
ซอฟต์แวร์บัญชีของดี'ไม่ถึงร้อย'
เหมือนฝันสำหรับนักธุรกิจทุนน้อย ที่กำลังมองหาซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ราคาถูก มาช่วยบริหารจัดการคลังสินค้า คำนวณบัญชีรายรับรายจ่าย แทนที่จะจ้างพนักงานบัญชีมานั่งกุมขมับจิ้มเครื่องคิดเลข ปิดบัญชีรายจ่ายปลายเดือน แถมคำนวณภาษีรายปี สุดจะเวียนหัว
ปัญหานั้นจะหมดไปเมื่อสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) ประกาศจับมือกับบริษัท ซีเนียร์ คอม จำกัด ผู้พัฒนาโปรแกรมสัญชาติไทยเพื่อธุรกิจ (ซอฟต์แวร์เฮ้าส์) กระหน่ำราคาซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ เปิดตัวจำหน่ายโปรแกรมระบบการเงินการบัญชี และโปรแกรมบริหารงานบุคคลและเงินเดือน แถมคู่มือพร้อมใช้ในราคาเพียง 90 บาท ใช้งานได้นาน 1 ปี 6 เดือน
นายสมเกียรติ อึงอารี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเนียร์ คอม จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทตัดสินใจคิกออฟ 2 โปรแกรมแชร์แวร์เพื่อธุรกิจราคาถูก เพื่อส่งเสริมการขายให้แก่ธุรกิจเอสเอ็มอี หรือบริษัทห้างร้านทั่วไป ที่ต้องการระบบจัดการด้านการเงินที่มีประสิทธิภาพในราคาประหยัด
โครงการนวัตกรรมแชร์แวร์เพื่อการศึกษาสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี เป็นความร่วมมือกันระหว่าง สนช. กับบริษัท ที่มองว่าซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ที่ราคาถูก จะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพได้มากขึ้น โดยที่ผ่านมามีการสำรวจพบเอสเอ็มอีกว่า 5 แสนรายของไทยเข้าถึงซอฟต์แวร์เพียง 20% เนื่องจากซอฟต์แวร์ลักษณะเดียวกัน หรือเอพีเอส ที่มีลิขสิทธิ์และต้องนำเข้าจากต่างประเทศมีราคาสูงถึงหลักสิบล้าน
"ธุรกิจที่มีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไป ไม่เว้นแม้แต่ร้านโชห่วย ที่จำเป็นต้องปิดงบดุล งบกำไรขาดทุน จัดการเงินเดือน ภาษี สามารถใช้โปรแกรมนี้เพื่อช่วยในการคำนวณได้ โปรแกรมนี้ออกแบบโดยใช้องค์ความรู้พื้นฐานด้านบัญชี ใช้งานง่าย เพียงคลิกเดียว" นายสมเกียรติ กล่าว
ซอฟต์แวร์ทั้ง 2 ชนิดจะเปิดเริ่มจำหน่ายให้แก่ผู้สนใจ ที่ร้านซีเอ็ดบุ๊คทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ โดยเปิดให้โปรโมชั่นนี้จนถึงปลายปี 2553 ด้วยการตัดฟีเจอร์ที่พิเศษบางตัวออก ซึ่งผู้ที่ต้องการใช้ซอฟต์แวร์ที่สมบูรณ์แบบสามารถลงทะเบียนออนไลน์เพื่อใช้งานโปรแกรมเต็มประสิทธิภาพ ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1,000 บาทต่อปี
อนาคตแชร์แวร์ในมุมมองของนักพัฒนาโปรแกรมชาวไทยนั้น เขามองว่า “โปรแกรมที่มีราคาถูก จะช่วยให้คนเข้าถึงและทดลองใช้งานได้มากขึ้น แต่ที่สำคัญโปรแกรมที่พัฒนาออกมาจะต้องมีความหลากหลายเหมาะกับความต้องการใช้งาน โดยจะเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ได้ทางหนึ่ง”
ในส่วนของทั้ง 2 โปรแกรมนำร่อง บริษัทตั้งเป้าจำหน่ายไว้ที่ 10 ล้านชุด โดยพร้อมจะประสานกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 20 แห่ง ทั่วประเทศ นำโปรแกรมดังกล่าวไปใช้งานในการเรียนการสอน แทนโปรแกรมที่นำเข้าจากต่างประเทศ
สำหรับบริษัท ซีเนียร์ คอม จำกัด ปัจจุบันมองแค่ตลาดธุรกิจในประเทศเท่านั้น เพราะนอกจากจะคิดพัฒนาต่อยอดโปรแกรมให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยดึงเทคโนโลยีใหม่อย่างคราวด์ คอมพิวติ้ง เข้ามาเสริมการทำงานของโปรแกรมแล้ว ยังมองถึงตลาดเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม ที่มีความต้องการใช้โปรแกรมลักษณะเดียวกันเพื่อเสริมศักยภาพของธุรกิจด้วย
จุฑารัตน์ ทิพย์นำภา



