
สร้างกระแสการออกแบบในทีสิสเฟสติวัลปฏิรูปการศึกษาแนวใหม่
31 พ.ค. 2557
มัณฑนศิลป์ร่วมกับสยามดิสคัฟเวอรี่สร้างกระแสการออกแบบในทีสิสเฟสติวัลปฏิรูปการศึกษาแนวใหม่ : คอลัมน์ อยู่สบาย โดย... ผศ.เอกพงษ์ ตรีตรง
การปฏิรูปการศึกษาให้เกิดผลอันดีและมีประสิทธิภาพสูงสุด จะต้องสามารถดึงพลังแห่งประสบการณ์ในชีวิตเข้ามาถ่ายทอดในวิธีการใหม่ ทั้งนอกห้องเรียนและในห้องเรียน การศึกษาคือทั้งชีวิต ประชากรที่มีคุณภาพต้องได้รับการบ่มเพาะทุกมิติ จนสามารถฟูมฟักอัตลักษณ์แห่งปัญญาออกมาจากชีวิตของประชาชนได้
ตัวอย่างการปฏิรูปการศึกษาที่สำเร็จคือ สามารถสร้างคนออกสู่สังคมได้อย่างสมบูรณ์ และหลายคนสามารถต่อยอดสู่ความเป็นอัจฉริยะได้ อีกทั้งสามารถทำให้เกิดภูมิคุ้มกันทางปัญญามีเอกลักษณ์ที่จะบ่มเพาะสู่แบรนด์ และผลผลิตคุณภาพได้ต่อไปเพราะคนและมันสมองที่มีจินตนาการคือพลังสำคัญของชาติที่สุดนะครับ
ผลงานออกแบบของมัณฑนศิลป์ที่ถ่ายทอดออกมาจากการบ่มเพาะในช่วงการศึกษา 4 ปี มิใช่แค่การสอบจบแต่ต้องสร้างจุดกำเนิดแห่งแรงบันดาลใจเชิงประจักษ์ออกสู่สังคมให้มากที่สุด
ถ้าเราสามารถบ่มเพาะคนในประเทศนี้ให้มีความสามาถพิเศษ อันเป็นเอกลักษณ์ติดตัวได้ตั้งแต่มหาวิทยาลัย และสามารถทำให้มหาวิทยาลัยไม่มีรั้วกั้นระหว่างการศึกษาในมหาวิทยาลัยกับการศึกษาในสังคมก็ยิ่งเห็นอนาคตการศึกษาชาติที่สดใส
ผลงานกว่า 300 ชิ้น กำลังจะจัดแสดงในงานทีสิสเฟสติวัล ครั้งที่ 2 จากนักศึกษาชั้นปีที่ 4
“ศิลปนิพนธ์” ของคณะมัณฑนศิลป์ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-6 มิถุนายนนี้ โดยผลงานประกอบด้วยองค์ความรู้ในการจัดแสดงดังนี้ครับ
1. การออกแบบภายใน การออกแบบสภาพแวดล้อมภายในอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างพลังให้กับมนุษย์เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี และเมื่อคุณภาพชีวิตดีก็จะส่งผลต่อคุณภาพของประชากรและประเทศชาติต่อไป
การออกแบบภายในจึงมีผลอย่างมากต่อสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาพแวดล้อมสาธารณะเพื่อการพานิชย์เพราะสามารถส่งผลต่อการกระตุ้นบรรยากาศการซื้อขาย การลงทุนได้เป็นอย่างดี ตลอดจนโครงการที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการต่อยอดทางวัฒนธรรมและศิลปะประเพณีของชาติด้วย
2. การออกแบบนิเทศศิลป์ คือ การประยุกต์ศิลป์สู่ภาษาแห่งการสื่อสารการพานิชย์ รู้จักนำเอาศาสตร์แห่งศิลป์เขาไปสู่การนำเสนอประสบการณ์ใหม่ให้สังคมและผู้บริโภคในเทคนิคต่างๆ อย่างเหมาะสม มีสุนทรียภาพ ทั้งการโฆษณาประชาสัมพันธ์ สิ่งพิมพ์ ภาพยนตร์ และสื่อใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมากมายมหาศาลในขณะนี้ ผลงานเยาวชนนักออกแบบสาขานี้จึงน่าสนใจมากๆ ครับ
3. การออกแบบผลิตภัณฑ์ ทุกอย่างอยู่รอบตัวต้องได้รับการออกแบบครับ ส่งเสริมให้คุณภาพชีวิตของมนุษย์ดีขึ้น อำนวยความสะดวกสบายด้วยประโยชน์ใช้สอยที่ดี มีนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันและอนาคต ศาสตร์แห่งการออกแบบสาขานี้จึงมีความจำเป็นอย่างมากต่อประเทศชาติและประชาชน ที่สำคัญเยาวชนนักออกแบบแห่งมัณฑนศิลป์ สามารถสะท้อนสู่กระแสความต้องการแห่งอนาคตได้ว่าโลกกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปในทางใดนั่นเอง
4. ประยุกต์ศิลปศึกษา ศิลปะแห่งการพัฒนาศิลปะที่ประยุกต์ให้เข้ากับชีวิตประจำวันผ่านจินตนาการและความเชี่ยวชาญของศิลปะผสานศาสตร์ต่างๆ นักออกแบบสาขานี้มีความสามารถมากครับ เพราะการนำศิลปะมาประยุกต์อย่างกลมกล่อมงดงามโดยมีไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ เช่น เทคนิคการใช้วัสดุสู่งานศิลปะสมัยใหม่ การออกแบบลายผ้าในรูปแบบของการค้นพบนวัตกรรมการทอแนวใหม่ การออกแบบศิลปะประกอบอาคารเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับการใช้ชีวิตของมนุษย์ ผลงานน้องๆ เยาวชนปีนี้ต้องบอกว่าแสงสีจริงๆ
5. การออกแบบเครื่องเคลือบดินเผา นี่ถือเป็นมรดกของชาติไทยเลยก็ว่าได้ และถือว่ามีมาช้านานเคียงคู่วัฒนธรรมไทยเลยทีเดียว การต่อยอดและเคียงคู่กับความมีอัตลักษณ์อย่างงดงามถือเป็นความสำคัญของชาติ ศิลปะแขนงนี้มีนวัตกรรมและพัฒนาการมาโดยตลอดในปีนี้ ผลงานเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างมากครับ สุดยอดแห่งแรงบันดาลใจผ่านการปั้นและเคลือบที่ทำได้อย่างดีจนคนไทยควรภูมิใจที่สุดครับ
6. การออกแบบเครื่องประดับ อัญมณีที่ทรงคุณค่าเกิดจากมันสมองของมนุษยชาติ มูลค่าเพิ่มจากปัญญาที่สุดแห่งอุตสาหกรรมของชาติ ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ในดินแดนสุวรรณภูมิแห่งนี้ เครื่องประดับถือเป็น อัญมณีเม็ดงามทางเศรษฐกิจที่สามารถทำให้ประเทศแข็งแกร่ง และเป็นสัญลักษณ์แห่งภูมิปัญญาศิลปะประเพณีของชาติที่มีอารยะ ผลงานเยาวชน นักออกแบบสาขานี้ คือ พลังอันยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์เมื่อได้ยลผลงานแล้วคุณจะตื่นเต้นที่สุดครับ
7. การออกแบบเครื่องแต่งกาย ความวิจิตรงดงามของศิลปะแห่งเครื่องแต่งกายของไทย มีผลต่อการสืบสานวัฒนธรรมที่มีอัตลักษณ์ที่สุด กระแสพลังแห่งแฟชั่นโลกผสมศาสตร์แห่งภูมิปัญญาไทย สามารถก้าวไกลไปในระดับโลกได้ อย่างทัดเทียมนานาอารยะประเทศ โดยผลงานของนักศึกษาคณะมัณฑนศิลป์ถือเป็นผู้นำในการศึกษาระดับนานาชาติ เพราะผลงานที่ได้รับรางวัลมาโดยตลอด และปีนี้ผลงานน่าประทับใจมาก ไม่คิดว่าเด็กไทยจะเก่งได้ขนาดนี้จริงๆ เมื่อเห็นผลงานในปีนี้ครับ
และนี่ก็เป็นการรวมเอาพลังของนักศึกษา 7 สาขาที่สำคัญมากต่อการพัฒนาประเทศซึ่งมีความสำคัญมากต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นตัวอย่างของการเรียนการสอน ที่ปฎิรูปแล้วอย่างสำเร็จ มีนวัตกรรมการเรียนการสอน จนผลิตผลงานออกมาทัดเทียมมืออาชีพ บ่มเพาะฟูมฟัก 4 ปี แต่ผลที่ออกมาคุ้มค่าต่อประเทศชาติมากที่สุด
ติดตามการจัดแสดงผลงาน “ทีสิสเฟสติวัล” ครั้งนี้ได้ในธีม “แจ้งเกิด” ที่ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ และศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ได้ ระหว่างวันที่ 2-6 มิถุนายน 2014 นี้ครับ
.......................................
(หมายเหตุ มัณฑนศิลป์ร่วมกับสยามดิสคัฟเวอรี่สร้างกระแสการออกแบบในทีสิสเฟสติวัลปฏิรูปการศึกษาแนวใหม่ : คอลัมน์ อยู่สบาย โดย... ผศ.เอกพงษ์ ตรีตรง)



