ไลฟ์สไตล์

ป่าพื้นบ้าน...บ้านวังน้ำมอก

ป่าพื้นบ้าน...บ้านวังน้ำมอก

18 พ.ค. 2557

ถิ่นไทยงาม : ป่าพื้นบ้าน...บ้านวังน้ำมอก

 
                          วังน้ำมอก ... วังน้ำหมอก ... ฮาา  อ๋อออ ต้องวังน้ำมอก
 
 
                          ชักงงๆ กับชื่อ ที่ออกจะแปลกไปสักหน่อย เลยต้องหยิบยกไปถามผู้นำชุมชนบ้านวังน้ำมอก ถึงได้ความว่า จริงๆ ก็คือวังน้ำหมอกนั่นแหละเพราะพื้นที่บริเวณนี้ อากาศเย็นจะมีหมอกลอยขึ้นจากน้ำ แต่ตอนไปจดทะเบียนจัดตั้งน่ะ พอเจ้าหน้าที่เขาถาม คนไปจดก็บอกวังน้ำมอกๆ  ตามสำเนียงพูด เจ้าหน้าที่ก็เลยจดตามนั้น ก็เลยตามเลย  
 
                          วังน้ำมอก อยู่ใน ต.พระพุทธบาท อ.สังคม จ.หนองคาย เป็นหมู่บ้านตั้งใหม่ได้ 45 ปี ปีนี้ก็ย่าง 46 เขาไปแล้ว 
 
                          พี่ติณณภพ สุพันธะ ประธานศูนย์ประสานงานท่องเที่ยวป่าพื้นบ้าน อาหารชุมชน บ้านวังน้ำมอก เล่าว่า ชาวบ้านอพยพมาจากศรีเชียงใหม่ บ้างก็มาไกลจากกำแพงนคร (หรือนครหลวงเวียงจันทน์) ของลาว หลังจากที่ลาวแตก นอกนั้นก็มีที่อพยพมาจากอุดรธานีบ้าง ขอนแก่นบ้าง รวมๆ แล้ว 45 ครอบครัว เข้ามาตั้งรกรากแถวนี้ ซึ่งเมื่อก่อนเป็นป่า ตอนมาอยู่ใหม่ๆ ประมาณ 45 ครอบครัว ก็ทำอาชีพตัดไม้เผาถ่าน ทำสวน ทำไร่ เมื่อที่นี่อยู่สุขสบาย ก็เลยไปชักชวนญาติๆ เพื่อนๆ มาอยู่ จนเพิ่มเป็น 160 ครอบครัว
 
                          ในปี 2529 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ มาที่วัดหินหมากเป้ง ที่อยู่ก่อนทางเข้าหมู่บ้าน ทรงดำริว่า พื้นที่แถบนี้ น่าจะทำโครงการพระราชดำริ ฟื้นฟูอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ บ้านวังน้ำมอกก็เลยเป็นหมู่บ้านแรก ที่ประกาศตัว เป็น "ราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า" พอปี 2540 ก็เริ่มต่อยอดโครงการหลวงเช่น โครงการป่าพื้นบ้าน อาหารชุมชน  
 
                          "ทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้น จะเป็นการร่วมแรงร่วมใจกันของคนทั้งหมู่บ้าน เป็นวัฒนธรรมหมู่บ้าน คนในชุมชนต้องเป็นคนทำ อย่างเช่น เด็กรักษ์ป่า  ก็จะเป็นเด็กๆ ในหมุ่บ้านที่มาเรียนรู้แล้วเป็นมัคคุเทศน์น้อย หรืออย่างงานบุญเดือนหก งานบุญเบิกบ้านศาลปู่ย่า ก็จะเป็นประเพณีที่หมู่บ้านนี้จะต้องทำทุกบ้าน โดยจะจัดเป็นพิธีสวดกลางบ้านเพื่อให้หมู่บ้านอยู่เย็นเป็นสุข มีการฟ้อนรำ เป็นประเพณีที่สืบทอดมาจากทางเทือกเขาภูพาน หนองบัวลำภู" 
 
                          และที่ขึ้นชื่อกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ดูงานสำหรับหมู่บ้านแห่งนี้ ก็คือ การดูแลรักษาป่าชุมชน โดยท้ายหมู่บ้านห่างไปราว 1 กม.จะมีป่าธรรมชาติ เรียกว่า ภูผีปอบ มีเนื้อที่ราวๆ 3,500 ไร่ และเป็นต้นทางไปสู่การเกิดขึ้นของอาชีพ ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม การกินอยู่ของคนในชุมชน จนเกิดเป็นความผูกพัน และกระตุ้นให้เกิดการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ เพื่อให้พวกเขามีกินมีใช้ไปชั่วลูกชั่วหลาน 
 
                          ทุกวันนี้ มีผู้ไปศึกษาดูงาน ทั้งกลุ่มผู้ใหญ่ และนักเรียนนักศึกษา ลงท้ายการพักค้างแรม ที่หมู่บ้านจัดทำเป็นโฮมสเตย์รองรับ มีอยู่ 20 หลัง ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันรับรองแขกเหรื่อไม่ว่างเว้น   
 
                           ใครมาถึงหมู่บ้าน จะต้องเดินผ่านซุ้มที่จัดทำไว้ด้านหน้า เหมือนปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายไม่ให้ติดตามเข้ามาในหมู่บ้าน โดยด้านบนซุ้มจะประดิษฐานพระเจ้าล้านทอง พระคู่หมู่บ้านไว้  ด้านในหมู่บ้าน จะมีธารน้ำสายใหญ่หล่อเลี้ยงชีวิตของคนในหมู่บ้าน  หากจะหลีกหนีความวุ่นวาย ไปหาที่สงบๆ พักผ่อน เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมการกินอยู่ที่แตกต่าง ที่นี่มีให้เรียนรู้มากมายก่ายกอง ขอแค่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของหมู่บ้านและพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมกันและกัน
 
 
 
--------------------------
 
โฮมสเตย์บ้านวังน้ำมอก (ติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าพัก) 08-3357-7035, 08-6232-5300 
 
--------------------------