
เปิดศูนย์เฝ้าระวังภัย ทางออกแผ่นดินไหว
14 พ.ค. 2557
3 มหาวิทยาลัยชี้ เปิดศูนย์เฝ้าระวังภัย ทางออกแผ่นดินไหว : ชุลีพร อร่ามเนตร ... รายงาน
เหตุการณ์ “แผ่นดินไหวเขย่า” เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ขนาด 6.3 ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่ ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย สร้างความเสียหายให้แก่พื้นที่ภาคเหนือ ถือเป็นอีกหนึ่งบทเรียนของประเทศไทย ที่ภาครัฐ นักธรณีวิทยา เหล่านักวิชาการ และประชาชน ต้องหันมามองถึงการเตรียมพร้อม เฝ้าระวังรอยเลื่อนที่มีพลัง ตระหนักถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหวที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้แน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นบริเวณไหน?? เมื่อใด??
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) จ.เชียงราย สถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ที่ได้รับแรงสั่นสะเทือนเป็นระยะเช่นเดียวกับบริเวณอื่นๆ แต่ด้วยการออกแบบโครงสร้าง อาคารของมหาวิทยาลัยทำให้ไม่ได้รับความเสียหาย นักวิชาการ ทีมนักวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม จึงลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว พบว่าหน่วยงานและประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความรู้ ความเข้าใจและประสบการณ์ในการรับมือภัยทางด้านสิ่งแวดล้อม
รศ.ดร.ชาลี นาวานุเคราะห์ สถาบันการศึกษาและจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มฟล. เล่าว่า มฟล.มีแผนดำเนินการโครงการจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังภัยทางด้านสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคภาคเหนือตอนบนและอนุภูมิภาคประเทศลุ่มน้ำโขงตอนบน (ปีงบประมาณ 2558-2562) ให้เกิดขึ้น คาดว่าใช้งบประมาณในการจัดตั้ง 41 ล้านบาท เพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงทางวิชาการสนับสนุนและบูรณาการข้อมูลและความชำนาญการเข้ากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับการปกป้องคุณภาพชีวิต สุขภาพอนามัย สิ่งแวดล้อมและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างสมบูรณ์ดียิ่งขึ้นต่อไปเมื่อเกิดเหตุการณ์ได้ลงพื้นที่ โดยทางศูนย์ได้ทำการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยาหรือสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า (GISDA) แล้ว จะทำการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเฝ้าระวังภัยพิบัติและแจ้งเตือน รวมถึงการจัดทำปฏิทินที่แสดงให้เห็นว่าเดือนใดมีความเสี่ยงที่จะเกิดภัยพิบัติใด ตลอดจนฝึกอบรมประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยในพร้อมสำหรับสถานการณ์ต่างๆ
“ภาคเหนือ” เป็นทำเลทองสำหรับการเปิดยุทธศาสตร์การเปิดประชาคมอาเซียนและการเชื่อมต่อไปยังภาคใต้ของประเทศจีน ทำให้มีโครงการการพัฒนาทั้งของภาครัฐและภาคเอกชนเกิดขึ้นในพื้นที่อย่างคึกคัก โดยเฉพาะ จ.เชียงราย ที่มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งสองด้าน แต่จากข้อมูลกรมทรัพยากรธรณีพบว่า กลุ่มรอยเลื่อนที่มีพลังจำนวน 8 กลุ่มจากทั้งหมด 14 กลุ่มในประเทศไทยอยู่ในภาคเหนือตอนบน ได้แก่ กลุ่มรอยเลื่อนแม่จัน กลุ่มรอยเลื่อนแม่อิง กลุ่มรอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน กลุ่มรอยเลื่อนแม่ทา กลุ่มรอยเลื่อนเถิน กลุ่มรอยเลื่อนปัว กลุ่มรอยเลื่อนอุตรดิตถ์ และกลุ่มรอยเลื่อนพะเยาที่เป็นสาเหตุของแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ผ่านมา" รศ.ดร.ชาลี ระบุ
อ.พิมพ์ศิริ สุวรรณพัฒน์ อาจารย์วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม วิทยาลัยพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยพะเยา (มพ.) ย้อนอดีตว่า ที่ผ่านมา มพ.ได้เตรียมความพร้อมให้นักศึกษา โดยมอบหมายให้ทางวิทยาลัยพลังงานและสิ่งแวดล้อมได้จัดวิชาเลือกเสรีเกี่ยวกับการเฝ้าระวังตัวภายหลังเกิดภัยพิบัติและการประเมินภัยพิบัติให้นักศึกษาได้เลือกเรียน เพื่อเป็นการให้ความรู้ เตรียมพร้อมนักศึกษารับมือเกี่ยวกับภัยพิบัติต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ วิทยาลัยอาจจะมีการขยายสอดแทรกในวิชาทั่วไป เพื่อให้นักศึกษาทุกคณะได้เลือกเรียน เพราะภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็นภัยพิบัติที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด รวมถึงในอนาคตอาจจะทำเป็นคู่มือเพื่อเผยแพร่ให้แก่บุคลากร อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และประชาชนใน จ.พะเยา เพราะเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ
ภายหลังเกิดการเขย่าครั้งรุนแรงก็ตามมาด้วยอาฟเตอร์ช็อกอีกหลายระลอก ศ.ดร.ปัญญา จารุศิริ ภาควิชาธรณีวิทยา และหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยธรณีวิทยาแผ่นดินไหว คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวสรุปเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศไทยครั้งนี้ ว่า เกิดจากรอยเลื่อนพะเยา ซึ่งเป็นรอยเลื่อนที่อยู่นอกสายตาของนักธรณีวิทยา ดังนั้น หลังจากนี้นักธรณีวิทยา นักวิชาการต้องเฝ้าระวัง จับตาดูรอยเลื่อนทุกรอย ไม่ว่าจะเป็นรอยเลื่อนแม่จัน รอยเลื่อนถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งในส่วนของจุฬาฯ จะจับตาดูเฝ้าระวังรอยเลื่อนนอกสายตา 3 แห่ง ได้แก่ รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ รอยเลื่อนระนอง และรอยเลื่อนองครักษ์ โดยเฉพาะรอยเลื่อนองครักษ์ รอยเลื่อนที่อยู่ใกล้พื้นที่กรุงเทพฯ แต่ยังไม่การบรรจุรอยเลื่อนองครักษ์ในแผนที่กรมทรัพยากร จึงอยากให้มีการบรรจุรอยเลื่อนองครักษ์ลงไป เพราะถึงจะเป็นรอยเลื่อนขนาดเล็ก แต่อาจมีพลังทำให้เกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรงได้ เช่นเดียวกันรอยเลื่อนพะเยา
------------------------------
(3 มหาวิทยาลัยชี้ เปิดศูนย์เฝ้าระวังภัย ทางออกแผ่นดินไหว : ชุลีพร อร่ามเนตร ... รายงาน)



