
ข้ามฟากแม่น้ำเสพงานศิลป์ร่วมสมัย
05 มิ.ย. 2557
ศิลปวัฒนธรรม : ข้ามฟากแม่น้ำ เสพงานศิลป์ร่วมสมัย
เพราะศิลปะแฝงอยู่ทุกที่รอบตัวเราในกิจวัตรประจำวันอันวุ่นวายถ้าได้หยุดสังเกตเห็นภาพสวยๆ หรืองานศิลป์ให้ตีความถึงเรื่องอื่นบ้างก็ช่วยผ่อนคลายได้ไม่น้อย และในวันนี้ไม่ว่าจะมาทำงาน กลับบ้าน หรือมาท่องเที่ยวในย่านวัดอรุณราชวราราม ทุกคนจะสามารถเข้าถึงอาร์ตแกลเลอรี่ใจกลางแม่น้ำแบบไม่รู้ตัว เพราะนอกจากทัศนียภาพสวยงามของ 2 ฝั่งเจ้าพระยาแล้วภายในเรือข้ามฟาก "เดอะ เฟอร์รี่ แกลเลอรี่" ยังรวบรวมศิลปะทั้งภาพนิ่ง ภาพถ่าย และทัศนศิลป์ดีๆ จากทั่วโลก มาถ่ายทอดให้ผู้โดยสารรับชมกันเพลิน โดยพร้อมเปิดให้ผู้ที่สนใจและบรรดานักท่องเที่ยวเข้าชมรอบแรกอย่างเป็นทางการบริเวณ ท่าเรือข้ามฟากวัดอรุณฯ มุ่งสู่ท่าเตียนเมื่อเย็นวันก่อน
จากเรือข้ามฝากถูกดัดแปลงเป็นแกลเลอรี่ไอเดียดีโดยความคิดของสาวรุ่นใหม่ "แพรว" กวิตา วัฒนะชยังกูร ศิลปินด้านทัศนศิลป์ร่วมสมัย และหนึ่งในทายาท บริษัท โพธิ์อรุณ จำกัด ผู้ดำเนินกิจการเรือข้ามฟากแห่งนี้มากว่า 100 ปี เล็งเห็นช่องว่างเล็กๆ ในเส้นทางการล่องเรือท่องเที่ยวชมสถาปัตยกรรมไทยในปัจุบันให้พอนำศิลปะเข้าไปเติมเต็มอีกได้ในเวลาสั้นๆ แต่เต็มอิ่ม
"เราเน้นแสดงศิลปะร่วมสมัยบ่งบอกถึงความเป็นไปด้านประเพณี อารยธรรม และความเป็นอยู่ของผู้คนในปัจจุบัน ในเมืองไทยยังมีการแสดงศิลปะร่วมสมัยน้อยมาก ต้องเฉพาะกลุ่มจริงๆ เลยอยากเปิดพื้นที่สาธารณะให้ใครมาเยี่ยมชมก็ได้ บอกเล่าเรื่องราวให้เข้าถึงประชาชนและเยาวชนได้ง่ายยิ่งขึ้นผ่านวิดีโออาร์ต คือศาสตร์หนึ่งของศิลปะคล้ายกับรูปปั้น ภาพถ่าย สื่อถึงความคิดทัศนคติของคนปัจจุบัน ผ่านเทคโนโลยีให้คนเข้าใจง่ายขึ้น เชื่อว่าเมื่อเราคลุกคลีกับงานศิลปะบ่อยๆ ก็จะเกิดแรงบันดาลใจ เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการต่อยอดสิ่งใหม่ๆ ได้ อีกทั้งยังตั้งใจเพิ่มคุณค่าให้ท่าเรือข้ามฝากและวัดอรุณราชวรารามเป็นประโยชน์แก่การเรียนรู้มากขึ้น และในวงการศิลปะก็เป็นสถานที่เชื่อมต่อความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินไทยและนานาชาติ ทั้งด้านความคิด ประสบการณ์ ความทรงจำ ผ่านผลงานที่นำมาจัดแสดงผลัดเปลี่ยนกันทุกๆ 3 อาทิตย์ อีกด้วย" เจ้าของไอเดียกล่าวถึงที่มา
ประเดิมผลงานแรกที่นำมาโชว์ในแกลเลอรี่ลอยน้ำแห่งนี้ในนิทรรศการ "HERE AND THERE : ตรงนี่ ที่นั้น" สาวแพรวได้นำงานของศิลปินในประเทศออสเตรเลีย ที่ตัวเองใช้ชีวิตอยู่มาครึ่งชีวิตมาให้ชมเพราะความผูกพันและเล็งเห็นทัศนียภาพแม่น้ำธรรมชาติที่แตกต่างแต่อุดมสมบูรณ์คล้ายกันของสองประเทศ นำมาโชว์ให้เห็นความต่างประกบ 2 สถานที่ไกลกันให้มาอยู่ที่เดียวกันผ่านวีดีทัศน์และภาพภ่าย อาทิ ผลงานของ สก๊อต มอริสัน ชาวนิวซีแลนด์ที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลีย ที่ถนัดผลงานด้านเสียง วิดีโอ จากน้ำ ธรรมชาติตามสถานที่ต่างๆ นำมาสอดคล้องกับการเล่นดนตรีให้ผู้ชมเพลิดเพลินไปกับเสียง และความเป็นธรรมชาติแท้จริง เปิดสลับกับผลงานของ นิกกี้ แลม วีดิทัศน์รูปวงกลมพูดถึงเมล็ดพืชที่ร่วงหล่นลงมา หยั่งรากไปสู่อีกที่หนึ่ง และผลงานของศิลปินชาวไทย สุทธิรัตน์ ศุภปริญญา กับการค้นหาคุณตาของตัว จากวิถีชีวิตของคุณตาแท้ๆ ที่ต้องทำงานล่องแม่น้ำทุกวัน เลยอยากจะเดินทางตามรอยคุณตาให้เห็นถึงวิถีชีวิตในอดีต พร้อมภาพความเปลี่ยนแปลงที่ได้เห็นในปัจจุบัน ส่วนข้างเรือมีภาพนิ่งของ โทมัส เบรคเวล รูปถ่ายสะท้อนถึงวันรุ่นในเมืองที่เข้าไปใช้ชีวิตอยู่ป่า เน้นให้เด็กรุ่นใหม่เข้าถึงความคิดความรู้สึกที่ตัวเองมีต่อสังคม ต่อโลก แสดงตัวตนว่าเรามีวิสัยทัศน์ ความคิดอย่างไร
เข้าสู่แสงยามเย็นรูปภาพ และวิดีโอที่ติดอยู่โดยรอบหอศิลป์ร่วมสมัยบนเรือข้ามฟากยิ่งเห็นชัดเจน สอดคล้องกับแสงไฟด้านนอก สร้างบรรยากาศไม่เงียบเหงา โดยพลังานที่ใช้ในเรือข้ามฟาก เดอะ เฟอร์รี่ แกลเลอรี่ ได้มาจากแผงโซล่าร์เซลล์บนเรือ จึงจะเริ่มออกรับผู้โดยสารตั้งแต่ 12.00-19.30 น.เป็นต้นไป เพียงใช้บริการท่าเรือข้ามฟากท่าเตียน - วัดอรุณฯ



