
5สาเหตุแห่งความเสียหาย
26 พ.ค. 2557
5สาเหตุแห่งความเสียหาย : คอลัมน์ ลุงแจ่มเตือนภัย
รศ.ดร.อมร พิมานมาศ รองเลขาธิการสภาวิศวกร และอาจารย์ประจำสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะนักวิจัยโครงการ “ศึกษาวิธีการออกแบบและเสริมกำลังอาคารในประเทศเพื่อต้านทานแผ่นดินไหว” จากการลงพื้นที่ที่ จ.เชียงราย เพื่อสำรวจอาคารที่เสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว และได้ประมวลข้อมูลเพื่อหาสาเหตุของความเสียหายนั้น ผลการวิเคราะห์ข้อมูลในเบื้องต้นมีหลายสาเหตุที่ทำให้อาคารได้รับความเสียหาย โดยสามารถจำแนกออกได้เป็น 5 สาเหตุหลักดังนี้
1.การก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานทางวิศวกรรม
เสามีขนาดที่เล็กเกินไปไม่สมดุลกับขนาดของคาน อาทิ เสาขนาดเพียง 15-20 ซม. ซึ่งเล็กเกินไปไม่เหมาะสมที่จะต้านแผ่นดินไหว นอกจากนี้การเสริมเหล็กในเสาไม่ได้มาตรฐาน
2.ชั้นอ่อนของอาคาร
เกิดขึ้นกับบ้านที่ก่อสร้างเป็น 2 ชั้น แต่เมื่อเกิดแผ่นดินไหว เสาชั้นล่างถูกทำลายอย่างยับเยิน ทำให้ชั้นบนของบ้านพังลงมากองอยู่ที่พื้นดินแทน มักเกิดขึ้นกับบ้านที่ชั้นล่างเปิดโล่งเป็นใต้ถุนบ้าน ซึ่งทำให้เสาชั้นล่างอ่อนแอ และกลายเป็นจุดอ่อนของอาคาร
3.การวิบัติของเสาสั้นหรือเสาตอม่อ
เสาตอม่อซึ่งเป็นเสาที่อยู่ใต้พื้นชั้นล่างของบ้าน เป็นเสาสั้นๆ ที่มีความสูงประมาณ 50-100 ซม. แต่เป็นเสาที่มีความสำคัญมาก เนื่องจากต้องรับน้ำหนักของเสาที่อยู่ชั้นบน เสาตอม่อได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก สาเหตุจากแรงแผ่นดินไหวทำให้เสาตอม่อเฉือนขาดหรือปูนแตกระเบิดที่ปลายบนและล่าง ทำให้เสาชั้นบนทรุดลงตามมาและเกิดการวิบัติในที่สุด
4.ระยะห่างของเหล็กปลอกมากเกินไป
หัวใจสำคัญของโครงสร้างอาคารต้านแผ่นดินไหวอยู่ที่เหล็กปลอก หรือเหล็กที่พันเป็นปล้องๆ รอบเหล็กแกนของเสา เมื่อเกิดแผ่นดินไหว คอนกรีตในเสาจะแตกระเบิดและหลุดแยกออกจากกันเป็นชิ้นๆ เหล็กปลอกจะช่วยยึดคอนกรีตไว้ไม่ให้หลุดออกจากกัน และช่วยประคองเหล็กแกนไม่ให้คดงอเสียรูปอีกด้วย
5.การยึดระหว่างชิ้นส่วนต่างๆไม่เพียงพอ
การหลุดแยกออกจากกันระหว่างชิ้นส่วนต่างๆ เช่น คานหลุดแยกจากเสา พื้นหลุดแยกจากคาน เป็นต้น สาเหตุเกิดจากการใส่เหล็กยึดระหว่างชิ้นส่วนต่างๆ ไม่เพียงพอหรือมีระยะฝังเหล็กที่น้อยเกินไป หรือไม่ได้ทำงอฉาก 90 องศาที่ปลายเหล็กเพื่อยึดโครงสร้างเข้าด้วยกัน
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
.......................................
(หมายเหตุ 5สาเหตุแห่งความเสียหาย : คอลัมน์ ลุงแจ่มเตือนภัย )



