
ปูจ๋า ขอไข่ก่อน - ธนาคารปูม้าอ่าวบางสะพาน
25 พ.ค. 2557
ถิ่นไทยงาม : ปูจ๋า ขอไข่ก่อน - ธนาคารปูม้าอ่าวบางสะพาน
อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พื้นที่ติดชายทะเล และได้ชื่อเป็นแหล่งอาหารทะเลขนาดใหญ่ ที่ส่งกระจายไปยังหัวหิน และพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง หนึ่งในสินค้าขายดีก็คือ ปูม้า ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสดใหม่ เป็นที่ติดอกติดใจของผู้บริโภค
ที่ผ่านมา ชาวประมงบางสะพานก็พยายามจะดูแลอนุรักษ์พื้นที่ทำกินของตัวเองให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน แม้กระทั่ง การทำซั้งกอ ที่ทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเล โดยอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่น ใช้วัสดุที่หาได้ในชุมชน เช่น ไม้ไผ่ ทางมะพร้าว ซึ่งมีมากในจ.ประจวบคีรีขันธ์ มาประกอบอุปกรณ์เป็นตัวซั้ง แล้วนำไปวางในทะเล เป็นแหล่งหลบภัย เลี้ยงตัวในวัยอ่อนของสัตว์น้ำ
แต่นั่นยังไม่พอ หากการบริโภคยังดำเนินต่อเนื่อง การหาวิธีการอนุรักษ์ก็ต้องดำเนินการควบคู่ไป จึงเกิดเป็นธนาคารปูม้า อันเป็นการร่วมแรงร่วมใจกันของชาวบางสะพาน ที่นำแม่ปูที่มีไข่นอกกระดอง มาเพาะเลี้ยง จนได้ลูกปู แล้วปล่อยกลับคืนสู่ทะเล เพื่อเพิ่มปริมาณปูม้าในธรรมชาติต่อไป
ตั้งต้นกันที่หมู่บ้าน 8 บ้านหนองเสม็ด ทั้งผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงแกนนำทั้งหลายร่วมเป็นหัวหอกในการขับเคลื่อน หลังจากหารือกับเจ้าหน้าที่กรมประมง ก็ตั้งเป็นกลุ่มประมงบ้านหนองเสม็ด ซึ่งมีทุนตั้งต้นให้ 1.2 แสนบาท เริ่มแรกมีคณะกรรมการ 7 คน จนปัจจุบันมีเงินเก็บของกลุ่มอยู่ 4 แสนกว่าบาท ซึ่งก็จะมีปันผลให้สมาชิก รวมถึงปล่อยให้กู้โดยไม่คิดดอกเบี้ย จนมาปี 2548 ถึงได้เริ่ม "ธนาคารปูม้า" เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ปูให้อยู่คู่ทะเลบางสะพานตลอดไป
เริ่มแรกทำเป็นกระชังในทะเล แต่ด้วยความที่ทะเลแถบบ้านหนองเสม็ด เป็นทะเลเปิด คลื่นลมมาแทบทุกทิศ บางครั้งเช้ามากระชังก็โดนพัดเสียหายแล้ว หรือบางทีพอเอาแม่ปูมาปล่อย แม่ปูเขี่ยไข่ ก็จะโดนปลาข้างลายที่มีอยู่มาก มากินลูกปู ทำให้ไม่ค่อยได้ผล ศึกษาจากหลายๆ ที่ จนกลายมาเป็นการเพาะพันธุ์ลูกปู ในถังเพาะ บนฝั่งแทน พอแม่ปูเขี่ยไข่แล้ว จึงค่อยปล่อยลงทะเล
สมัยแรกๆ ก็ขอซื้อแม่พันธุ์จากชาวประมง ซื้ออยู่ถึง 1 ปี เพาะพันธุ์แล้วปล่อยไปตลอดปี แล้วก็ลองหยุดซื้อหยุดปล่อยไป 1 ปี พอวิจัยดูทั้งนักวิจัยประมง และชาวบ้านเองก็เห็นผลว่าจำนวนปูลดลง จนชาวประมงที่ได้แม่ปูก็จะเอามาบริจาคแทนโดยไม่ต้องซื้อกันอีกต่อไป
ทุกวันนี้ กลายเป็นความร่วมมือกันของชาวประมง ที่พอได้ปูที่มีไข่นอกกระดอง ก็จะนำมาให้ที่ธนาคาร ซึ่งเคยต้องดูแลมากถึง 2,000 กว่าแม่ทีเดียว โดยคนดูแลก็จะคอยให้น้ำ ให้ออกซิเจน ในถังเพาะที่แยกไว้ พอแม่ปูเขี่ยไข่ ก็จะปล่อยลงสู่ทะเลด้านใน โดยทำเป็นท่อลงไปในน้ำ ที่มีตาข่ายขึงล้อมรอบไว้อีกที ปล่อยให้ลูกปูเติบโตขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งตรวจสอบได้จากการเดินดูจะเห็นลูกปูขึ้นมาริมตลิ่งก็มี
ช่วงกลางคืนก็จะคอยดูแล หากชาวบ้านจะจับไปกินก็ไม่เป็นไร แต่ห้ามจับไปขาย ไม่เช่นนั้นก็จะต้องดำเนินการทางกฎหมาย ด้วยความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองช่วยกันสอดส่องต่อไป
คนทำงานนี้ เหมือนเจ้าหน้าที่ผดุงครรภ์ที่ต้องคอยดูแลแม่ๆ ที่จะคลอดลูกทั้งหลาย จนบางครั้งไม่มีเวลากินข้าวก็เคย ขณะที่ผลตอบแทนมีเพียงรายได้จากการขายแม่ปูที่เขี่ยไข่ไปแล้ว แต่สิ่งที่ได้มากกว่านั้น คือความยั่งยืนของแหล่งอาหารที่เป็นปากท้องของพวกเขาตลอดไป



