
เปิดซองส่องไทย:ปิดบัญชีแล้ว...กู้ไม่ผ่าน
19 พ.ค. 2557
ปิดบัญชีแล้ว...กู้ไม่ผ่าน : คอลัมน์ เปิดซอง...ส่องไทย โดย... ลุงแจ่ม
ผมมีเรื่องสงสัยจะสอบถามคือ เรื่องมีอยู่ว่า ผมได้เคยใช้บัตรเครดิต แล้วมีช่วงหนึ่งผมไม่ได้ชำระหนี้ตามกำหนด หลังจากนั้นผมก็ได้รับเงินก้อนมาจำนวนหนึ่ง ผมเลยเอาไปชำระหนี้ทั้งหมด คือ ปิดบัญชีบัตรเครดิต และเลิกใช้บัตรเครดิตทั้งหมด
หลังจากนั้นผ่านไประยะเวลาหนึ่ง ผมจึงทดลองขอเปิดบัตรเครดิตใหม่ ปรากฏว่าธนาคารแจ้งว่าผมติดเครดิตบูโร ผมจะต้องทำอย่างไร
ซึ่งตอนนี้ผมไม่มีการค้างชำระและเลิกใช้บัตรเครดิตไปแล้ว อีกอย่างผมกำลังจะยื่นกู้ธนาคารเพื่อซื้อคอนโดมิเนียม แล้วแบบนี้ผมจะกู้ผ่านหรือไม่ มีคำแนะนำอย่างไรบ้าง
พิษณุ
ตอบ
นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ เครดิตบูโร แนะนำว่า กรณีของคุณพิษณุ เข้าข่ายลักษณะเป็น "คนเคยค้าง" ต่อมาได้ไปชำระหนี้ปิดบัญชีบัตรเครดิตแล้ว ซึ่งจะทำให้ข้อมูลในบัญชีนี้เปลี่ยนสถานะจาก "ค้างชำระหนี้" เป็น "ปิดบัญชี" แต่ประวัติการชำระหนี้ที่เคยค้างชำระก่อนหน้าการปิดบัญชี จะยังคงแสดงอยู่ต่อไปอีก 3 ปี นับจากวันที่ปิดบัญชี เพราะเป็นเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด มิใช่เงื่อนไขที่เครดิตบูโรกำหนด
ดังนั้น ถ้าคุณพิษณุไปยื่นขอบัตรเครดิตหรือสินเชื่ออื่นๆ ในช่วงที่ยังไม่เกิน 3 ปี ธนาคารที่คุณพิษณุขอสินเชื่อ เมื่อเข้ามาตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรของคุณพิษณุ จะเห็นประวัติที่เคยค้างดังกล่าว ซึ่งบางธนาคารที่มีเกณฑ์การพิจารณาที่เข้มงวด อาจเกรงว่าคุณพิษณุจะค้างชำระหนี้อีกเหมือนในอดีต จึงไม่อนุมัติบัตรใหม่ให้แก่คุณพิษณุ โดยอ้างว่า "ติดแบล็กลิสต์ ติดเครดิตบูโร" ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะในรายงานข้อมูลเครดิตบูโรไม่มีคำว่า แบล็กลิสต์ หรือขึ้นบัญชีดำผู้หนึ่งผู้ใดเลย โดยคุณพิษณุสามารถเข้าไปเช็กข้อมูลที่เว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย ในส่วนของศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่คอลเซ็นเตอร์ โทร.1213
นอกจากเหตุผลดังกล่าวแล้ว การพิจารณาว่าจะให้กู้หรือไม่ให้กู้นั้น ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของธนาคารซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละธนาคาร เช่น พิจารณาจากรายได้ อาชีพ อายุ หลักประกัน ภาระหนี้และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่มีอยู่ในขณะที่ขอสินเชื่อหรือขอบัตรเครดิต ฯลฯ แต่หลักสำคัญธนาคารจะดูว่า เมื่อกู้หรือใช้จ่ายบัตรเครดิตไปแล้ว จะสามารถชำระหนี้ได้ตามสัญญาหรือไม่ ซึ่งไม่เกี่ยวกับเครดิตบูโรหรือข้อมูลในเครดิตบูโร ในส่วนของเครดิตบูโรเองก็ไม่มีส่วนร่วมในการอนุมัติหรือกำหนดว่าใครควรได้ ไม่ควรได้เงินกู้หรือบัตรเครดิต
อย่างไรก็ตาม จึงขอแนะนำให้คุณพิษณุรักษาประวัติการชำระหนี้ในทุกบัญชีสินเชื่อและบัตรเครดิตที่มีอยู่ในขณะนี้ให้ดี โดยชำระหนี้ให้ครบถ้วนและตรงตามกำหนดเวลาที่ตกลงกับธนาคาร และอย่าก่อหนี้หรือกู้เพิ่มโดยไม่จำเป็น เมื่อถึงเวลากู้ซื้อคอนโด ธนาคารก็จะเห็นประวัติที่ดีของคุณพิษณุในเครดิตบูโร ซึ่งเมื่อนำไปรวมกับข้อมูลด้านอื่นของคุณพิษณุ ไม่ว่าจะเป็นรายรับหรือรายได้ประจำที่มั่นคง เงินออม หลักประกัน กรณีจดจำนองห้องชุดคอนโดที่ซื้อ และคุณสมบัติอื่นตามเงื่อนไขของธนาคารแล้ว เชื่อว่าคุณพิษณุน่าจะสามารถกู้ซื้อคอนโดมิเนียมได้
ทั้งนี้ คุณพิษณุสามารถสอบถามข้อมูลการยื่นกู้เงินกับธนาคารที่ยื่นกู้โดยตรง อย่างไรก็ดีแนะนำให้ตรวจประวัติเครดิตบูโรของตัวเองก่อนยื่นกู้ เพื่อให้ทราบประวัติของตัวเราเองก่อนกู้ โดยสามารถนำบัตรประชาชนตัวจริง ไปยื่นขอตรวจเครดิตบูโรได้ที่ ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ อาคาร 2 ชั้น 2, ด้านในสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ศาลาแดง, อาคารกลาสเฮ้าส์ ซอยสุขุมวิท 25, ห้างเจเวนิว นวนคร ชั้น 4 ติดสำนักงานประกันสังคม นอกจากนี้เครดิตบูโรเปิดเคาน์เตอร์ให้บริการตรวจประวัติเครดิตบูโร ที่ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ (ส่วนหน้า) ในวันอังคาร พุธ และพฤหัสบดี ในเวลาทำการของธนาคาร ทุกช่องทางที่กล่าวมา สามารถรอรับรายงานประวัติเครดิตบูโรได้ภายในเวลาไม่เกิน 15 นาที สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางไปที่ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร สามารถตรวจสอบผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย ธนาคารธนชาต ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารแลนด์แอนด์เฮาส์ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา ทุกสาขา
สำหรับผู้ที่ถือบัตรเอทีเอ็มธนาคารกรุงไทยและธนาคารไทยพาณิชย์ สามารถทำรายการผ่านตู้เอทีเอ็ม รวมถึงบริการออนไลน์ของธนาคารกรุงศรีอยุธยาและกรุงไทย ได้เช่นเดียวกัน เครดิตบูโรจะส่งรายงานประวัติเครดิตบูโรให้เจ้าของข้อมูลทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ภายใน 7 วัน หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามหรือติดต่อเครดิตบูโรได้ที่ คอล เซ็นเตอร์ 0-2643-1250 ในวันและเวลาทำการ จันทร์- ศุกร์ 09.00-16.30 น.
*** ออมก่อนกู้ คิดก่อนใช้ มีวินัยใช้หนี้ตรง ***
ลุงแจ่ม
.......................................
(หมายเหตุ ปิดบัญชีแล้ว...กู้ไม่ผ่าน : คอลัมน์ เปิดซอง...ส่องไทย โดย... ลุงแจ่ม)



