม่ คนที่หยุดบุหรี่ 1 ปี โอกาสเสี่ยงเป็นโรคลดไป 50% และถ้าหยุดได้ 5 ปีโอกาสเกิดโรคจะเท่ากับคนที่ไม่ได้สูบบุหรี่
5.โรคหัวใจเต้นพลิ้ว ตรวจพบได้โดยแพทย์เท่านั้น โดยขั้นตอนแรกรู้จากการจับชีพจรพอทราบได้ว่า หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ ยืนยันด้วยการตรวจคลื่นหัวใจ ถ้ามีภาวะนี้ร่วมกับอายุที่มากกว่า 75 ปี เป็นความดันเลือดสูง หัวใจล้มเหลว เบาหวาน ควรได้ยาละลายลิ่มเลือด เพื่อป้องกันเลือดไม่ให้แข็งตัวในช่องหัวใจ
6.เหล้าหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยเสี่ยงของหลอดเลือดแตกในสมอง จึงควรงดและหยุดการดื่ม
7.ปัจจัยอื่นๆ การควบคุมน้ำหนักและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยครึ่งชั่วโมงต่อวัน เป็นจำนวน 4 วันต่อสัปดาห์ จะช่อยลดโอกาสเสี่ยงเป็นโรคได้
โรคหลอดเลือดสมอง
เป็นภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงเนื่องจากหลอดเลือดตีบ หลอดเลือดอุดตัน หรือหลอดเลือดแตก ส่งผลให้เนื้อเยื่อในสมองถูกทำลาย ทำให้การทำงานของสมองหยุดชะงัก
1.สาเหตุเกิดจากลิ่มเลือดที่เกิดขึ้นในบริเวณอื่นไหลหลุดลอยไปตามกระแสเลือดจนไปอุดตันที่หลอดเลือดสมอง หรืออาจเกิดจากมีลิ่มเลือดก่อตัวในหลอดเลือดสมอง และขยายขนาดใหญ่ขึ้นจนอุดตันหลอดเลือดสมอง
2.ใครบ้างที่เสี่ยงเป็น STROKE
2.1 กลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง, โรคเบาหวาน, โรคอ้วน, โรคหัวใจ ชนิดโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
2.2 สภาวะสุขภาพ เช่น ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ, ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง, ไม่ออกกำลังกาย, ผู้หญิงที่ใช้ยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง
2.3 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ได้แก่ อายุมาก เพศชาย และการมีประวัติคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองตีบ จะมีโอกาสเป็นโรคได้มากกว่า
3.อาการของโรคหลอดเลือดสมอง
3.1 ชาหรืออ่อนแรงที่ใบหน้าและ/หรือบริเวณแขนขาครึ่งซีกของร่างกาย
3.2 พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว มุมปากตก น้ำลายไหล กลืนลำบาก
3.3 ปวดศีรษะ เวียนศีรษะทันทีทันใด
3.4 ตามัว มองเห็นภาพซ้อนหรือเห็นครึ่งซีก
3.5 เดินเซ ทรงตัวลำบาก
4.ทำไมโรคหลอดเลือดสมองจึงรีบด่วน
ทุกนาทีมีค่า ยิ่งสมองขาดเลือดนานสมองจะถูกทำลายมากขึ้น ช่วงเวลาสำคัญที่สุดคือ 4.5 ชั่วโมงแรกหลังมีอาการ และควรพาผู้ป่วยมาทันทีเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง
5.โรคหลอดเลือดสมองหายเป็นปกติได้หรือไม่
การฟื้นสภาพร่างกายจากโรคหลอดเลือดสมองต้องอาศัยระยะเวลาอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะในระยะหกเดือนแรกหลังเกิดอาการ อาการจะดีขึ้นเร็วช้าหรือมากน้อยเพียงใดขึ้นกับสภาพร่างกายและพยาธิสภาพของแต่ละบุคคล การทำกายภาพบำบัดจะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยส่งเสริมให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
6.เมื่อเกิดอาการโรคหลอดเลือดสมองควรทำอย่างไร
เบอร์โทรศัพท์ 1728
เบอร์โทรศัพท์ 1669 ศูนย์นเรนทร
เบอร์โทรศัพท์ 1154 หน่วยแพทย์กู้ชีพ
หรือรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที
โรงพยาบาลศิครินทร์



