
สกัด 'สมุนไพร' รักษาเต้าโค
05 มิ.ย. 2557
ทำมาหากิน : สกัด 'สมุนไพร' รักษาเต้าโค เพื่อเกษตรกรผลิตนมคุณภาพ
มข.ระดมนักวิจัย วิจัยน้ำมันสมุนไพรสกัดต้านโรคเต้านมวัวอักเสบ แทนการใช้ยาปฏิชีวนะได้สำเร็จ หลังพบว่าโรคนี้สร้างปัญหาให้เกษตรกรผู้เลี้ยงเพราะนอกจากทำให้น้ำนมที่ได้ไม่มีคุณภาพและปริมาณลดลง ค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงแล้ว เกษตรกรยังต้องสูญเสียรายได้ ประมาณความเสียหายโดยรวม 1,500-2,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งแนวทางการรักษาที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะนำยาปฏิชีวนะและยาต้านการอักเสบมาใช้ ซึ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดปัญหาการดื้อยาการปนเปื้อนในน้ำนม น้ำนมวัวที่ได้ขาดคุณภาพและส่งผลเสียต่อผู้บริโภคในที่สุด
รศ.ดร.วัชรี คุณกิตติ นักวิจัยคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กล่าวว่า ที่มาของงานวิจัยเกิดจากการหารือร่วมกันระหว่างอาจารย์คณะสัตวแพทยศาสตร์กับอาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ มข.ในประเด็นงานวิจัยเพื่อสังคม จึงพบโจทย์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการแก้ปัญหาโรคเต้านมวัวอักเสบของเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวนม ซึ่งถือเป็นปัญหาเรื้อรังที่ทำให้น้ำนมวัวไม่มีคุณภาพ ปริมาณลดลง เกษตรกรต้องสูญเสียรายได้และเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง
"สาเหตุการอักเสบและติดเชื้อของเต้านมวัว มาจากทำความสะอาดเต้านมก่อนและหลังรีดไม่ดีพอ หรือเกิดจากการรีดนมด้วยเครื่องรีดนมที่แรงเกินไป ดังนั้น เกษตรกรจึงควรมีความรู้ความเข้าใจการดูแลรักษาความสะอาดเต้านมวัว และการรีดที่ถูกวิธี เพื่อป้องกันการเกิดโรค ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่เกษตรกรใช้ทำความสะอาดจะเป็นยาปฏิชีวนะหรือน้ำยาฆ่าเชื้อ เมื่อใช้เป็นเวลานานจะทำให้วัวดื้อยา และก่อให้เกิดสารตกค้างในน้ำนม ตามด้วยปัญหาการปนเปื้อนในน้ำนม" รศ.ดร.วัชรี แจง
ทั้งนี้ คณะนักวิจัย ประกอบด้วย รศ.ดร.สพญ.สุณีรัตน์ เอี่ยมละมัย อ.ดร.จรีรัตน์ เอี่ยมสะอาด รศ.ดร.มุกดา จิตต์เจริญธรรม รศ.ดร.ฉันทนา อารมย์ดี นางเนตรชนก จิวากานนท์ และรศ.ดร.วัชรี คุณกิตติ ได้ร่วมกันศึกษาแนวทางการนำสมุนไพรมาใช้ทดแทนยาปฏิชีวนะ โดยเล็งเห็นศักยภาพของสมุนไพรไทยว่ามีสรรพคุณฆ่าเชื้อได้ จึงเกิดเป็นโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์จุ่มเต้านมวัวที่ฆ่าเชื้อก่อนเกิดโรคเต้านมอักเสบ โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนวิจัย (สกว.) จากนั้นเก็บตัวอย่างแม่วัวในฟาร์มเครือข่ายของกรมปศุสัตว์ พบเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคมากที่สุด 2 ชนิด คือ สแตปฟิโล ค็อกคัส ออเรียส และสเตร็ปโตค็อกคัส อกาแลกเตีย
"จากเชื้อก่อโรคที่พบนำมาทดสอบกับน้ำมันสมุนไพรหลายชนิด พบว่าที่ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้มากที่สุดมี 7 ชนิด ได้แก่ ตะไคร้ พลู ขมิ้นชัน ไพล กะเพรา โหระพา มะกรูด ก่อนพัฒนาเป็นตำรับยาทดสอบฤทธิ์ฆ่าเชื้อตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ แล้วทดสอบกับแม่วัวจริงจนประสบผลสำเร็จได้ผลิตภัณฑ์จุ่มเต้านมวัว จากนั้นให้เกษตรกรทดลองใช้ ปรากฏว่า เกษตรกรอยากให้ผลิตภัณฑ์สะดวกในการใช้งาน คณะนักวิจัยจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นแบบสเปรย์ฉีด เพื่อให้สะดวกแก่การใช้งาน"
จุดเด่นของน้ำมันสมุนไพรสกัด นอกจากจะช่วยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยในน้ำนมแล้ว ยังมีกลิ่นหอมและระเหยง่าย ความหนืดน้อยสามารถไหลเข้าสู่ท่อนมวัวได้ง่ายในระยะเวลาไม่นานและปริมาณที่ใช้ไม่เยอะ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ระคายเคืองเต้านมวัว เก็บไว้ได้นานตามอุณหภูมิห้อง ลดอัตราการติดเชื้อโรคครั้งใหม่ได้ถึงร้อยละ 50 เป็นการลดอุบัติการณ์การเกิดโรคเต้านมอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญลดการนำเข้ายาปฏิชีวนะจากต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ผลิตภัณฑ์จุ่มและสเปรย์ฉีดจดสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรแล้วทั้งในและต่างประเทศ
สำหรับเอกชนที่สนใจต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ กระบวนการผลิตไม่ยุ่งยาก ลงทุนต่ำ ติดต่อได้ที่สำนักงานบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา มข.โทร.0-4320-2733



