ไลฟ์สไตล์

ซึมซับความเป็นไทยผ่านผ้าไหม

ซึมซับความเป็นไทยผ่านผ้าไหม

13 พ.ค. 2557

โซไซตี้ : ซึมซับความเป็นไทยผ่านผ้าไหม

 
                     ครบ 2 ปี พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวัง ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่คนไทย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่ได้มีโอกาสเรียนรู้ความเป็นไทยผ่านผ้าไหม ที่สำคัญยังได้มีโอกาสเห็นผ้าไหมที่สวยงามจากฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ หรือ Queen Of Thailand ที่พระราชทานมาเพื่อจัดนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ และเมื่อครบรอบกันทั้งที แน่นอนจะต้องมีการจัดงานเพื่อเผยแพร่พร้อมจัดกิจกรรมพิเศษ
 
                     ว่าแล้วในวันเปิดงานอย่างเป็นทางการ เจ้าบ้านคนสำคัญ "ไหม" ปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย หัวหน้าโครงการพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ จึงร่อนเทียบเชิญ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ มาร่วมบอกกล่าวถึงความประทับใจในพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พร้อมแขกผู้มีเกียรติมาร่วมงาน อย่าง จำนงค์-จิรานุช ภิรมย์ภักดี, ดร.สมศักดิ์-คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, คุณหญิงเพ็ญศรี เขียวมีส่วน และ สหภูมิ ภูมิธฤติรัฐ ร่วมทั้งศิลปินที่ได้มีโอกาสถวายงานต่างมาพูดถึงความประทับใจในพระราชกรณียกิจด้วย โดยมีเจ้าบ้าน ณัฐวรรณ ตันหยงมาศ และ "โจ" สุทธิรัตน์ พร้อมเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ต้อนรับและนำชมอย่างแข่งขัน เมื่อวันก่อน
 
                     ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ การเปิดบ้านพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชมกระบวนการและขั้นตอนการเตรียมวัตถุจัดแสดงอย่างละเอียด โดยสมาชิกศิลปาชีพฯ, กิจกรรมสาธิตจากโรงเรียนช่างฝีมือในวังทั้งชายและหญิง เช่น งานเขียนหัวโขน การลงรักปิดทอง งานแทงหยวก งานลายรดน้ำ งานประดับมุก, งานเสวนา โดยได้รับเกียรติจากนักสะสมผ้า นักวิชาการ ศิลปิน นักออกแบบ และ เวทีการแสดง ที่มีการแสดงที่น่าสนใจหลากหลายชุด อย่างการแสดงชุดดุจดวงเดือนดำเนินนำ ทวิฉนำพิพิธภัณฑ์ผ้าไทย และการแสดงฟ้อนเล็บ
 
                     "ในปัจจุบันเรารับแต่สิ่งใหม่ สิ่งเก่าๆ ที่มีคุณค่าไม่สานต่อหรือ อะไรมาเราก็รับกันหมด แต่เราก็เราลืมของเก่าของไทยเรา สิ่งที่อยากเห็นก็คือ สิ่งใหม่เข้ามาเราก็รับ แต่สิ่งเก่าที่ดีและมีคุณค่าก็ช่วยการสานต่อ ซึ่งนี้คือความมุ่งหวังอยากให้ช่วยกันสานต่อ" คำพูดปิดท้ายของ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ