
ปิดวิกชมศึกชนช้าง
05 มิ.ย. 2557
โซไซตี้ : ปิดวิกชมศึกชนช้าง
เดินทางมาถึงภาค 5 เป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับภาพยนตร์ไทยอิงประวัติศาสตร์ "ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช" ยุทธหัตถี กำกับการแสดงโดย "ท่านชายมุ้ย" หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ซึ่งนับว่าเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่มีการสร้างติดต่อกันมานานขนาดนี้ นอกจากความเข้มข้นของเนื้อหา และเทคนิกพิเศษต่างๆ ที่ได้รับการกล่าวขานไปทั่วหัวระแหงแล้ว เมื่อค่ำวันก่อน สองโต้โผใหญ่แห่งค่ายสินทรัพย์ประกันภัย "หญิง" ศศมณฑ์- ดร.สมนึก สงวนสิน ก็สร้างปรากฏการณ์ ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ได้สูสีกัน นั่นคือ ควักเงินกว่าล้านบาทเหมาบัตรชมภาพยนตร์ "ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช" ตอน ยุทธหัตถี รอบ 19.00 น. จำนวน 3,000 ที่นั่ง แล้วส่งเทียบเชิญทั้งลูกค้า ญาติสนิท มิตรสหายจากหลากวงการ ให้เข้าร่วมดื่มด่ำกับความเสียสละของสมเด็จพระบูรพมหากษัตริย์ของไทยที่มีต่อผืนแผ่นดินขวานทอง ภายในโรงภาพยนตร์สยามภาวลัย รอยัล แกรนด์เธียเตอร์ ชั้น 6 สยามพารากอน เมื่อค่ำวันก่อน
ภายในงานสองผู้บริหารในชุดยูนิฟอร์มบริษัทพร้อมด้วยบรรดาพนักงาน ซึ่งยกทัพมาช่วยกันปักหลักต้อนรับขับสู้แขกเหรื่อ ซึ่งมีทั้งเป็นขาประจำเห็นหน้าเห็นตากันบ๊อยบ่อยตามงานสังคมรายวัน และเวอร์ชั่นนานๆ ครั้งจะยอมออกงานซะที อาทิ "เป๊ก" พิไลพรรณ สมบัติศิริ-วิวัฒน์ สุทธิพงษ์ชัย, พรเสก-ลาลีวรรณ กาญจนจารี, "เจ้าแม่ตาวิเศษ" คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช, คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์-"รมมี่" รมณีย์ เธียร์ประสิทธิ์, ละออ ตั้งคารวคุณ-พ.ญ.ปิยะชนก ตั้งคารวะคุณ, "หลี" จรินทร์ สุมานนท์, "แดง" ดร.สมศักดิ์ ชลาชล, "นะ" ณรงค์ เลิศกิตศิริ, "พร" สุชัญญา ธนาลงกรณ์, วี มาร์, "อ้อ" ดร. กฤติกา คงสมพงษ์, "ศรี" ศรีสุภางค์ มอริส, "น้อย" ทิพาพร อัชนันท์, จิตรา ก่อนันทเกียรติ, "เอ๋" ภูวดี คุนผลิน, ฯลฯ และก่อนจะได้เวลาเบิกม่านฉายหนังไทยฟอร์มยักษ์ เจ้าภาพเอาฤกษ์เอาชัยด้วยการเปิดพื้นที่ให้คณะนาฏศิลป์รำถวายพระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตามคำแนะนำของผู้ใหญ่ที่นับถือ
ทั้งนี้ "หญิง" ศศมณฑ์ เล่าถึงแรงจูงใจในการเหมาบัตรชมภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ติดต่อกันมาเป็นครั้งที่ 5 ว่า เริ่มจากตัวเองและสามีเห็นตรงกันว่า หนังเรื่องนี้มีเนื้อหาสาระดีมาก โดยเฉพาะในมุมเทิดพระเกียรติบูรพมหากษัตริย์ไทยที่ทรงมีคุณาประการต่อประเทศชาติ จึงต้องการสนับสนุนให้คนไทยหันกลับมาดูหนังไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนเพื่อจะได้เรียนรู้และเข้าใจประวัติศาสตร์มากขึ้น สุดท้ายอยากให้กำลังใจคนทำหนังไทยด้วยจึงเกิดเป็นโครงการนี้ขึ้นมา พร้อมกับสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะด้วยว่า หากยังมีหนังตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชภาคต่อไปให้ได้ชม ก็ยังจะมีกิจกรรมเช่นนี้อีกแน่นอน



