ไลฟ์สไตล์

คอนโดแพง คนไทยซื้อไม่ได้

คอนโดแพง คนไทยซื้อไม่ได้

29 พ.ค. 2557

เปิดซองส่องไทย : คอนโดแพง คนไทยซื้อไม่ได้ : โดย...ลุงแจ่ม

 
                          ในปัจจุบันจะเห็นว่าผู้ประกอบการบ้านจัดสรร หรือคอนโดมิเนียมโครงการต่างๆ มีการประกาศขายบ้านเดี่ยวพร้อมที่ดินหรือคอนโดมิเนียม ที่พักอาศัย เจ้าของโครงการเหล่านี้ตั้งราคาไว้สูงเกินความสามารถของคนไทยที่จะซื้อได้ เป็นไปได้อย่างไร คอนโดมิเนียมห้องละ 10-20 ล้านบาท 
 
                          แล้วคนที่เรียนจบ เพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆ จะมีปัญญาอะไรผ่อนได้ ใครอยากได้ก็ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับยาบ้า นอกจากคอนโดมิเนียมห้องละไม่กี่ตารางเมตรแล้ว บ้านเดี่ยวก็เช่นเดียวกัน ราคาแพงเกินไป มีการตั้งราคาไว้สูงมาก ตั้งแต่ราคา 5 ล้านบาทเป็นอย่างต่ำ ถึงราคา 20 ล้านบาท หรือบางโครงการมีราคาสูงถึง 40 ล้านบาท ราคาสูงขนาดนี้คนเดินดินกินข้าวแกงหมดสิทธิ์หวัง 
 
                          สงสัยเจ้าของโครงการคิดว่าจะขายพวกค้ายาบ้าหรืออย่างไร เพราะการก่อสร้างก็ง่ายและเร็ว เพราะใช้วัสดุสำเร็จรูปมาประกอบ ถ้า สคบ.ไม่ทำงาน ไม่รักษาผลประโยชน์คนไทย ก็จะมีแต่ต่างชาติที่เงินถึง เข้ามาครอบครองบ้านพร้อมที่ดินหมด และทำให้คนไทยบางคนต้องค้ายาบ้า หวังความร่ำรวยเพื่อนำเงินมาซื้อบ้านแพงๆ ฝาก สคบ.ด้วยครับ ใส่ใจทำงานหรือไม่ ดูเหมือนไม่สนองตอบคนไทยเท่าไร 
 
 
สมพงศ์
 
 
ตอบ
 
 
                          นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ชี้แจงว่า ภาระหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) คือ มีหน้าที่รับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการกระทำของผู้ประกอบธุรกิจ ภายหลังรับเรื่องร้องทุกข์แล้วจะนำเสนอต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคพิจารณาดำเนินการ ซึ่ง สคบ.มีสายงานรับผิดชอบโดยตรง ได้แก่ กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านโฆษณา กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านฉลาก และกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านสัญญา ดังนั้นหน้าที่ของ สคบ.ต้องติดตามและสอดส่องพฤติการณ์ของผู้ประกอบธุรกิจและพิสูจน์เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรม นอกจากนี้ สคบ.ยังมีกองนิติการซึ่งรับผิดชอบด้านกฎหมายสามารถดำเนินการฟ้องร้องผู้ละเมิดสิทธิผู้บริโภค และฟ้องเรียกทรัพย์สินหรือค่าเสียหายให้แก่ผู้บริโภคที่ร้องขอได้
 
                          กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้ตั้งราคาขายบ้านเดี่ยวพร้อมที่ดินและคอนโดมิเนียมไว้สูงเกินความสามารถของผู้บริโภคนั้น ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 21 กำหนดว่า "ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการใดได้บัญญัติเรื่องใดไว้โดยเฉพาะแล้ว ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการนั้น และให้นำบทบัญญัติในหมวดนี้ไปใช้บังคับได้เท่าที่ไม่ซ้ำหรือขัดกับบทบัญญัติดังกล่าว..." ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับราคาสินค้าและบริการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 และอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ 
 
                          ดังนั้น หากผู้ร้องเรียนประสงค์ที่จะร้องเรียน สามารถร้องเรียนหน่วยงานดังกล่าวได้โดยตรงต่อไป
 
 
ลุงแจ่ม
 
 
 
สามี(ตัวดี)เลิกกันดีกว่า
 
 
                          ดิฉันมีเรื่องอยากขอคำแนะนำ คือว่า ดิฉันอยู่กินกับสามีก่อนแต่งงานประมาณ 2 ปี หลังจากนั้นเราก็แต่งงานกันตามประเพณี แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ซึ่งดิฉันเองทำงานเอกชน ส่วนสามีทำงานราชการ 
 
                          ดิฉันและสามีใช้ชีวิตสามีภรรยามานาน 15 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน ซึ่งก่อนที่ดิฉันจะมีลูกคนที่สอง เราไม่เคยมีปากเสียงกันเลย แต่พอดิฉันเริ่มตั้งท้องลูกคนที่สอง สามีก็กลายเป็นนักเที่ยวกลางคืน ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด 
 
                          จนกระทั่งดิฉันคลอดลูกแล้ว และจนลูกโตเกือบปีแล้วดิฉันคิดว่า สามีจะเปลี่ยนกลับมาเหมือนเดิมบ้าง แต่เปล่าเลยค่ะ สามีไม่สนใจเลย ปล่อยให้ดิฉันต้องรับผิดชอบลูกเพียงลำพัง เลิกงานกว่าจะกลับถึงบ้านก็เกือบเที่ยงคืน 
 
                          ล่าสุด ดิฉันหอบเอาลูกมาอยู่ที่บ้านน้องสาว เพราะทนไม่ไหว และไม่อยากทน สามีก็ตามมาจนพบ ดิฉันบอกว่าให้เลิกกัน เพราะ รับไม่ได้ ที่จะอยู่ในสภาพเช่นนี้ และดิฉันไม่ยอมกลับไป แต่สามีก็ไม่ยอม 
 
                          อยากทราบว่า ถ้าจะเลิกกับสามี ทรัพย์สินที่มี บ้านและรถเป็นชื่อของเราสองคน มีที่ดิน และเงินสดในธนาคาร จะแบ่งกันอย่างไร และลูกควรจะอยู่กับใคร ได้สิทธิอะไรบ้าง 
 
 
นัยนา 
 
 
ตอบ 
 
 
                          ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า กรณีนี้ควรเจรจากับสามีให้ดี ถ้าต้องการจะเลิกกันจริงๆ แต่ก็อยากให้คิดถึงลูกด้วย และถ้าต้องเลิกกันจริงๆ บ้านและรถที่เป็นชื่อร่วมกัน ก็ควรจะเจรจากันว่า จะจัดการแบ่งกันอย่างไร ใครจะเอาบ้าน หรือรถ หรือจะขายแล้วเอามาแบ่งกันคนละครึ่ง 
 
                          แม้ว่าจะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่ทรัพย์สินที่หามาได้ก็ต้องแบ่งกันคนละครึ่งในฐานะหุ้นส่วน ดังนั้น ก็ควรคุยกันว่า จะแบ่งอย่างไร หรือถ้าจะให้ดี ก็ให้จัดการยกทรัพย์สินที่มีให้ลูกไปเลย 
 
                          ส่วนเรื่องสิทธิของลูกนั้น ลูกของคุณมีสิทธิตามกฎหมายทุกอย่างที่จะได้รับสิทธิมรดกทรัพย์สินจากผู้เป็นพ่อตามกฎหมาย 
 
 
ลุงแจ่ม