ไลฟ์สไตล์

แกงป่ารสจัดจ้าน ร้าน "D's"

แกงป่ารสจัดจ้าน ร้าน "D's"

28 มิ.ย. 2552

เวลาที่มีคนสะกิดบอกว่าร้านนั้นร้านนี้รสชาติจัดจ้านเหลือกำลัง อดไม่ได้ที่จะตามไปพิสูจน์ แต่พอเอาเข้าจริงกลับไม่สมใจอยาก รสจัดจริงแต่ไม่ยักถูกปาก จนเมื่อได้มารู้จัก "ร้าน D's" หรือ "ดี" ย่านซอยอารีย์ ถึงค้นพบสิ่งที่กำลังค้นหา ร้านนี้เจ้าของได้แรงบันดาลใจใน

แรกทีเดียว "ดวง" นีรนาท เผ่าสวัสดิ์ เจ้าของร้านหนุ่มนักประชาสัมพันธ์ ชอบแอบตามคนที่บ้านเข้าครัวเวลาทำอาหารบ่อยๆ พอครูพักก็ลักจำ และอีกส่วนก็ได้รับการถ่ายทอดมาโดยตรงด้วย ซึ่งพื้นเพของครอบครัวนี้คุณพ่อเป็นชาวพิจิตร ส่วนคุณแม่เป็นคนเมืองเพชรบุรี เมื่อสองเมืองดังมาบรรจบกันเลยได้ตำรับอาหารที่ลูกชายภูมิใจนำเสนอว่าอร่อยเด็ดไม่เป็นรองร้านไหนๆ

 เพียงก้าวผ่านประตูร้านเข้ามา ก็สะดุดตากับการตกแต่งที่เน้นสีขาว เบจ และแดงสีโปรดเจ้าของร้าน สวยเด่นด้วยงานไม้ฉลุดอกคามิเลียตามผนังไปจนถึงโคมไฟเก๋ๆ และที่ชื่อ "ดี" ก็มาจากคนบ้านนี้มีชื่อเล่นขึ้นต้นด้วย "ด" ทั้งนั้น แต่นั่นคงเป็นเพียงองค์ประกอบเล็กๆ ที่เรียกความสนใจ เพราะร้านดีมีดีที่อาหารทุกจานกลั่นกรองมาจากความรักในการทำอาหารไม่ว่าจะตำรับไทยหรือยุโรป ซึ่งดวงแจกแจงว่าในส่วนของครัวไทยนั้นเขาจะดูแลทั้งหมด ส่วนอาหารฝรั่งได้พี่สะใภ้ชาวออสเตรเลียมากำกับทุกขั้นตอน

 มาร้านนี้อะไรเด็ดดวงแน่นอนว่าต้องเป็นตำรับไทยพื้นบ้านรสจัดจ้านปรุงจากวัตถุดิบท้องถิ่น อาทิ น้ำตาลปึก และน้ำพริกกะเหรี่ยงจากเขาย้อย เอาแค่ของกินเล่นๆ เหมาะเป็นกับแกล้ม "ลาบหมูทอด" ก็เด็ดแล้ว หมูสับคลุกเครื่องแล้วปั้นกลมๆ ทอดจนหอม เสียบไม้จัดวางอย่างสวยงาม หรือถ้าชอบเบาๆ ก็มี "ส้มตำปูนิ่มทอด" อร่อยลิ้นด้วยน้ำมะขามเปรี้ยวหวานไม่เหมือนใคร

 มาถึงกับข้าวมี "แกงเหลืองปลาแซลมอน" เข้มข้นไม่เหนียมเครื่องเลยละ แล้วก็เผ็ดร้อนตามระเบียบแต่อร่อยดีถ้าชอบ ถ้ายังไม่ถึงใจลองสั่ง "แกงป่าหมูตะพานหิน" ชื่อขลังดีก็เพราะเป็นสูตรคนพิจิตรแท้ๆ น้ำแกงข้นขลุกขลิกถึงเครื่องแซมหวานหน่อยๆ เคล็ดลับอยู่ที่ใส่ผักบางอย่างที่ทางร้านอุบไว้ เลยได้แต่ฉงนถึงทุกวันนี้ แต่ก็เอาเถอะแค่ซดน้ำแกงช้อนเดียวก็รู้ว่าอร่อยจัดจ้านและเผ็ดร้อนสมราคาคุย อ้อ จะสั่งเป็นไก่ ปลา หรือเนื้อก็ได้นะเขาจัดให้ได้ทั้งนั้น

  ถามหาอาหารฝรั่ง มาครั้งแรกไม่รู้จะสั่งอะไรดี ถ้าชอบสเต็ก "สเต็กเนื้อเทนเดอร์ลอยน์" นำเข้าจากออสเตรเลียน่าจะถูกปาก เห็นว่าเป็นเนื้อของวัวแบล็ก แองกุส ที่เลี้ยงด้วยธัญพืชระยะเวลา 100 วันขึ้นไป ราดเกรวี่หั่นเป็นชิ้นพอคำ โอ้โห! นุ่มลิ้นคุณภาพระดับโรงแรมเลยทีเดียว อ้อ ลืมบอกไปว่าเอกลักษณ์ของร้านนี้ เขาจะเอาเรื่องแฟชั่นมาผูกกับอาหาร ตัวเจ้าของชอบเรื่องสวยๆ งามๆ เลยคิดค้นจานพิเศษนอกเหนือจากในเมนูประจำ ตั้งชื่อเก๋ๆ ว่าสปริงและซัมเมอร์ อย่างปีนี้เขาจัดชุดอาหารกลางวันขายเฉพาะจันทร์-ศุกร์ เป็นจานด่วนสำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศทั้งคาวและหวาน เช่น ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นซอสพริกแดงสูตรเมืองเพชร เจ้าซอสพริกแดงที่กินคู่กันรสชาติออกเผ็ดเปรี้ยว เข้ากับซุปกลมกล่อม หรือจะเป็นเขียวหวานไก่ ขนมจีนน้ำพริก ส่วนของหวานมีกล้วยบวชชี และฟักทองแกงบวด เลือกเข้าคู่กันราคานิ่มๆ 95 บาท แล้วก็มีอาหารชุดที่ได้ไอเดียสนุกๆ จากศิลปินชื่อดังซึ่งเจ้าของร้านเคารพนับถือในฐานะครูอย่าง "อาจารย์โต" ม.ล.จิราธร จิรประวัติ อยากรู้ว่าเป็นยังไงต้องหาโอกาสมาลองเองแล้วล่ะ

 น้ำลายเริ่มสอกันแล้วใช่ไหมละ ร้านดีหาไม่ยากอยู่ชั้น 1 อาคารยศวดี ซอยอารีย์ เข้าไปประมาณ 200 เมตรขวามือ เขาเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11 โมงจนถึงประมาณ 4 ทุ่ม และขอหยุดพักหายใจวันอังคารหนึ่งวัน สอบถามก่อนโทร.0-2619-5252 ใครชอบอาหารรสจัดถึงพริกถึงเครื่อง ก็นัดแนะกันไปลิ้มลองได้จ้า...