'แทรเวลฮับ'ที่พักนักเดินทางประเภท'เซลส์แมน'
07 มิ.ย. 2557
'แทรเวลฮับ' ที่พักนักเดินทาง ประเภท 'เซลส์แมน' (วันละ 350 บาท++) : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว
สวัสดีครับแฟนๆ ชาว “บ้านไม่บาน” เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แฟนชาว “บ้านไม่บาน” ได้เข้ามาเยี่ยมผมที่อาคาร “เนชั่นทาวเวอร์" บางนา พร้อมกับแนวคิดน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับ “ที่พักของนักเดินทาง” ประเภท “เซลส์แมน” ผมขอตั้งชื่อเรียกว่า “แทรเวลฮับ” ซึ่งที่พักประเภทนี้กระจายไปตามหัวเมืองน้อยใหญ่ทั่วประเทศ บางคนเรียกอาคารประเภทนี้ว่า “โรงแรมเซลล์” หรือ “ที่พักของนักเดินทาง” ที่มีอาชีพ “เซลส์แมน” โดยผมมั่นใจว่าอาชีพนี้จะไม่มีวันสูญหายไปจากแผ่นดินไทยแน่นอน เพราะที่ไหนมีกิจกรรมการค้าที่นั่นย่อมมีนักเดินทางประเภท “เซลส์แมน” เสมอ ซึ่งแฟนท่านนี้มีอาชีพเป็นเซลส์ครับ เดินสายขายสินค้าไปทั่วประเทศมานานกว่า 25 ปี จนกระทั่งเกิดมีความคิดว่าอยากให้ผมพัฒนารูปแบบอาคารที่พักนักเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่พักของ “เซลส์แมน” เพื่อให้ได้มาตรฐานที่ดีขึ้นกว่าในปัจจุบัน
พอผมได้รับคำร้องขอให้รับงานที่ท้าทายนี้ ในใจลึกๆ รู้สึกปีติยินดีเป็นที่สุด เพราะโจทย์ข้อนี้ได้ค้างคาใจผมมานานแสนนานกว่า 45 ปี เพราะคุณแม่ของผมท่านเป็นเจ้าของ “โรงแรมเซลล์” ที่มีขนาดกำลังพอเหมาะ พอดี ขนาด 80 ห้อง ตั้งอยู่ใจกลางจังหวัด “สุรินทร์” และผมก็ได้รับมอบหมายให้ไปดูแล (เป็นบ๋อย) เมื่อพนักงานขาดอยู่เป็นประจำตั้งแต่ครั้งผมเรียนมัธยม ดังนั้น ผมจึงรู้เช่นเห็นชีวิต รวมทั้งรู้พฤติกรรมของบรรดาเซลส์ มาตั้งแต่เด็กๆ (ก่อนที่จะเข้าเรียนคณะสถาปัตย์ด้วยซ้ำ) และฝังใจอยู่ลึกๆ ว่า หากมีโอกาสสักวันหนึ่งผมจะทุ่มเทอย่างสุดกำลังสุดความรู้ความสามารถเพื่อจะยกระดับมาตรฐานของที่พักเซลล์ ที่มีนับหมื่นนับแสนคนทั่วประเทศให้ดีขึ้น
โจทย์ดังกล่าวนี้ถือว่ายากมากครับ เพราะ โดยปกติแล้วเซลส์จะได้รับเบี้ยเลี้ยงต่อวันสำหรับที่พักค้างคืนประมาณ 350 บาท++ ซึ่งเป็นการทำงานออกแบบรูปแบบทั้งทางสถาปัตยกรรมและทางวิศวกรรมภายใต้เงื่อนไขของงบประมาณที่จำกัดที่สุด ประเภท “ของดีราคาถูก” มิฉะนั้นแล้ว บรรดาเซลส์จะไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะเข้าพักได้ครับ
จากการที่ผมใช้เวลาครึ่งค่อนวันในการ “แลกเปลี่ยน + เรียนรู้ + แบ่งปัน” กับแฟนท่านนี้ก็เปรียบเสมือนคนที่มีประสบการณ์และจริยวัตรที่รู้เท่าทันกัน ทั้งมีทัศนคติในเชิงบวกที่คล้ายกันและมีความฝันลึกๆ เหมือนกันที่มุ่งมั่น จะยกระดับมาตรฐานของที่พักของบรรดา “เซลส์แมน” ที่มีงบประมาณจำกัด โดยสามารถสรุปประเด็นสำคัญที่จะต้องไม่มองข้ามและต้องเติมเต็ม ดังนี้ครับ
- จะต้องเป็นที่พักประหยัดดีและมีความปลอดภัยสูง
- จะต้องมีที่นอน, หมอนต้องคุณภาพดี (ไม่ปวดหลังปวดคอในขณะตื่นนอน)
- จะต้องสะอาด, อากาศถ่ายเทดี
- น้ำอาบต้องติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ตามความต้องการ เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทางและจากภารกิจที่ทำมาทั้งวัน
- มีที่จอดรถที่พอเพียง,สะดวกสบาย และปลอดภัย มีกล้องวงจรปิด CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง
- มีบริการ WIFI อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อความสะดวกในการติดต่อทางธุรกิจ
- จอ LCD 32” พร้อม T.V. ดิจิทัล + ดาวเทียม 200 ช่อง เพื่อการพักผ่อน
- เครื่องปรับอากาศต้องปรับอุณหภูมิได้ตามความต้องการของผู้พักผ่อน
- การต้อนรับแบบเป็นกันเองและเอาใจใส่แบบ คุณคือคนสำคัญเสมอ
จะเห็นได้ว่าประเด็นต่างๆ เหล่านี้สะท้อนถึงความตั้งใจที่ต้องการเติมเต็มให้กับ “เซลส์แมน” ทุกท่านที่ได้เดินทางมาพักให้ได้พบกับที่พักที่ถูกบรรจงสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อความสุขสบายและเพื่อมาตรฐานที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ การลงทุนสร้าง “แทรบเวลฮับ” จะต้องเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ รวมทั้งสามารถคืนทุนได้ไว โดยในเบื้องต้น จากการที่ได้ทำการวิเคราะห์เจาะลึกในหลายประเด็นที่เกี่ยวข้อง ก็ค้นพบว่าสมมุติฐานที่อยู่บนพื้นฐานของความน่าจะเป็นของที่พักนักเดินทางควรเริ่มจากขนาดที่กำลังพอเหมาะพอดีจำนวน 30 ห้อง++ โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 9-12 ล้านบาท (ควรจะมีเงินสดอยู่ในมือประมาณ 2-4 ล้านบาท ที่เหลือก็ขอสนับสนุนจากสถาบันการเงิน)
จุดอ่อนที่สุดของ “แทรบเวลฮับ” คือ จำนวนผู้เข้าพักและราคาต่อห้องต่อคืนที่ไม่สูงมากนัก (350 บาท++) ซึ่งหมายถึง การลงทุนใน “มาจิ้น” ต่อหน่วยที่ต่ำ พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ ในปริมาณการขายห้องพักที่จะต้องมีอัตราการเข้าพัก 70% โดยประมาณจึงจะอยู่รอดปลอดภัยและมีกำไร และด้วยข้อจำกัดนี้อาคารไม่ควรมีขนาดใหญ่จนเกินไป (ขนาด 30-50 ห้อง จึงถือว่าขนาดกำลังพอดี) เพราะอาจจะเสี่ยงจนเกินไป นอกจากนั้น ห้องที่ว่าง 30% อาจจะปรับเปลี่ยนเป็นเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์รายสัปดาห์หรือรายเดือน เพื่อเสริมสภาพคล่องและเป็นการระดมเงินสดเข้าสู่ระบบครับ
สำหรับโจทย์ยากที่สุดที่ผมคิดว่าผมได้ตีโจทย์นี้สำเร็จแล้ว คือ การออกแบบทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมที่ได้ใช้ “ระบบการก่อสร้างสำเร็จรูป” (Pre-Fabrication ) ที่สามารถควบคุมทั้งระยะเวลาและควบคุมทั้งงบประมาณไม่ให้บานปลาย ซึ่งโจทย์ที่ผมตั้งไว้ให้คณะทำงานคือ จะต้องสร้างให้เสร็จภายใน 30-45 วัน หรือหนึ่งเดือนถึงหนึ่งเดือนครึ่ง!!! เพราะยิ่งสามารถเปิดกิจการได้เร็วเท่าไหร่ก็หมายถึงรายได้ที่เพิ่มพูนมากขึ้นเท่านั้น รวมทั้งเป็นที่รู้จักแพร่หลายเร็วขึ้น
โจทย์ที่ยากกว่านั้นอีก หากได้ทุ่มเทจนสุดกำลังความรู้และความสามารถในการบริหาร แต่ผลการกิจการไม่ดีอย่างที่คาดไว้คือ มีเซลล์มาพักน้อยกว่าที่คิดไว้ หรือมีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่ดินดังกล่าวก็จะต้องสามารถถอดเคลื่อนย้ายไปประกอบติดตั้งเพื่อใช้ในสถานที่อื่นได้ ซึ่งอาจจะปรับเปลี่ยนการใช้สอยเป็นอพาร์ตเมนต์ ที่พักพนักงาน สำนักงาน ฯลฯ ถือว่าเป็นความพิเศษของ “แทรบเวลฮับ” ของผม คือ สามารถยกเคลื่อนย้ายได้ โดยไม่เสียหายสามารถนำไปประกอบใช้ใหม่ได้ ทำให้สามารถตอบโจทย์ได้กับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ผันผวนในปัจจุบัน รวมทั้งสามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็วเป็น “เน็ตเวิร์ก” หรือ “โครงข่าย” ที่กระจาย “แทรบเวลฮับ” ไปทั่วประเทศ
สาระน่ารู้ของ “แทรบเวลฮับ” ยังมีอีกมากครับ หลายท่านอาจจะยังสงสัยว่าจะทำได้จริงหรือในการสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 30-45 วัน! และจะจริงหรือที่สามารถถอดเคลื่อนย้ายได้ ! หากผลของการประกอบกิจการไม่ได้ดีอย่างที่คาด จะจริงหรือที่จะสามารถดัดแปลงยกเคลื่อนย้ายอาคารหลังนี้ไปใช้งานอย่างอื่นในทำเลอื่นที่เหมาะสมกว่า! และข้อสำคัญที่สุด จะจริงหรือที่สามารถยกระดับมาตรฐานที่พักบรรดาเซลส์แมน รวมถึงนักเดินทางอื่นๆ ที่มีงบประมาณจำกัดมากๆ ในราคาคืนละ 350 บาท! เพื่อให้เป็นมาตรฐานสากลและรองรับการเปิด “AEC” เสรีอาเซียน ก็ติดตามคำตอบกันต่อในตอนหน้า ห้ามกะพริบตาครับ (เพราะที่ผมจะนำเสนอต่อไปนี้จัดได้ว่าเป็น “นวัตกรรม” ไม่ใช่เพียงการออกแบบอาคารบ้านเรือนธรรมดา)
ท่านที่สนใจลงทุนใน “ที่พักนักเดินทาง” หรือ “โรงแรมเซลล์” ทั่วประเทศห้ามพลาดโดยเด็ดขาด ซึ่งแฟนๆ ชาว “บ้านไม่บาน” ท่านใดสนใจวิธีคิด, สนใจวิธีออกแบบ ทั้งทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ตลอดไปจนถึงสนใจวิธีการก่อสร้างในระบบสำเร็จรูปและสนใจข้อมูลในเชิงลึกของการศึกษาความเป็นไปได้ของ “แทรบเวลฮับ” สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 08-1421-8323 หรือ www.homeloverthai.com ครับ
.......................................
(หมายเหตุ 'แทรเวลฮับ' ที่พักนักเดินทาง ประเภท 'เซลส์แมน' (วันละ 350 บาท++) : คอลัมน์ บ้านไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว)



