ไลฟ์สไตล์

เปิดซองส่องไทย : ขึ้นค่าเช่ามหาโหด

เปิดซองส่องไทย : ขึ้นค่าเช่ามหาโหด

20 พ.ค. 2557

เปิดซองส่องไทย : ขึ้นค่าเช่ามหาโหด : โดย...ลุงแจ่ม

 
                         ขณะนี้ผู้เช่าที่ได้ทำสัญญากับกรมศาสนาประจำปี 2557 กำลังทุกข์หนัก เพราะถูกบังคับให้ไปต่อสัญญาประจำปี 2557 ทุกรายที่เป็นอาคารห้องแถวต้องจ่ายค่าเช่าประจำปีขึ้นเป็น 10 เท่า ของค่าเช่าเดิม และต้องจ่ายค่าประกันการเช่าอีกต่างหากอีก 10 เท่าของค่าเช่าเดิมด้วย และต้องภายในเวลากำหนด 60 วันหลังได้รับจดหมายลงทะเบียน 
 
                         ผมเองเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขึ้นค่าเช่าของสำนักงานศาสนสมบัติ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พุทธมณฑล จ.นครปฐม ของคณะกรรมการการพิจารณางบประมาณศาสนสมบัติกลางประจำปี เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2557 ได้อนุมัติให้ปรับปรุงค่าเช่าอาคาร (ห้องแถว) หลายเขตพื้นที่ใน กทม. เช่น เขตถนนพระราม 4 เขตวัดสะพานเหลือง ให้ขึ้นค่าเช่าเป็น 10 เท่า (100%) จากค่าเช่าผู้เช่าเก่าเดิมเมื่อมาต่อทำสัญญาใหม่ 
 
                         โดยคณะกรรมการนี้ไม่ทราบว่ามีกี่ท่าน ผู้ใดบ้าง ถ้าพูดถึงการขึ้นค่าเช่าในช่วงที่เศรษฐกิจที่แย่อยู่ในเวลานี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องโหดร้ายที่ขึ้นทีเดียว 10 เท่า แต่ถ้าขึ้นพอสมควร 2-3 เท่า ก็พอยอมรับได้ ตอนนี้ผมเช่าอาคารพาณิชย์ 2 ห้อง เดิมจ่ายปีที่แล้ว 21,600 บาท + ภาษีอีก 11,000 บาท แต่เมื่อถูกเรียกเป็น 216,000 บาทต่อปี และค่าประกันการเช่าอีก 216,000 บาท รวม 432,000 บาท ถือว่าโหดมาก ขอเพิ่มเป็น 2-3 เท่าก็ยอมรับได้ โดยทางนั้นอ้างมาว่าไม่ได้ปรับปรุงมานานแล้ว พวกกระผมผู้เช่าทุกๆ คนกำลังมีความทุกข์หนักที่ถูกพุทธศาสนาแห่งชาติทำแบบนี้ อยากให้ช่วยหาคำตอบให้ผมด้วย  
 
 
 
ศิริศักดิ์ 
 
 
 
ตอบ 
 
 
                         นายอินทพร จั่นเอี่ยม ผู้อำนวยการศาสนสมบัติ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จ.นครปฐม ชี้แจงว่า กรณีการปรับอัตราค่าเช่าอาคารของศาสนสมบัติกลางตามที่ผู้ร้องเรียนดังกล่าว สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ดำเนินการตามมติคณะกรรมการพิจารณางบประมาณศาสนสมบัติกลางประจำ (พศป.) ในการประชุมครั้งที่ 2/2557 วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 ปรับอัตราค่าเช่าอาคารของ 6 ศาสนสมบัติกลาง ที่สัญญาเช่ามีกำหนด 3 ปี (สัญญาเดิมสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2556) เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559  
 
                         การปรับปรุงอัตราค่าเช่าได้พิจารณาหลักเกณฑ์การคิดค่าเช่าใหม่ให้เป็นปัจจุบันตามสภาวการณ์ และสอดคล้องกับงบประมาณรายรับ-รายจ่ายของศาสนสมบัติกลาง โดยใช้ราคาประเมินที่ดินของทางราชการเป็นฐาน ในการคิดอัตราค่าเช่า จึงทำให้อาคารแต่ละพื้นที่มีค่าเช่าแตกต่างกันบ้าง ทั้งนี้ การปรับอัตราค่าเช่าอาคารของศาสนสมบัติกลางที่ผ่านมามีการปรับมาเป็นระยะ ครั้งสุดท้ายมีการปรับเมื่อปี 2548 สำหรับค่าประกันการเช่าเป็นการเรียกเก็บตามระเบียบของทางราชการ โดยเรียกเก็บเท่ากับอัตราค่าเช่า 1 ปี ค่าประกันการเช่าดังกล่าวจะเรียกเก็บเพียงครั้งเดียวตลอดระยะเวลาการเช่า หากผู้เช่าไม่ประสงค์จะเช่าอาคาร สามารถขอคืนเงินประกันการเช่านี้ได้ ตามระเบียบที่ได้กำหนดไว้
 
                         ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2557 ได้มีผู้เช่าอาคารของศาสนสมบัติกลางลออ สะพานเหลือง และศาสนสมบัติกลางลออ ตลาดน้อย จำนวนหนึ่งได้มาเข้าพบ และมีการพูดคุยทำความเข้าใจร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นในการปรับอัตราค่าเช่าดังกล่าว ในการนี้ผู้เช่าอาคารได้ยื่นหนังสือแจ้งความประสงค์ขอให้ทบทวนการปรับอัตราค่าเช่า พร้อมกับเสนออัตราค่าเช่าที่เห็นว่าเหมาะสม และพอรับได้ประกอบการพิจารณา ซึ่งสำนักงานศาสนสมบัติ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้รับไว้เรียบร้อยแล้ว และจะนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณางบประมาณศาสนสมบัติกลางประจำ (พศป.) เพื่อพิจารณาต่อไป
 
 
 
ลุงแจ่ม
 
 
 
ซื้อที่ดินแล้วไม่ได้ใช้
 
 
                         หนูซื้อที่ดินตั้งแต่ปี 33 จากผู้ขายซึ่งเป็นน้องสาว และในโฉนดมีชื่อเป็นพี่สาวกับน้องสาว เป็นการซื้อขายเพียงแค่สัญญาซื้อขายเท่านั้น ไม่นานน้องสาวเสียชีวิต แต่เธอเป็นคนโสด และอยู่กับน้องชาย และต่อมาน้องชายเธอก็เสียชีวิตไป แต่เขามีลูกหลายคน
 
                         หนูกับญาติซื้อที่ดินนี้เพื่อเป็นทางเข้าออก มีหลักแบ่งที่ดินชัดเจน ชาวบ้านใกล้เคียงรับรู้หมดว่า พวกหนูมีสิทธิ์โดยตรงจากการซื้อ
 
                         ปลายปี 54 พี่สาวของคนที่ขาย ซึ่งมีชื่อในโฉนดด้วยกัน ไม่ยอมให้ใช้ที่ดินตรงที่ซื้อมา โดยอ้างสิทธิ์และเอาที่ดินทั้หงมดเป็นของตน ถอนหลักที่ดินที่เป็นส่วนของพวกหนูที่ซื้อออกและล้อมรั้วปิดทางทั้งหมด
 
                         ทุกวันนี้พวกหนูสัญจรเข้าออกบ้านโดยทางสาธารณะอื่น และตอนนี้พี่สาวคนนี้เสียชีวิตลงเมื่อปีที่แล้ว แต่เขามีลูกชาย และลูกชายก็ไม่ยอมจะโอนแบ่งให้ค่ะ
 
                         อยากทราบว่าพอมีทางที่จะได้ที่ที่ซื้อไว้คืนมาไหมค่ะ ต้องทำยังไงบ้าง กลุ้มใจมากค่ะ
 
 
 
เหมียว
 
 
ตอบ
 
 
                         ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า กตามกฎหมาย สัญญาซื้อขายที่ถูกต้อง ต้องทำที่กรมที่ดินเท่านั้น ดังนั้นสัญญาซื้อขายที่ทำกันเอง จึงถือได้ว่า เป็นการซื้อขายที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
 
                         ทางออกก็คือ ช่วงที่ผ่านมา ระหว่างที่คุณใช้ที่ดินดังกล่าวเพื่อเป็นทางเข้าออก มีชาวบ้านเห็นและรับรู้มากมากกว่า 10 ปี ถือได้ว่า คุณมีสิทธิภาระจำยอม ดังนั้นคุณสามารถฟ้องต่อศาล เพื่อฟ้องผู้จัดการมรดกของที่ดินผืนนี้ เพื่อขอสิทธิภาระจำยอม (หมายถึง คุณจะมีสิทธิเหนือที่ดินนี้ คือ อยู่อาศัย และใช้ประโยชน์ได้ แต่ไม่มีสิทธิขาย) โดยหาพยานแวดล้อม อย่างเพื่อนบ้าน หรือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มาเป็นพยานให้
 
                         แต่ทั้งนี้การจะได้รับสิทธินี้หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลเท่านั้น
 
 
 
ลุงแจ่ม
 
 
จอดรถขวางทางเข้า-ออก
 
 
                         ซอยเฉลิมพระเกียรติ 1 (สโมสร ธ.กรุงเทพ) มีอู่ทำสี ร้านทำป้าย และร้านอื่นๆ อีกหลายร้าน นำรถออกมาจอดบนถนนสาธารณะ ทั้ง 2 ข้างทางเต็มไปหมด เกือบตลอดซอย นี่ยังไม่รวมกับรถที่จอดทิ้งไว้จนยางแบน ทำให้การจราจร เข้า-ออกภายในซอย เป็นไปได้ลำบากมาก 
 
                         บางครั้งต่างคนต่างก็ไม่ยอมกัน ทำให้รถติดอยู่พักใหญ่ กว่าจะสวนทางกันได้ รบกวนผู้ที่มีอำนาจ หรือตำรวจท้องที่ให้เข้ามาดูกันบ้าง ถนนสาธารณะไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง แต่มันเป็นของทุกๆ คน อย่าสร้างความเดือดร้อนให้ส่วนรวมเลย
 
 
 
บอยปากน้ำ 
 
 
ตอบ
 
 
                         พ.ต.ต.ณัฐพงศ์ ชัยปฏิยุทธพงศ์ สว.จร.สน.ประเวศ ชี้แจงว่า ซอยเฉลิมพระเกียรติ 1 (สโมสร ธ.กรุงเทพ) จะมีร้านอู่รถยนต์ และผู้ประกอบการด้านอื่นๆ อีกหลายร้านด้วยกัน ส่วนมากก็จะเป็นรถที่เข้ามาติดต่อพวกร้านค้าต่างๆ ในบริเวณนี้ พอจอดทำธุระเสร็จก็จะขับออกไป โดยวนเวียนกันจอดอยู่ตลอดเวลา
 
                         ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการกวดขันอยู่ตลอดเวลา ถ้าออกตรวจพบเห็นก็ออกใบสั่งปรับ แต่ถ้าทำแล้วยังไม่ดีขึ้น ต่อไปก็คงจะดำเนินการล้อกล้อ โดยจะเริ่มใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักก่อน ซึ่งรถที่มาจอดแต่ละคันบางคันก็ใช้เวลาจอดไม่นานมากนักทำธุระเสร็จก็ขับออก
 
                         ก็เข้าใจถึงปัญหาการจราจรตรงนี้ เพราะถนนเป็นพื้นที่สาธารณะ แต่ก็สามารถให้จอดรถได้ แต่ไม่ให้จอดนาน และไม่ให้จอดตรงบริเวณที่มีสัญลักษณ์ ขาวแดง คือห้ามจอดตลอดแนว ขาวเหลือง จอดได้ชั่วคราวเท่านั้น ทางเจ้าหน้าที่ก็ต้องดูด้วยว่าตรงบริเวณนั้นมีสัญลักษณ์ใดในการห้ามจอดหรือไม่ แต่ถ้าไม่มีรถก็สามารถจอดได้แต่จอดไม่ได้นาน
 
 
 
ลุงแจ่ม
 
 
 
 
--------------------------
 
(เปิดซองส่องไทย : ขึ้นค่าเช่ามหาโหด : โดย...ลุงแจ่ม)