
ยุทธศาสตร์แก้ปัญหาลิ้นจี่ภาคเหนือวัดกึ๋นคณะกรรมการ
ยุทธศาสตร์แก้ปัญหาลิ้นจี่ภาคเหนือ วัดกึ๋นคณะกรรมการแก้ปัญหาผลไม้ : ดลมนัส กาเจรายงาน
แม้ปี 2557 พื้นที่ปลูกลิ้นจี่ใน 4 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา และน่าน จะลดลงถึง 0.29% แต่ด้วยสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นยาวนานมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2556 ต่อเนื่องมาถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2557 ถือเป็นสภาพอากาศที่เอื้อต่อการออกผลผลิตของลิ้นจี่เป็นอย่างดี เนื่องจากต้นลิ้นจี่สะสมอาหารได้อย่างเต็มที่ และยังส่งผลให้ผลผลิตมีรสหวานหอม คุณภาพดีที่สุดในรอบสิบปี จึงประมาณการว่า ผลผลิตลิ้นจี่ในปีนี้จะเพิ่มจากปีที่แล้วกว่า 1.2 หมื่นตัน
ข้อมูลจากสำนักเกษตรจังหวัดเชียง ที่เปิดเผยโดย นายสุรพล ทองเที่ยง หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นภาคเหนือ "เชียงใหม่นิวส์" เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2557 ระบุถึงสถานการณ์การผลิตลิ้นจี่ปี 2557 ว่า แหล่งปลูกลิ้นจี่ใน 4 จังหวัดภาคเหนือที่ว่านี้ มีเนื้อที่ปลูกลิ้นจี่ถึง 120,108 ไร่ ลดลงจากปี 2556 ร้อยละ 0.97 ในจำนวนนี้เนื้อที่ปลูกลิ้นจี่ที่ให้ผลผลิต 112,891 ไร่ ลดลงจากปี 2556 ร้อยละ 0.29 ประมาณการว่า ผลผลิตลิ้นจี่ปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 59,199 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ประมาณ 12,998 ตัน คิดเป็นร้อยละ 28.31 โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ จะปลูกมากที่สุด มีเนื้อที่ยืนต้น 58,294 ไร่ ประมาณ 33,525 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ประมาณ 8,528 ตัน คิดเป็นร้อยละ 34.12 โดยมีผลผลิตเฉลี่ยที่ไร่ละ 664 กก.
สอดคล้องกับข้อมูลของ นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้สัมภาษณ์ก่อหน้านี้ว่า ผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญของภาคเหนือคือลิ้นจี่ ที่ปลูกมากที่สุดในพื้นที่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา และน่าน มีผลผลิตออกสู่ตลาดทั้งสิ้น 59,199 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ร้อยละ 28.13 เนื่องจากในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมาอากาศหนาวเย็นเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้ลิ้นจี่แทงช่อดอกมากขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ในระยะเจริญเติบโต ส่วนใหญ่ผลมีขนาดตั้งแต่ปลายนิ้วก้อยไปจนถึงขนาดนิ้วหัวแม่มือ คาดว่าผลผลิตจะเริ่มออกสู่ตลาดประมาณปลายเดือนเมษายน และจะมีผลผลิตมากตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม จนถึงต้นเดือนมิถุนายน
จากสถานการณ์ผลผลิตลิ้นจี่ที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น ทำให้หลายฝ่ายต่างวิตกถึงปัญหาผลผลิตล้นตลาด และจะส่งผลให้ราคาตกได้ ทางคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ หรือบอร์ดผลไม้ (Fruit board) ได้เห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2557 เพื่อเป็นป้องกันและแก้ไขปัญหาลิ้นจี่แบบบูรณาการที่มีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วนเพื่อให้สามารถกระจายผลผลิตออกสู่ปลายทางให้มากที่สุด
ใกล้เคียงกับข้อมูลการสำรวจของคณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคเหนือ ที่คาดว่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงเดือนปลายมิถุนายน 2557 และอาจมีราคาตกต่ำเป็นบางช่วง เกษตรกรอาจได้รับความเดือดร้อน คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลผลิตทางการเกษตรระดับจังหวัด จ.เชียงใหม่ ได้พิจารณาเตรียมแผนป้องกันปัญหาลิ้นจี่ ปี 2557 โดยเสนอให้คณะอนุกรรมการป้องกันแก้ไขปัญหาผลไม้ภาคเหนือช่วยเหลือผลผลิตลิ้นจี่บางส่วนที่เกินความสามารถในการบริหารจัดการของจังหวัด ตามกลไกปกติ จึงขอสนับสนุนโครงการป้องกันแก้ไขปัญหาลิ้นจี่ ปี 2557 มาตรการการกระจายผลผลิตออกแหล่งผลิต 5,000 ตัน รวมถึงประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ 50 ตัน
ล่าสุด เมื่อปลายเดือนเมษายน 2557 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมมือกับหน่วยงานในสังกัด อาทิ กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ส่วนราชการ องค์กรส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการซื้อขายลิ้นจี่ระหว่างสถาบันเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร และห้างสรรพสินค้า (โมเดิร์นเทรด) ที่โรงแรมเชียงใหม่ออร์คิด จ.เชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายผลผลิตลิ้นจี่ไปให้ถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว คงความสดและรสชาติเสมือนเพิ่งเก็บมาจากต้น ซึ่งได้กำหนดมาตรการในการกระจายสินค้า คือ จัดหาตลาดล่วงหน้าควบคู่การเจรจาธุรกิจ ทำการซื้อ-ขาย และกระจายผลผลิตตามระบบมาร์เก็ตติ้ง ซิสเต็ม ออนไลน์ การใช้กลไกตลาดปกติโดยไม่แทรกแซงราคา และให้จังหวัดเป็นแกนหลักในการบริหารจัดการผลผลิต
นายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า สถานการณ์ลิ้นจี่ใน 4 จังหวัดภาคเหนือ ปีนี้ออกผลผลิตช้ากว่าปกติ ประมาณ 2-3 สัปดาห์ ปกติออกผลผลิตสู่ตลาดกลางเดือนเมษายนเป็นต้นไป แต่ปีนี้คาดว่าลิ้นจี่จะออกสู่ตลาดมากที่สุด ระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม-10 มิถุนายน 2557 จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการผลผลิตในช่วงดังกล่าวด้วยความละเอียด รอบคอบ กระทรวงเกษตรฯ จึงมอบหมายคณะอนุกรรมการป้องกันแก้ไขปัญหาผลไม้ภาคเหนือเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมีเป้าประสงค์หลักคือ ต้องไม่ทำลายสภาพตามธรรมชาติที่เกษตรกรผู้ผลิตลิ้นจี่ปฏิบัติอยู่ ภายใต้หลักการ 3 ข้อ คือ เน้นการปรับสมดุล ไม่แทรกแซงราคาให้กลไกปกติ และจังหวัดเป็นแกนหลักในการทำแผนบริหารจัดการ ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกร
ด้าน นายไพรัช หวังดี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ในฐานะที่กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นเลขานุการคณะอนุกรรมการป้องกันแก้ไขปัญหาภาคเหนือ และเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ ได้เตรียมการรองรับสถานการณ์ในอนาคต ด้วยการปรับแนวทางการบริหารจัดการผลผลิตผลไม้ในมิติใหม่ ให้สอดคล้องกับตลาดในประเทศ ไปจนถึงตลาดอาเซียนและตลาดโลก ซึ่งเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรช่วงกระจุกตัว ให้มีปริมาณผลผลิตส่วนเกินเหลืออยู่ในมือเกษตรกรน้อยที่สุด
ทั้งหมดนี้แนวทางในการที่จะแก้ปัญหาลิ้นจี่ภาคเหนือล้นตลาด ส่วนจะประสบผลสำเร็จได้มากน้อยเพียงใด ต้องรอพิสูจน์การทำงานของคณะกรรมการและอนุกรรมการชุดต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าจะมีฝีมือหรือไม่?
.................................
(หมายเหตุ : ยุทธศาสตร์แก้ปัญหาลิ้นจี่ภาคเหนือ วัดกึ๋นคณะกรรมการแก้ปัญหาผลไม้ : ดลมนัส กาเจรายงาน)



