
ซูซูกิ เบอร์กแมน คล่องตัวแบบชีวิตของคนเมือง
31 พ.ค. 2557
เปิดโลกยนตรกรรม : ซูซูกิ เบอร์กแมน คล่องตัวแบบชีวิตของคนเมือง : โดย...อภิชัย ไกรนุกุล
ตลาดรถออโต้ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์กลืนกินยอดขายของเกียร์ธรรมดาของรถเมืองไทยไปเยอะ ด้วยจุดขายของความสะดวกสบายใช้งานง่าย จึงเป็นที่นิยมของคนเมืองไม่ต้องนั่งพะวงกับการเปลี่ยนเกียร์อีกต่อไป
มอเตอร์ไซค์ในเมืองไทยเริ่มขยับขยายความจุให้มีความหลากหลายมากขึ้น พร้อมกับมีรถตัวถังใหญ่ให้ได้ลิ้มลอง อย่างค่ายซูซูกิ แนะนำ "เบอร์กแมน 200 เอบีเอส" เจาะตลาดสกูตเตอร์ระดับพรีเมียมด้วยค่าตัว 139,600 บาท
ก่อนหน้านี้เบอร์กแมนรู้จักกันในแถวๆ ยุโรปเท่านั้น เพราะทางซูซูกิเจาะตลาดในโซนนี้ เริ่มจากรุ่น 150 ที่ถือกำเนิดเมื่อปี 2002 ซึ่งได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยความหรูหรา กว้างขวาง สะดวกสบาย มีพื้นที่เก็บของขนาดใหญ่
การปรับเปลี่ยนทำในปี 2007 เป็นการเปลี่ยนครั้งใหญ่มีการนำเครื่องยนต์ขนาด 200 ซีซี มาวาง พร้อมกับเพิ่มขนาดของล้อหน้าใหญ่ขึ้น รวมถึงการอัพเกรดอุปกรณ์ต่างๆ ให้สะดวกสบายต่อการใช้งานมากยิ่งขั้น จนถึงวันนี้ เป็นเวลา 11 ปีที่ซูซูกิคันนี้ครองใจคนยุโรปได้เป็นอย่างดี
เมื่อตลาดสกูตเตอร์ในเมืองไทยเติบโตมากขึ้น รถในกลุ่มนี้มีน้อยยิ่งเป็นเครื่องยนต์ 200 ซีซี ก็ไม่มีคู่แข่ง ทางซูซูกิจึงตัดสินใจย้ายฐานการผลิตจากสเปนมายังประเทศไทย
"เบอร์กแมน" ถูกสร้างให้เป็นมอเตอร์ไซค์ที่ยอดเยี่ยม มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย สะดวกในการเดินทาง จึงได้รถสองล้อที่มีความหรูหราพอที่จะเจาะตลาดสกูตเตอร์ระดับพรีเมียมได้
เพื่อให้เหมาะกับสรีระคนไทยเบาะนั่งของเบอร์กแมนถูกออกแบบให้สูงจากพื้นเพียง 735 มม. ต่ำสุดในคลาส ทั้งๆ ที่ ใต้เบาะจะมีกล่องขนาดใหญ่ มีความจุถึง 41 ลิตร ทำให้เก็บหมวกกันน็อกได้ถึง 2 ใบ
นอกจากใต้เบาะแล้วตรงด้านหน้ายังมีช่องเก็บของอเนกประสงค์ 2 ช่อง จุได้ 7 ลิตร รวมถึงช่องเก็บของแบบลึก ที่ใส่ขวดน้ำขนาดครึ่งลิตรได้สบายๆ การล็อกก็จะใช้ล็อกร่วมกับช่องกุญแจ เพียงแค่หมุนกลับด้านก็สามารถปลดล็อกได้แล้ว
การขับลุยฝนหรือช่วงมืดๆ ที่อาจจะเจอกับแมลงหรือสิ่งสกปรก ซูซูกิมีกระจกหน้าที่ออกแบบตามสรีรศาสตร์ช่วยป้องกันลม, แมลงหรือสิ่งแปลกปลอมได้เป็นอย่างดี โดยมีช่องดักลมอยู่ใต้กระจกบังลมเพื่อลดลมหมุนวน เพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ จึงลดความเมื่อยล้าได้ ด้วยกระจกบังลมหน้าขนาด 110 มม.
ในการขับขี่จะมีข้อมูลบอกให้ครบถ้วนกับแผงหน้าปัดที่มีจอเหมือนรถยนต์ ทั้งบอกความเร็ว รอบเครื่องยนต์ ระดับน้ำมันในถัง เป็นมาตรวัดดิจิทัลง่ายต่อการใช้งานและมองเห็นได้ชัดเจนแม้ตอนกลางคืน โดยจะมีสัญญาณต่างๆ บอกอย่างครบถ้วน รวมถึงนาฬิกาบอกเวลาด้วย
ระบบการตัดการทำงานของเครื่องยนต์ ที่เน้นความปลอดภัย หากขาตั้งยังไม่ยกขึ้นก็จะสตาร์ทเครื่องยนต์ไม่ได้ รวมทั้งมีไฟฉุกเฉิน ที่ติดอยู่ทางด้านขวาใช้งานได้อย่างสะดวก
การขับขี่เพียงบิดกุญแจยกขาตั้งขึ้นกำเบรกก็สตาร์ทเครื่องยนต์ได้ ซึ่งเครื่องยนต์ขนาด 200 ซีซี มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา แต่มีความทนทานในการตอบสนองการใช้งานดีในรอบต่ำและกลางซึ่งเป็นช่วงที่ใช้งานบ่อยๆ ในเมือง
เครื่องยนต์ใช้การระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ ติดไว้ด้านหน้าทำให้รับลมได้เต็มที่ ช่วยรักษาอุณหภูมิของเครื่องยนต์ให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องแม้จะเจอรถติดในเมืองก็ตาม
การจ่ายน้ำมัน ใช้หัวฉีดที่มีความเที่ยงตรง จ่ายน้ำมันได้อย่างแม่นยำ ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างราบรื่น โดยการทำงานร่วมกับออกซิเจนเซ็นเซอร์และเซ็นเซอร์แรงดันของท่อไอดีที่ช่วยให้การเผาไหม้ทำได้อย่างสมบูรณ์
รถส่งกำลังด้วย เกียร์ซีวีทีที่มีฟิกด์-สปริง ถูกออกแบบให้มีความสมดุล ลดแรงสั่นสะเทือนทำให้เกียร์เปลี่ยนอย่างต่อเนื่องและนุ่มนวล การคายไอเสียผ่าน แคทไลเซอร์ทำให้ผ่านมาตรฐานยูโร 6 ได้
โครงสร้างของตัวรถถูกออกแบบให้มีความแข็งแรง มีขนาดที่เหมาะสม น้ำหนักเบา เพื่อความคล่องตัวในการขับขี่ โช้คอัพหน้าแบบ "เทเลสโคปิค" รองรับการขับขี่ในทุกสภาพถนน โช้คอัพหลังถูกปรับสูง-ต่ำได้ตามความเหมาะสม มีการกระจายน้ำหนักได้ดี จากการวางถังน้ำมันไว้ด้านล่างตรงกึ่งกลางของตัวรถ
ล้อที่จะใช้เป็นอลูมิเนียมอัลลอย ด้านหน้า ขนาด 13 นิ้ว หลังขนาด 12 นิ้ว เป็นล้อ 6 ก้าน แข็งแกร่ง น้ำหนักเบา เข้ากับเบรกหน้าหลังที่เป็นดิสก์เบรกขนาด 240 มม. พร้อมเอบีเอส โดยมีสปีดเซ็นเซอร์ติดไว้ทั้งที่ล้อหน้าและล้อหลัง ซึ่งเอบีเอสจะตรวจสอบความเร็วที่ล้อเพื่อสั่งให้เบรกทำงานสัมพันธ์กัน
เบอร์กแมน 200 เอบีเอส เป็นรถที่มีการควบคุมรถที่ดี มาก มีความนุ่มนวลความเร็วระดับต่ำและปานกลางถือว่า โดดเด่น ทำให้มีความคล่องตัว จุดเด่นอีกจุดคือ เบาะนั่งขนาดใหญ่นั่งสบายในขณะที่คุณภาพการประกอบ วัสดุที่ใช้ก็สะท้อนมาตรฐานชัดเจน และถือว่า เป็นสกูตเตอร์พรีเมียมที่คุ้มค่าคุ้มราคาคันหนึ่งในตลาด
-------------------------
(เปิดโลกยนตรกรรม : ซูซูกิ เบอร์กแมน คล่องตัวแบบชีวิตของคนเมือง : โดย...อภิชัย ไกรนุกุล)



