ไลฟ์สไตล์

ยูเออีฝันไกลจะให้ดูไบเป็นนิวยอร์ก

ยูเออีฝันไกลจะให้ดูไบเป็นนิวยอร์ก

25 พ.ค. 2557

ชวนเที่ยว : ยูเออีฝันไกลจะให้ดูไบเป็นนิวยอร์ก - อาบูดาบีเป็นชิคาโกในทะเลทราย : เรื่อง / ภาพ...ภาณุมาศ ทักษณา

 
                         หากไม่มีโอกาสไปเยือนถึง 2 ครั้งและมีโอกาสเที่ยวไปใน 4 รัฐ ผมจะไม่เชื่อเลยว่า เพียง 43 ปีที่ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร และมีสัญญาสงบศึกในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ระหว่างอังกฤษกับเชคอาหรับบางพระองค์ รัฐทั้ง 7 ซึ่งมีพื้นที่อยู่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทรายในคาบสมุทรอาหรับ จะสร้างเนื้อสร้างตัวจนเจริญเกือบจะเท่าเทียมประเทศมหาอำนาจได้ขนาดนี้ 
 
                         ไม่เพียงเท่านั้น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ United Arab Emirates (U.A.E) ยังแบ่งพื้นที่ของแต่ละรัฐเพื่อประโยชน์ใช้สอยและพัฒนาประเทศอย่างเหมาะสมอีกด้วย โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างรัฐดูไบให้เป็นนิวยอร์ก สร้างรัฐอาบูดาบี ที่เป็นเมืองหลวงให้เป็นชิคาโกในตะวันออกกลาง สร้างรัฐซาร์จาห์ให้เป็นเมืองผลิตน้ำมันและปิโตรเคมี ขณะที่เตรียมปลูกหญ้าคลุมภูเขาในเมือง Al Aian รัฐอาบูดาบี ที่เคยได้ชื่อว่าเป็น Garden of Arabien ให้กลับมาอีกด้วย
 
                         ก่อนจะเป็นสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  
 
                         ยูเออีเกิดจากการรวมตัวของ 7 รัฐ ที่มีชนพื้นเมืองที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ริมอ่าวเปอร์เซีย 6 รัฐ ประกอบด้วย อาบูดาบี, อัจมาน, ดูไบ, ชาร์จาห์, ราสอัลไคมาห์, อุมม์อัลไกไวน์ และอีก 1 รัฐคือ ฟูไจราห์ อยู่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุช ปากอ่าวโอมาน
 
                         ทั้งนี้เจ้านครรัฐทั้ง 7 ได้ตกลงตั้งเป็นประเทศใหม่ในปี 2514 โดยที่แต่ละรัฐยังมีระบบการปกครองท้องถิ่นเป็นของตนเอง แล้วตั้งสภาสูงสุดขึ้น เพื่อกำหนดนโยบายและทิศทางในการบริหารประเทศ โดยมีเจ้านครรัฐเป็นสมาชิก จากนั้นสภาสูงสุดก็เลือก เชคคอลิฟะห์ บิน ไซอิด อัลนะห์ยัน (H.H.Sheikh Khalifa bin Zayed Al-Nahyan) เจ้าผู้ครองนครอาบูดาบีเป็นประธานาธิบดี แล้วประธานาธิบดี ก็แต่งตั้งเชคโมฮัมเมด บิน ราชิด อัล มัคทูม (H.H. Sheikh Mohammed bin Rashid Al Maktoum) เจ้าผู้ครองรัฐดูไบ เป็นรองประธานาธิบดี และนายกรัฐมนตรี พร้อมรัฐมนตรีอีก 21 คนขึ้นเป็นผู้บริหารประเทศตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
 
                         นอกจากสภาสูงสุดแล้ว ยูเออียังมีสภาแห่งชาติของสหพันธ์รัฐ (Federation National Council - FNC) มีสมาชิก 40 คนในจำนวนนี้กำหนดให้มีสตรี 9 คน โดย 20 คนแรกมาจากการแต่งตั้งของเจ้าผู้ครองรัฐต่างๆ ส่วนอีก 20 คนมาจากการเลือกตั้ง สมาชิกทั้ง 40 คนมีวาระทำงานเพียง 2 ปีเพื่อทำหน้าที่คล้ายสภาที่ปรึกษาและกลั่นกรองกฎหมายเพื่อเสนอให้สภาสูงสุดพิจารณา
 
                         แผนพัฒนาประเทศของมหาเศรษฐีใหม่ในตะวันออกกลาง
 
                         หลังจากตั้งประเทศที่มีเสถียรภาพทางการเมืองที่มั่นคงและเป็นประเทศที่มีแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่สามารถส่งขายเป็นรายได้หลักตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ยูเออีจึงสามารถพัฒนาประเทศไปตามแผนที่วางไว้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยว่าจ้างชาวต่างชาติให้เข้าไปช่วยสร้างเมืองให้จนทุกวันนี้ในยูเออีมีชาวต่างชาติถึง 80% และมีชาวพื้นเมืองเพียง 20% เท่านั้น
 
                         ผมทราบจากกัลยาณมิตรและคนไทยที่ไปทำงานอยู่ในนครดูไบว่า เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ดูไบยังแห้งแล้งมาก นานๆ ฝนจะตกสักครั้ง และทุกครั้งที่ฝนตกพวกเขาจะออกมาดูฝนตกเหมือนคนไทยตื่นแม่คะนิ้งอย่างไรอย่างนั้น เพิ่งจะปีสองปีมานี้เท่านั้นที่ฝนตกบ่อยเพราะเขาปลูกต้นไม้ในเมืองจนเกิดความชื้นมากขึ้น
 
                         แต่แล้วรัฐบาลของยูเออีก็ค่อยๆ พัฒนารัฐแต่ละแห่งตามความเหมาะสมทางด้านภูมิศาสตร์ แต่เนื่องจากแต่ละรัฐมีรัฐบาลเป็นของตัวเอง แต่ละรัฐจึงเหมือนกับแข่งกันพัฒนาไปตามทิศทางที่ผู้บริหารต้องการ และที่ดูเหมือนว่าจะแข่งกันยิ่งใหญ่ด้วยตึกระฟ้าก็เห็นจะมีเพียง 2 รัฐ คือ นครอาบูดาบี ที่เป็นเมืองหลวงอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ ที่มีภูมิประเทศส่วนหนึ่งเป็นเวิ้งอ่าวที่งดงามและกว้างใหญ่จึงเตรียมที่จะถูกสร้างให้เป็นชิคาโก ส่วนดูไบซึ่งอยู่ตอนกลางของประเทศที่เคยเป็นเมืองท่าของดินแดนแห่งนี้ ก็กำหนดให้ตัวเองเป็นนิวยอร์กของตะวันออกกลาง และที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือ ยูเออีกำหนดให้รัฐฟูไจราห์ เป็นเมืองที่รับกลั่นน้ำมัน และผลิตปิโตรเคมีได้อย่างเหมาะเจาะเพราะอยู่ใกล้ช่องแคบและปากอ่าว
 
                         เมื่อเอ่ยถึงยูเออีหลายท่านพากันนึกถึง ดูไบ เมืองที่ถูกประโคมข่าวว่าเมื่อไม่กี่ปีมานี้ว่ามีการถมทะเลเพื่อสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ในนาม The Palm และมีโรงแรมรูปเรือใบ หรือเบิร์จอาหรับ เป็นสัญลักษณ์ ทั้งๆ ที่จะว่าไปแล้วนั่นคือสิ่งที่ถูกสรรค์สร้างขึ้นมาใหม่ทั้งสิ้น ส่วนแหล่งที่อยู่และการค้าดั่งเดิมของดูไบนั้นอยู่สองฟากฝั่งของ The Creek รอยแตกของผืนดินที่มีน้ำทะเลไหลเข้าไปในสมัยโบราณ แล้วถูกขุดใหญ่ลึกและกว้างใหญ่จนดูคล้ายดูไบมีแม่น้ำผ่ากลางเมืองในความเข้าใจของใครหลาย ๆ คน (รวมทั้งผมที่ไปเห็นครั้งแรกด้วย)
 
                         สองฟากฝั่ง The Creek ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนดั่งเดิม มีทั้งตลาดเก่า ตลาดปลาจากทะเลสดๆ ตลาดทอง ตลาดเครื่องเทศในอดีตนั้น บัดนี้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่หนาตาไปด้วยชาวต่างชาติที่อาศัยเรือข้ามฟากไปมาอยู่ตลอดเวลา คล้ายกับการข้ามฟากจากท่าพระจันทร์ไปท่าศิริราชนั่นแหละ
 
                         นอกจากเหนือจากที่นี่แล้ว ในดูไบยังมีแหล่งจูงใจนักท่องเที่ยวให้ไปเยือนคือ ปาร์ตี้กลางทะเลทรายในยามราตรี ซึ่งที่ก่อนไปถึงจะต้องนั่งรถขับเคลื่อน 4 ล้อลุยเนินทรายแล้วลงไปขี่อูฐกันคนละหนึ่งรอบ แล้วรุ่งขึ้นจึงไปดูพิพิธภัณฑ์ที่ยังไม่มีของเก่าเก็บมากนัก และที่ไม่ควรพลาดคือการขึ้นไปชมดูไบในมุมสูงบนชั้นที่ 124 ของตึกเบิร์จดูไบ ที่จะทำให้เราเห็นตึกระฟ้าที่เบียดเสียดกันแน่นสมกับที่กำลังจะสร้างให้ดูไบให้เป็นนิวยอร์กจริงๆ หรือหากเป็นนักการศึกษาก็น่าจะแวะไปดูเมืองมหาวิทยาลัยของเขานะครับ ว่าทั้งเมืองเขามีแต่มหาวิทยาลัยชื่อดังจากทั่วโลกมาอยู่รวมกันอย่างไร
 
                         นอกจากดูไบแล้ว ผมมีโอกาสไปเยือน อาบูดาบี ที่อยู่ห่างดูไบลงไปทางใต้ราว 180 กิโลเมตร ระหว่างทางได้เห็นการเอาจริงเอาจังในการปลูกป่าของรัฐบาลยูเออีไปตลอดทาง จนไม่แปลกใจเลยที่จะมีฝนตกในดูไบจนน้ำขังตามริมทางได้ และก่อนที่จะถึงอาบูดาบีเราจะเห็นสิ่งปลูกสร้างที่ทั้ง 2 รัฐต่างก็สร้างเข้าหากัน เหมือนจะสร้างความเจริญไปบรรจบกันอย่างไรอย่างนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่หรอกครับ เป็นเพราะในปี 2020 ดูไบได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงานเวิล์ด เอ็กซ์โปต่างหาก เขาจึงเร่งสร้างทั้งสนามบินแห่งใหม่ที่ใหญ่ขึ้น และห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวขึ้นในบริเวณนั้น
 
                         ที่นั่นเราได้แวะไปที่โรงแรม Emirates Palace ซึ่ง Sheikh Zayed กษัตริย์องค์แรกของยูเออีสร้างให้รัชทายาท แต่ถูกปฏิเสธจึงเปิดเป็นโรงแรมที่มีจุดขายคือ ตู้เอทีเอ็มสำหรับซื้อทองคำ และขนมเค้กหน้าทองคำเปลวที่แสนอร่อย
 
                         นอกจากที่นี่แล้ว ผมมีโอกาสผ่านไปที่ รัฐฟูไจราห์ ที่กำลังเร่งสร้างคลังเก็บน้ำมันและปิโตรเคมีขนาดใหญ่ตลอดแนวริมทะเล และมีโอกาสไปดูภูเขาที่เมือง Al Aian ที่กำลังเขียวไปด้วยหญ้าอย่างน่าชื่นตาชื่นใจอีกด้วย
 
                         หากคุณๆ มีโอกาสไปเยือนยูเออีแล้วมีเวลาไปที่เมือง AL Aian ฝากดูต้นหญ้าที่เริ่มปลูกแทนผมด้วยนะครับว่า ตอนคุณไปเห็นนั้น มันขึ้นคลุมภูเขาทั้งลูกแล้วหรือยัง เพราะผมไม่แน่ใจว่าจะได้ไปดูไบเป็นครั้งที่สามหรือเปล่านะซิครับ !
 
 
 
 
-------------------------------
 
(ชวนเที่ยว : ยูเออีฝันไกลจะให้ดูไบเป็นนิวยอร์ก - อาบูดาบีเป็นชิคาโกในทะเลทราย : เรื่อง / ภาพ...ภาณุมาศ ทักษณา)