
'เด็กคือปัจจุบันของชาติ'ปธ.เครือข่ายยุวทัศน์กรุงเทพ
เด็กคือปัจจุบันของชาติ 'พชรพรรษ์ ประจวบลาภ' ปธ.เครือข่ายยุวทัศน์ กรุงเทพ : ผกามาศ ใจฉลาด รายงาน
“เมื่อก่อนผมเป็นเด็กเรียน ไม่สนใจกิจกรรม ปี 2551 พอดีไปเจอผู้ใหญ่ท่านหนึ่งพูดขึ้นมาว่า สังคมให้เรามาทุกอย่าง ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว การเดินทาง เราเป็นคนหนึ่งในสังคม เราเคยให้อะไรตอบแทนสังคมหรือยัง ซึ่งผมคิดว่า ก็จริง เราเกิดในประเทศไทย ประเทศให้เราทุกอย่าง ทำไมเราไม่ทำอะไรให้สังคมบ้าง”
กลายเป็นจุดพลิกความคิดให้เด็ก ม.1 อายุเพียง 13 ปี อย่าง "อัพ" พชรพรรษ์ ประจวบลาภ ลุกขึ้นมาทำกิจกรรมอะไรเพื่อสังคม กิจกรรมแรกเป็นค่ายนักสื่อกับกลุ่มยุวทัศน์ ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นครศรีธรรมราช 1 อาทิตย์ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำสื่อ ตัดต่อข่าว เขียนข่าว เกิดเป็นความชอบขึ้นมา เพราะการเขียนข่าวเป็นการสื่อสารสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่คนดู รู้สึกมีความสุข
ช่วงเข้าค่ายการผลิตสื่ออยู่ ช่วงปี 2551 นั้น เกิดมหาอุทกภัยจนเกิดเหตุดินโคลนถล่มใส่บ้านชาวบ้านใน อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ได้ลงไปช่วยเหลือเขา ได้เห็นการทำงานของเครือข่ายยุวทัศน์ รู้สึกว่าน่าสนใจ เป็นเด็กอยู่แต่ทำงานเหมือนผู้ใหญ่ มีการประสานงาน ช่วยเหลือ เข้าชุมชนไปถามชาวบ้านว่าต้องการอะไร ได้เรียนรู้ว่าเป็นกิจกรรมที่ดี เพียงแต่รู้จักเอาเวลาว่างมาทำประโยชน์เพื่อสังคม
พอมาเรียนที่วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ สาขาคอมพิวเตอร์กราฟฟิกดีไซน์ พร้อมกับเข้าเครือข่ายยุวทัศน์ กรุงเทพมหานครไปด้วยทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยผลิตรายการโทรทัศน์ เด็กเต็มบาตร ออกอากาศทุกวันเสาร์ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์โลกพระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติฯ ของกระทรวงวัฒนธรรม เป็นเวลา 1 ปี เป็นช่องเคเบิลเล็กๆ แต่มียอดผู้ชมเป็นจำนวนมาก เห็นได้ชัดจากการที่นำเนื้อหารายงานเด็กเต็มบาตรแต่ละสัปดาห์ไปลงรีรันในยูทูบมีผู้ชม 3-4 แสนคน มากที่สุดของสถานีและมีผู้ชมเขียนจดหมายเข้ามาบอกว่า อยากให้ทำสื่อดีๆ แบบนี้อีก เป็นโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน พ่อแม่ที่กำลังเลี้ยงดูลูก เป็นกำลังใจทำต่อไป ล่าสุดจึงเกิดการผลิตสื่อโครงการ “KIDS DEE” ขึ้น
“โปรเจกท์ KIDS DEE จุลสารเริ่มต้นจากที่ว่าได้อ่านข่าวเจอว่าเด็กไทยอ่านหนังสือน้อยที่สุดในโลก 8 บรรทัดต่อปี ก็มานั่งวิเคราะห์ว่าทำไม จากการสำรวจผลสรุปก็คือ ผู้ใหญ่เอาหนังสือวิชาการไปให้เด็กอ่าน ซึ่งแน่นอนเด็กไม่อ่านอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นหนังสือการ์ตูนสิ รับรองเด็กไทยอ่าน 80 เล่นต่อปีแน่นอน จึงอยากทำจุลสารให้เด็กไทยอ่านรวบรวมบันเทิง สาระวิชาการเข้าด้วยกัน
โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงวัฒนธรรม เป็นเล่มบางๆ เล็กๆ แค่ 8 หน้า เด็กน่าจะรู้สึกว่าอยากอ่านแน่”
สำหรับจุลสาร KIDS DEE ฉบับปฐมฤกษ์ จัดทำขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา มีเนื้อหาเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์และวันมาฆบูชา ซึ่งปีนี้เป็นวันเดียวกัน ได้นำเสนอนำดารานักแสดงนำเรื่องฮอร์โมนวัยว้าวุ่นมาขึ้นปก ภายในเล่มมีประเด็นเรื่องของความรัก เด็กเมื่ออ่านไปเรื่อยๆ จะได้ซึมซับเรื่องวันมาฆบูชา เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อทำเสร็จแจกไปตามสถานศึกษาจังหวัดต่างๆ จังหวัดละ 500 เล่ม กรุงเทพมหานครได้ทำหนังสือแจ้งมาอยากได้หนังสือมาไว้ในห้องสมุดกรุงเทพมหานคร 50 โรงเรียน และยังได้นำเนื้อหาจุลสาร KIDS DEE ไปอัพโหลดผ่านเว็บไซต์ฟรี
www.ynetbangkok.or.th เพียงแค่ 7 วันมียอดดาวน์โหลดกว่า 3,000 ครั้ง เห็นชัดเจนว่า ถ้าเอาวิชาการผสมกับบันเทิงเด็กอ่านแน่นอน และยังถือเป็นหนังสือเล่มแรกที่ไม่มีโฆษณาเลยและยังแจกฟรี
ต่อมายังได้รับการสนับสนุนจากโรงพิมพ์ของสถาบันวิศวกรรม มหาวิทยาลัยสยาม วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดลด้วย
“สิ่งที่ทำทั้งหมดทำให้รู้สึกว่าไม่ได้อยู่คนเดียวในสังคม ต้องช่วยเหลือกันและกัน รู้จักการให้ ไม่ได้หวังจะไปกู้โลก อย่างน้อยทำให้เด็กและเยาวชนมีที่ยืน มีพื้นที่แสดงออกสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ หลายคนชอบพูดว่าเด็กเป็นอนาคตของชาติ แต่ผมมองว่าเด็กเป็นปัจจุบันของชาติมากกว่า ถ้าเปิดให้เด็กได้กิจกรรมที่สร้างสรรค์วันนี้ สังคมก็จะได้ผลผลิตที่ดีมีศักยภาพ มีคุณภาพทำงานรับใช้ประชาชน สังคมในอนาคตสังคมไทยในอนาคตได้” ประธานเครือข่ายยุวทัศน์ กรุงเทพมหานครกล่าว



