ไลฟ์สไตล์

ภาคทัณฑ์นศ.โพสต์รูปดินไหวตกบันใดดับ

ภาคทัณฑ์นศ.โพสต์รูปดินไหวตกบันใดดับ

14 พ.ค. 2557

ภาคทัณฑ์นศ.โพสต์รูปดินไหวตกบันใดดับ ขณะที่นักวิจัยแนะการก่อสร้างบ้านในเขตเสี่ยง


              14 พ.ค. 2557 ที่ห้องประชุมอู่หลง ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว จ.เชียงราย ดร.คมสัน รัตนะสิมากูล ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้นำนักศึกษาหญิงที่เป็นข่าวทางโซเชียลมีเดียว่าตกบันใดเสียชีวิตในช่วงที่แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 5 พ.ค.2557 จนทำให้เกิดความวุ่นวาย มาแถลงข่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าว

              ดร.คมสัน กล่าวว่า หลังจากที่ปรากฎภาพนักศึกษาตกบันใดในโซเชียลมีเดียแล้วมีข้อความว่า นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้ตกบันใดเสียชีวิตขณะกำลังวิ่งหนีออกจากอาคารหอพักภายในมหาทยาลัย หลังเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยกู้ภัย แพทย์นิติเวช รพ.เชียงรายประชานุเคาะห์ และสื่อมวลชน ต่างเข้าไปยังมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ โดยได้ประสานกับอาจารย์ผู้ดูแลหอพัก ตรวจสอบหอพักภายในมหาวิทยาลัยทุกหอพักแต่ก็ไม่พบผู้ประสบเหตุแต่อย่างใด

              ทางเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายได้ทำการตรวจสอบและติดตาม ที่มาของภาพดังกล่าวจนพบว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพของนักศึกษาหญิงคนหนึ่งโดยเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะคุรุศาสตร์ของมหาวิทยาลัยจริง จึงได้ติดตามตัวมาสอบถาม จนทราบว่าภาพดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนเหตุแผ่นดินไหว 2 วัน โดยทางเจ้าตัวที่ตกบันใดไม่ทราบว่ามีการถ่ายภาพเอาไว้ขณะที่ตนตกบันใด แต่ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ต่อมาในวันที่เกิแผ่นดินไหวก็มีการโพสภาพดังกล่าวขึ้นมา โดยที่เจ้าตัวไม่ทราบจนกระทั่งมีอาจารย์ติดตามตัวให้เข้าพบ

              เบื้องต้นพบว่าผู้ที่โพสต์ภาพดังกล่าวเป็นเพื่อนของนักศึกษาคนดังกล่าว ซึ่งไม่ได้เป็นนักศึกษาและทำงานอยู่ภายนอกมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม ทางมหาวิทยาลัย ถือว่ามีส่วนในการทำให้ประชาชนแตกตื่น และสังคมเกิดความวุ่นวาย ในฐานะของนักศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมและต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อการกระทำที่ส่งผลต่อความเข้าใจผิดของสังคม ทางคณะกรรมการของ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จึงมีมติให้ภาคทัณฑ์นักศึกษาหญิงคนดังกล่าวและให้ทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม

              ด้านนายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า  ฝากเตือนผู้ที่โพสต์ข้อความอันเป็นเท็จ มีความผิดทางกฎหมาย มาตรา 14 วงเล็บ 2 นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน และเตือนประชาชนอย่าได้หลงเชื่อข่าวลือ

 

นักวิจัยแนะก่อสร้างบ้านในเขตเสี่ยงแผ่นดินไหว

              รศ. ดร. อมร พิมานมาศ รองเลขาธิการสภาวิศวกร และอาจารย์ประจำสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะนักวิจัยโครงการ “ศึกษาวิธีการออกแบบและเสริมกำลังอาคารในประเทศเพื่อต้านทานแผ่นดินไหว” โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์ที่ อ.พาน จ.เชียงรายเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โครงสร้างบ้านเรือนอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอาคารบ้านเรือนหลังเล็กๆ ซึ่งการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีวิศวกรมาออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง ทำให้โครงสร้างบ้านไม่แข็งแรง จึงนำเสนอ 10 แนวทางการออกแบบอาคารในเขตเสี่ยงภัยแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นแนวทางที่ทำได้ไม่ยาก และเหมาะกับการก่อสร้างในบ้านเรา ประกอบด้วย

              1) วัสดุก่อสร้างต้องได้มาตรฐาน คอนกรีตต้องมีกำลังรับน้ำหนักไม่น้อยกว่า 240 กก.ต่อตารางเซ็นติเมตร หรือมากกว่านั้น เหล็กเส้นต้องเป็นเหล็กได้มาตรฐาน มี มอก. รองรับ การใช้คอนกรีตที่ด้อยคุณภาพหรือเหล็กไม่เต็มเส้นจะทำให้โครงสร้างไม่แข็งแรง 2) เสาบ้านต้องมีขนาดไม่ต่ำกว่า 20 ซม. เสาที่มีขนาดใหญ่ยิ่งต้านแผ่นดินไหวได้ดี เพราะเสาเป็นโครงสร้างหลักที่ต้องต้านแผ่นดินไหว หากเสาเล็กเกินไป อาจทำให้โครงสร้างอาคารไม่แข็งแรงและพังถล่มได้โดยง่าย 3) เหล็กเส้นในเสาต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 4 เส้น และมีขนาดไม่ต่ำกว่า 12 มม. 4) เสาทุกต้นต้องเสริมเหล็กปลอก โดยเหล็กปลอกต้องพันเป็นวงรอบเหล็กแกน เหล็กปลอกที่ใช้ต้องมีขนาดไม่เล็กกว่า 6 มม. หากใช้เหล็กขนาด 9 มม. ได้ยิ่งดี และต้องพันเหล็กปลอกให้ถี่ๆ โดยเฉพาะที่โคนเสาและปลายเสาด้านบนต้องวางเหล็กปลอกจำนวนอย่างน้อย 10 วง ในระยะ 50 ซม. วัดจากปลายด้านบนและปลายด้านล่างของเสาทุกต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสาชั้นล่างสุดต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ 5) ข้อต่อหรือบริเวณที่คานและเสามาบรรจบกันจะต้องเสริมเหล็กปลอกเช่นกัน โดยต้องใช้เหล็กปลอกขนาดไม่เล็กกว่า 6 มม. จำนวนไม่น้อยกว่า 4 เส้นพันรอบเหล็กแกนในบริเวณข้อต่อ

              6) คาน ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญ หากสามารถพันเหล็กปลอกที่บริเวณปลายคานให้ถี่ๆ ได้ จะทำให้โครงสร้างแข็งแรงขึ้น 7) หลีกเลี่ยงการต่อเติมส่วนต่างๆ ของโครงสร้างเอง เช่น การต่อเติมชั้นลอยอาจทำให้เสาปกติกลายเป็นเสาสั้นและอาจทำให้ถูกเฉือนขาดได้ง่าย 8) ต้องระวังการก่อสร้างบ้านที่ชั้นล่างเปิดโล่ง แนวทางป้องกันควรทำค้ำยันไม้หรือเหล็กจากมุมล่างของเสาต้นหนึ่งไปยังมุมบนของเสาต้นถัดไปเป็นรูปกากบาท จะทำให้ชั้นที่เปิดโล่งนั้นมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้นไม่พังถล่มลงมา 9) การก่อกำแพงอิฐต้องก่อให้ตลอดความสูงของเสา ห้ามปล่อยให้มีช่องว่าง เพราะจะทำให้เกิดการเฉือนขาดได้ง่ายๆ 10) ในการก่อสร้างบ้านที่แข็งแรงนั้น ควรมีวิศวกรโยธาเป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง