ไลฟ์สไตล์

การอ่านเพิ่มคุณค่าชีวิตเพิ่มพลังความสุขครอบครัว

การอ่านเพิ่มคุณค่าชีวิตเพิ่มพลังความสุขครอบครัว

21 พ.ค. 2557

การอ่านเพิ่มคุณค่าชีวิต เพิ่มพลังความสุขครอบครัว

             "การอ่านก่อให้เกิดการเรียนรู้โลกยุคใหม่อย่างเท่าทัน แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่านได้เน้นปูพรมส่งเสริมเรื่องนี้แก่เด็กน้อยตั้งแต่ช่วงวัย 0-9 ขวบ ให้ได้มากที่สุด อันเป็นรากฐานชีวิตที่สำคัญต่อไปในอนาคต มีงานวิจัยต่างๆ ชี้ชัดว่า เด็กช่วงวัยนี้สมองเติบโตมากที่สุด หากละเลยช่วงนี้ไปพัฒนาการทางสมองจะค่อยๆ ลดลง และความสามารถด้านใดที่ไม่เคยถูกบ่มเพาะ เลยวัยนี้สมองก็จะลิดรอนความสามารถด้านนี้ไป" สุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรม  สสส. กล่าว

             แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่านได้เปิดกิจกรรมเพื่อให้ทุกครอบครัวเรียนรู้และสัมผัสกับสิ่งรอบตัวจริง โดยมีหนังสือเป็นสื่อมอบความรู้ให้ครอบครัว กระตุ้นให้เกิดจินตนาการกว้างไกล ในงานอภิวัฒน์การอ่าน จุดเปลี่ยนประเทศไทย ขยายองค์ความรู้สู่ผู้คนเข้าใจและเข้าถึงแนวทางการสั่งสมคุณภาพเด็กไทยด้วยการอ่าน สามารถสร้างสุขแก่ครอบครัวและสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการอ่านไปสู่ครอบครัวที่มีบุตรหลานที่อยู่ในภาวะออทิสติกด้วย เป็นการสื่อสารที่ดีร่วมกันของบุคคลภายในครอบครัว

             นฏชมน นิลอ่อน หรือที่รู้จักกันดีในนามคุณแม่สาว ซึ่งประสบปัญหาเกิดกับลูกคนเล็ก (น้องพลาย) ช่วง 2 ขวบ 8 เดือน ซึ่งแสดงอาการต่างๆ ออกมาให้เห็นอย่าง การไม่สบตา เล่นคนเดียว กระตุ้นตัวเองสะบัดมือ เขย่งเท้า ไม่พูด ได้แต่ส่งเสียงกรี๊ด เวลาไม่ได้ดังใจ หรือจะเอาอะไรจะไม่บอก และเวลาออกข้างนอกก็จะเดินไม่หยุด ไม่ฟังใคร กลัวสิ่งที่ไม่ควรจะกลัว ทำอะไรเองไม่ได้ เปิดอกเล่าเพื่อเป็นกำลังใจสู่ครอบครัวอื่นว่า ยอมรับเคยจมความทุกข์ราว 3 เดือนช่วงแรกที่ทราบ เกิดปัญหาการทะเลาะและการไม่เข้าใจของสามี เพราะรับไม่ได้ ต้องใช้ความอดทน ปรับความคิดใหม่ให้เป็นบวกและยอมรับสิ่งที่เกิด ตั้งหลักอีกครั้งเพื่อหันหน้าเลี้ยงเขาด้วยความเข้าใจ และใจเย็น ปรึกษาร่วมกัน สุดท้ายเขาสามารถปรับตัวยอมรับ ทุกวันนี้กลายเป็นผู้ช่วยในการเลี้ยงลูกเป็นอย่างดี ทำให้ครอบครัวกลับมามีความสุขอีกครั้ง

             ความรักความอบอุ่นเกิดกับน้องพลายที่มีพัฒนาการดีขึ้นมาก เห็นผลทั้ง 3 ด้าน คือ  1.ทางร่างกายใช้การออกกำลังกายแก้ปัญหากล้ามเนื้อข้อต่อหลวม แขนขาไม่แข็งแรง 2. อารมณ์ และสังคมฝึกทุกอย่างตามสถานการณ์จริงจากการเข้าร่วมกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นบ่อยครั้ง และ 3.ด้านการสื่อสาร การพูด การเรียนรู้ โดยใช้หนังสือเป็นสื่อสำคัญ เป็นหัวใจที่ทำให้เป็นคนรักการอ่านไปโดยปริยาย อ่านออกเขียนได้ ทั้งที่ยังไม่เข้าเรียน ตลอดจนยังช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางด้านทักษะสิ่งแวดล้อมรอบด้าน เช่น ฝึกการอ่านป้ายห้ามต่างๆ เพื่อไม่ทำในสิ่งที่ห้ามโดยเราไม่ต้องคอยเตือนได้อีกด้วย

             “ลูกกลายเป็นพลังวิเศษ ซึ่งทำให้ครอบครัวคิดแบ่งปันวิธีฝึกแก่เด็กกลุ่มนี้ไปยังครอบครัวอื่น ตั้งเฟซบุ๊กในนาม แม่สาว น้องพลาย ขึ้น เพื่อส่งต่อวิธีที่เราใช้กับลูก ตั้งกลุ่มกับแม่ๆ ที่มีแนวทางเดียวกัน แบ่งปัน ชื่อกลุ่ม ศักยภาพพลังบวกออทิสติก และสร้างเพจนิทานสร้างได้ขึ้น บอกต่อกิจกรรมการใช้นิทานกับเด็กๆ กลุ่มพิเศษ ตามกำลัง และเวลาที่มี โดยต้องยึดการดูแลลูกเป็นหลักก่อน  โครงการนิทานสร้างได้ เกิดเป็นรูปธรรม คือ การส่งความสุขและพัฒนาการแก่เด็กๆ ทั้งในโรงเรียน และศูนย์บริการต่างๆ ที่มีเด็กกลุ่นนี้เรียนร่วม ผ่านคุณครูและผู้ปกครองได้นำหนังสือไปใช้ฟื้นฟูและยกระดับน้องๆ ลดปัญหาสังคม ได้รับการสนับสนุนจากแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส., สำนักพิมพ์ประภาคาร มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก ได้ร่วมจัดกิจกรรมมอบหนังสือ และอุปกรณ์ส่งเสริมพัฒนาการแก่เด็กๆ บ้างแล้ว ล่าสุดแม่ยังเขียนโครงการของบประมาณผ่านไปยังชมรมของสถาบันราชานุกูล ซึ่งมาทำกิจกรรมนี้ด้วย” แม่สาวเติมเต็มให้ฟัง

             อยากฝากสังคมได้โปรดเข้าใจเด็กกลุ่มนี้มากขึ้น เพื่อจะได้มีที่ยืนและแสดงศักยภาพในสังคม ตลอดจนครอบครัวต้องไม่ท้อ อย่ากลัว อย่ากังวล เปิดใจให้กว้าง ทุ่มเท เสียสละตนเองดูแลลูกด้วยหนังสือ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสร้างพัฒนาได้เป็นอย่างดี การมีกิจกรรมนิทานวิเศษ เพื่อเด็กพิเศษ ไปทั่วประเทศจะเติมคุณค่าชีวิตเด็กเหล่านี้ให้ดีขึ้นได้
.......................................

(หมายเหตุ : การอ่านเพิ่มคุณค่าชีวิต เพิ่มพลังความสุขครอบครัว)