
'สตีฟ คาเฟ่ แอนด์ ครุยซีน อิน ทาวน์' อร่อยงามตามวิถีไทย
18 พ.ค. 2557
ชวนชิม : 'สตีฟ คาเฟ่ แอนด์ ครุยซีน อิน ทาวน์' อร่อยงามตามวิถีไทย
หากจะหาร้านอาหารฝากท้องสักมื้อ หันซ้ายแลขวาก็เต็มไปด้วยอาหารต่างชาติ โดยเฉพาะญี่ปุ่นและอิตาเลี่ยน ที่มีอยู่แแถบทุกหัวระแหง หากแต่เป็นอาหารไทยทุกวันนี้ดูจะหาทานได้ยากเต็มที แต่เมื่อต่อมความอยากกระตุ้นให้ต้องการลิ้มรสอาหารไทยขึ้นมา ร้านอาหารไทยขึ้นชื่อที่ต้องนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ คงต้องยกให้ "สตีฟ คาเฟ่ แอนด์ ครุยซีน" มี 2 สาขาให้เลือกตามแต่สะดวก สาขาแรกเสิร์ฟความอร่อยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาย่านเทเวศร์ และสาขาล่าสุดขยับเข้ามาอยู่กลางเมืองภายในซอยราชครู ให้หนุ่มสาวออฟฟิศได้ชิมความอร่อยกันบ้าง โดยใช้ชื่อว่า "สตีฟ คาเฟ่ แอนด์ ครุยซีน อิน ทาวน์" ซึ่งหลังจากเปิดมาราว 6 เดือน นอกจากลูกค้าเก่าจะตามมาอุดหนุนแล้ว ลูกค้าใหม่ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยสถานที่ตั้งเดินทางสะดวก ใกล้สถานีรถไฟฟ้าอารีย์ สำหรับตัวร้านเป็นบ้านเก่าโอ่โถง โปร่งสบาย แบ่งเป็น 3 โซน ด้านล่างเหมาะสำหรับครอบครัวที่มีคนสูงอายุมาด้วย หรือกรุ๊ปที่ต้องการความเป็นส่วนตัว โซนบนชั้น 2 เจ้าของร้าน "สตีฟ" สรเทพ โรจน์พจนารัช ตั้งใจตกแต่งเอาใจวัยรุ่นด้วยสไตล์วู้ด ลอฟท์ คือใช้ไม้ผสมเข้าไปให้ดูเป็นธรรมชาติแต่ยังคงความโมเดิร์น จะเลือกนั่งในห้องแอร์ หรือนอกชานก็ชิลทั้ง 2 แบบ ส่วนโซนชั้นลอยมีโต๊ะพูล ให้หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ได้เพลิดเพลินระหว่างทานอาหารด้วย
ก่อนสั่งอาหาร ทางร้านเสิร์ฟเครื่องดื่มสมุนไพรให้ดื่มคลายร้อน ทั้งน้ำอันชัญ น้ำขิง น้ำรากบัว จากนั้นก็ได้เวลาสั่งอาหาร ที่นี่มีรายการอาหารให้เลือกมากมาย ส่วนใหญ่เป็นอาหารไทยภาคกลาง รสชาติดั้งเดิม ด้วยวัตถุดิบคัดมาอย่างดี และที่ไม่ควรพลาด คืออาหารใต้ สตีฟบอกว่าเน้นรสชาติเช่นเดียวกับแถบจังหวัดชุมพร คือกลมกล่อมแต่ไม่เผ็ดจนเกินไป วัตถุดิบก็เลือกที่สดใหม่ส่งตรงจากแหล่ง โดยเขาย้ำเสียงดังฟังชัดว่า "อาหารไทยต้องสดเท่านั้นถึงจะอร่อย" เป็นที่มาของอาหารในร้าน ทุกจานต้องทำแบบจานต่อจาน ถ้วยต่อถ้วยเท่านั้น ไม่มีเป็นหม้อใหญ่แล้วตักแบ่งให้ระคายเคืองต่อมรับรสแน่นอน ที่สำคัญไม่ใส่ผงชูรส และยังเลือกใช้น้ำตาลมะพร้าวแทนน้ำตาลทรายเพื่อให้รสอาหารหวานหอมนุ่มลิ้น
เมนูแรกเหมาะมากสำหรับคนไม่ทานเผ็ด ลองชิม ใบเหลียงต้มกะทิกุ้งสด นำใบเหลียงไปต้มกับกะทิ เติมกะปินิดหน่อย แล้วใส่กุ้งนางตัวใหญ่ รสชาติจะออกหวานเค็มนิดๆ ซึ่งในกทม.หาทานได้ไม่ง่ายนัก แต่ถ้ามาที่นี้รับรองไม่ผิดหวัง ทางร้านการันตีว่ามีให้ทานตลอดทั้งปี อีกเมนูแนะนำที่ลูกค้านิยมสั่งกันมาก ต้องยกให้เมนูโบร่ำโบราณอย่าง ยำตะไคร้ แม่ครัวเขาลอกตะไคร้จนเหลือแต่แกนในอ่อนๆ แล้วนำมาซอยใส่ในน้ำยำสูตรเฉพาะรสชาติจัดจ้าน ใส่หอมแดง มะม่วงเปรี้ยว แล้วเติมความหวานด้วยหมูแผ่นและหมูหยอง ก่อนทานห่อด้วยใบชะพลูที่เสิร์ฟมาพร้อมกัน ช่วยเพิ่มอรรถรสในการกินได้อย่างลงตัว
สำหรับคออาหารทะเลต้องสั่ง ห่อหมกทะเลรวม ทำกันสดๆ สไตล์โฮมเมด อัดแน่นทั้งกุ้ง ปลา และปลาหมึก รองพื้นด้วยใบโหระพา แล้วราดกะทิเพิ่มความหอม ทานกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยจนวางช้อนไม่ลง อีกเมนูเด็ดเป็น ปลากะพงสามรส ที่นี่เขาเลือกใช้ปลาขนาดพอเหมาะ ทอดจนเหลืองกรอบ แล้วราดซอสที่ทางร้านคิดสูตรเอง ปรุงด้วยสมุนไพรหลายชนิด รสชาติออกเปรี้ยว หวาน เผ็ด ครบครันในจานเดียว ทั้งยังเหมาะมากสำหรับคนรักสุขภาพ ปิดท้ายอาหารคาวด้วย น้ำพริกลงเรือ ความอร่อยอยู่ที่ความมันของไข่เค็มที่ผสมลงไปในน้ำพริก ทานกับผักนานาชนิดจัดเรียงมาอย่างสวยงาม ไม่ว่าจะเป็น ฟักทอง ข้าวโพดอ่อน ดอกกะหล่ำ แตงกวา ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี มีให้เลือกทั้งแบบสดๆ และแบบลวก ทั้งยังมีปลาดุกฟู และไข่เค็มหั่นเป็นชิ้น เคียงมาในจานด้วย อิ่มท้องแล้ว แต่ถ้าจะให้ครบต้องตบท้ายด้วยของหวานอย่าง โยเกิร์ต บลูเบอร์รี่ ไอศกรีมโฮมเมดสไตล์อิตาเลี่ยนแท้ๆ รสชาติกลมกล่อม ออกเปรี้ยวนิดๆ
แนะนำมาพอควร แต่ถ้าจะให้ถูกใจ แวะไปชิมกันเองน่าจะดีกว่า ร้านอยู่ในซอยอารีย์1 หรือซอยราชครู ตรงเข้าไปไม่ไกล ถึงสามแยกเลี้ยวซ้าย จะมองเห็นป้ายร้านอยู่ทางขวามือ เลี้ยวรถเข้าไปจอดได้เลย ร้านเปิดทุกวัน จันทร์-ศุกร์ 11.30-14.30 น. และ 16.30-22.30 น. ส่วนเสาร์-อาทิตย์ 11.30 น. ยาวไปจนถึง 22.30น. ไปไม่ถูกหรือจองโต๊ะล่วงหน้า ยกหูกรี๊งกร๊างไปที่ 0-2619-9822



