
อุดรธานี121ปี 4ธรรมะ 4วัฒนธรรม
15 พ.ค. 2557
ศิลปวัฒนธรรม : อุดรธานี 121 ปี 4 ธรรมะ 4 วัฒนธรรม
ในวาระดี อุดรธานีครบ 121 ปี มีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี และหนึ่งในนั้นมีกิจกรรม "นกแอร์ปั่นฉลอง 121 ปีอุดรธานี" รวมอยู่ด้วย เป็นที่น่าสังเกตว่า ในระยะหลังมานี้ สายการบินดังกล่าว เน้นกิจกรรม "ปั่นจักรยานควบคู่วัฒนธรรม" อย่างต่อเนื่อง พอได้ฟังจากปากผู้บริหารจึงรู้ว่า เพราะประโยชน์จากการขี่จักรยานไม่ว่าจะปั่นเดี่ยว ปั่นกลุ่ม และปั่นแบบครอบครัว มากกว่าเรื่องสุขภาพดีแล้ว ผู้ปั่นได้เรียนรู้วิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ความเป็นมาในพื้นที่นั้นๆ ควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทุกวันนี้ต่างให้ความสนใจหน้าจอสมาร์ทโฟนมากกว่าเรื่องวัฒนธรรมไทย การขี่จักรยานชมเมืองจึงน่าจะช่วยเยาวชนให้ได้สัมผัสและซึมซับวัฒนธรรมแบบไม่รู้สึกว่าโดนยัดเยียดเหมือนนั่งเรียนให้ห้องเพียงอย่างเดียว...!!!
และตามธรรมเนียมปฏิบัติ "ไปลา-มาไหว้" กิจกรรมปั่นสองล้อครั้งนี้ จึงเริ่มออกตัวกันที่บริเวณอนุสาวรีย์ "กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม" ทรงเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งจังหวัดอุดรธานีเมื่อ 121 ปีที่แล้ว เมื่อสักการะขอพรเรียบร้อย ขบวนสองล้อนำโดย กอบเกียรติ กาญจนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ก็พากันมุ่งหน้าไปสู่ "ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน นมัสการศาลเจ้าปู่ย่า และ "วัดโพธิสมภรณ์" สักการะพระมหาธาตุเจดีย์ จากนั้นก็ไปต่อที่ "พระตำหนักหนองประจักษ์" เป็นอันปิดทริปชมเมืองสั้นๆ แต่ก็ไม่ลืมเอาใจนักปั่นขั้นน่องโปรด้วยเส้นทาง 20 กม.สู่ "ตลาดผ้าบ้านนาข่า" แหล่งรวมงานผ้าทอและหัตถกรรมพื้นบ้านขึ้นชื่อของจังหวัด
ในระหว่างเส้นทางชมเมือง กอบเกียรติ รองพ่อเมือง ให้ความรู้เกี่ยวกับจังหวัดอุดรธานีแก่ผู้ร่วมคณะปั่นจากต่างถิ่นได้รู้จักมักจี่กันมากขึ้นเป็นระยะๆ โดยเฉพาะเรื่องธรรมะดี 4 ประการประจำจังหวัด ได้แก่ ธรรมะของพระพุทธศาสนา (พระเกจิและศาสนสถานชื่อดังหลายแห่ง), วัฒนธรรม (วัฒนธรรม ไทย-อีสาน, ไทย-พวน, ไทย-จีน และ ไทย-เวียดนาม), อารยธรรม (แหล่งมรดกโลก) และ ธรรมชาติ (หนองประจักษ์, ทะเลบัวแดง) อันเป็นที่มาของคำขวัญประจำจังหวัด...หนองประจักษ์คู่เมือง ลือเลื่องแห่งธรรมะ อารยธรรมบ้านเชียงมรดกโลกห้าพันปี ธานีผ้าหมี่ขิด ธรรมชาติเนรมิตทะเลบัวแดง...
เพราะเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ จึงมีหลากวัฒนธรรม...วัฒนธรรมไทย-อีสาน (พุทธ) มีพระสุปฏิปันโน หรือ พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบในพื้นที่ค่อนข้างๆ มากทั้ง หลวงปู่มั่น, หลวงปู่ขาว อนาลโย, หลวงตาพระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน จนกระทั่งปัจจุบันก็มี พระราชสิทธาจารย์ (หลวงปู่ทองใบ ปภัสสโร) นอกจากนี้ยังมีศาสนสถานอีกมากมาย อาทิ วัดป่าภูก้อน, วัดป่านาคำน้อย, วัดป่าวัดโพธิสมภรณ์ (พระอารามหลวง) เป็นที่จำพรรษาของพระอุดมญาณโมลี (จันทร์ศรี จนฺททีโป) ด้าน วัฒนธรรมไทย-จีน มี "ศาลเจ้าปู่-ย่า" เป็นตัวอย่างได้ชัด เพราะเป็นสถานที่คนไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพนับถือ ตั้งมา 64 ปี ทุกๆ ปีจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองทุกปีระหว่างวันที่ 1-10 ธันวาคม ด้วยการอัญเชิญเจ้าปู่เจ้าย่าดูงิ้วที่ทุ่งศรีเมือง 10 วัน ซึ่งเป็นความเชื่อที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา
นอกจากนี้ยังมี วัฒนธรรมไทย-พวน คือ คนไทยเชื้อสายชาวลาว มีชุมชนบ้านผือเป็นตัวอย่าง ซึ่งอพยพจากแคว้นเชียงขวาง หรือ ทรานนินห์ นอกจากนี้ "บ้านผือ" เป็นแหล่งที่ตั้งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ อย่าง อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท (กำลังเสนอขึ้นทะเบียนมรดก และถ้าได้รับการประกาศจะนับว่าจังหวัดอุดรธานีมีมรดกโลก 2 แห่งในจังหวัดเดียว) เช่นเดียวกับ "ชุมชนบ้านเชียง" แหล่งโบราณคดีสำคัญระดับมรดกโลก บอกเล่าถึงการดำรงชีวิตในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปกว่า 5,000 ปี
ห่างจากตัวเมืองอุดรไปเพียงเล็กน้อยที่บ้านหนองฮาง (หนองโอน) ยังมี วัฒนธรรมไทย-เวียดนาม ให้เห็น จุดนี้มี "พิพิธภัณฑ์ลุงโฮ" หรือ "บั๊กโฮ" ให้เป็นแหล่งศึกษาทางประวัติศาสตร์ของโฮจิมินห์ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเชิงประวัติศาสตร์ แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเวียดนาม จัดแสดงประวัติการต่อสู้ของลุงโฮในช่วงกอบกู้อิสรภาพให้กับประเทศเวียดนาม และนิทรรศการวิถีชีวิตชาวไทยเชื้อสายเวียดนามในประเทศไทย เพื่อให้คนไทยหรือคนเวียดนามรุ่นหลังได้ศึกษา ส่วนอีกวัฒนธรรมไทย-เวียดนาม ที่สัมผัสได้ในทุกวันนี้ คือ อาหารการกิน ถึงกับขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารประจำจังหวัดทั้งแหนมเนือง และ ไข่กระทะ
เป็นที่น่าเสียดายว่า "อุดรธานี" สู้อุตส่าห์ยืนหยัดจนมาถึงปีที่ 121 แต่วันนี้กลับไม่หลงเหลือสถาปัตยกรรมอันจะบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองในวันวานไว้อวดลูกหลานรุ่นใหม่ได้ร่วมชื่นชม หากแต่นั่นก็ดูเหมือนจะไม่สำคัญเท่าความภาคภูมิใจของชาวอุดรในความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของจังหวัดตัวเอง ซึ่งได้รับการขนานนามว่า "ศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจของอีสานตอนบน" เช่นเดียวกับความเข้มแข็งทาง "วัฒนธรรม" ให้ชาวโลกร่วมเป็นประจักษ์พยาน



