
ท่องศูนย์การเรียนรู้ปาล์มน้ำมันครบวงจร
11 พ.ค. 2557
ท่องโลกเกษตร : ท่องศูนย์การเรียนรู้ปาล์มน้ำมันครบวงจร ดูวิธีจัดการกล้าพันธุ์ดี 'ซีพีไอ ไฮบริด' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
ด้วยประสบการณ์ดำเนินธุรกิจมากว่า 30 ปี และถือเป็นบริษัทแรกของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันในประเทศไทย ที่ดำเนินธุรกิจในลักษณะครบวงจร สำหรับบริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน จำกัด (มหาชน) ที่มุ่งมั่นพัฒนาวงการปาล์มน้ำมันในประเทศเพื่อให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูง ทัดเทียมมาเลเซียและอินโดนีเซียที่เป็นผู้นำตลาดปาล์มน้ำมันของโลกในปัจจุบัน
ก้าวสำคัญสู่งานวิจัยและพัฒนาหลังเกิดวาตภัยไต้ฝุ่นเกย์ในปี 2532 ส่งผลให้สวนปาล์มน้ำมันกว่า 5 หมื่นไร่ของบริษัทได้รับความเสียหายอย่างหนักและจำเป็นต้องมีการปลูกทดแทน โดยนำเข้าพันธุ์ปาล์มน้ำมันจากทั่วโลกมาปลูก ทั้งในรูปแบบเมล็ดงอกและเนื้อเยื่อเพื่อหาสายพันธุ์ที่ดีและเหมาะสมกับสภาพอากาศที่มีปริมาณฝนไม่มาก
จากนั้นในปี 2554 ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาปาล์มน้ำมัน ของบริษัท จึงได้แยกตัวออกมาตั้งบริษัทใหม่ ชื่อซีพีไอ อะโกรเทค เพื่อวิจัยปรับปรุงพันธุ์ปาล์มน้ำมัน ผลิต จำหน่ายเมล็ดและกล้าพันธุ์ พร้อมรับปรึกษาเพื่อเพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมัน โดยทีมนักวิจัยมืออาชีพ ซึ่งได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากศูนย์เทคโนโลยีชีวภาพเกษตร ม.เกษตรศาสตร์ และสำนักวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
"ซีพีไอ ไฮบริด" คือปาล์มพันธุ์ใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ล่าสุด โดยมีจุดเด่นให้ผลผลิตสูงกว่า 6.5 ตันต่อไร่ต่อปี ให้ผลผลิตเร็ว ทะลายดก ไม่ฝ่อและให้สัดส่วนช่อดอกตัวเมียมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ และมีเปอร์เซ็นต์น้ำมันมากกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญมีลักษณะต้นเตี้ย ลำต้นสูงเฉลี่ย 30-50 ซม.ต่อปี และทนต่อสภาพแห้งแล้งนานกว่า 3 เดือน
"ท่องโลกเกษตร" อาทิตย์นี้ล่องใต้สู่เมืองชุมพรเพื่อไปดูวิธีการจัดการปาล์มน้ำมันพันธุ์ดีที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ โดยทีมนักวิจัย ม.เกษตรศาสตร์ร่วมกับทีมงานมืออาชีพของซีพีไอ อะโกรเทค บริษัทในเครือชุมพรอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและศูนย์การเรียนรู้ปาล์มน้ำมันครบวงจรที่บริษัทได้ทุ่มงบกว่า 10 ล้านบาท เพื่อเนรมิตอาคารประหยัดพลังงานสำหรับการอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจโดยทั่วไป
วรวุฒิ ยอดพุทธ เจ้าหน้าที่ประจำแปลงทดลองวิจัยและทดสอบพันธุ์ลูกผสม ซีพีไอ ไฮบริด ประจำศูนย์การเรียนรู้ฯ บอกว่า ศูนย์แห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ของสวนปาล์มซีพีไอ 3 จำนวน 500 ไร่ สำหรับตั้งเป็นสถานีทดสอบสายพันธุ์และจัดสร้างศูนย์เรียนรู้ฯ ซึ่งประกอบด้วย 4 หลักคือ 1.ตัวอาคารสำหรับการบรรยายและจัดนิทรรศการ 2.เส้นทางเดินเพื่อให้ความรู้เรื่องพันธุ์ การจัดการและต้นปาล์มสายพันธุ์ต่างๆ 3.พื้นที่อนุบาลกล้าปาล์มประกอบด้วยโรงเรือน พื้นที่วางกล้าใหญ่และจัดแสดงเรื่องระบบน้ำและเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่นำมาใช้ในการจัดการและ 4.กลุ่มอาคารนกแสกเพื่อจัดแสดงนกแสกที่ใช้ในการกำจัดหนูในสวน
"ศูนย์แห่งนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่จัดฝึกอบรม ศึกษาดูงานให้กับเกษตรกรที่สนใจ ใครก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นเครือข่ายของเรา เราจัดอบรมให้ฟรี มีวิทยากรพร้อม หลักสูตรวันเดียว ช่วงเช้าจะบรรยายเรื่องราวเกี่ยวกับปาล์มน้ำมันทั้งหมด ช่วงบ่ายจะพาลงพื้นที่เดินดูแปลงปลูกตามสถานีต่างๆ 5 สถานีเพื่อให้พวกเขาให้เห็นกระบวนการผลิตปาล์มน้ำมันแบบครบวงจร ตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ การจัดการแปลง การเพาะกล้า จนถึงวิธีการเก็บเกี่ยวที่ถูกต้อง"
วรวุฒิอธิบายระหว่างพาเดิมชมจุดต่างๆ ก่อนจะพามาดูจุดสุดท้ายอาคารเลี้ยงนกแสกเพื่อกำจัดหนูในสวนปาล์ม ซึ่งเขาย้ำว่าบริษัทได้ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม โดยจัดให้มีโครงการขยายพันธุ์นกแสกให้กับเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันเพื่อให้นำไปกำจัดหนูในสวนปาล์ม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสียหายของผลผลิตทะลายปาล์มสดด้วยการควบคุมประชากรหนู โดยไม่ใช่สารเคมี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ
"โครงการนี้จะช่วยลดต้นทุนในการใช้สารเคมีและนำไปสู่โครงการต้นแบบให้เกษตรกรหันมาใส่ใจและห่วงใยต่อธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันบริษัทได้จ่ายนกแสกให้กับกลุ่มเกษตรกรทุกปี ขณะนี้ได้แจกไปแล้วมากกว่า 100 คู่"
เจ้าหน้าที่คนเดิมย้ำด้วยว่า นอกจากการห่วงใยสิ่งแวดล้อมแล้ว บริษัทมีกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรและภาคสังคม โดยเริ่มจากการวางรากฐานที่ดีแก่เยาวชนด้วยโครงการ "การจัดการสวนปาล์มน้ำมันเพื่ออาหารกลาววันนักเรียน" โดยมุ่งเน้นการปลูกฝังเด็กและเยาวชนไทยตามโรงเรียนต่างๆ ใน จ.ชุมพร ให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลและการจัดการสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดและนำรายได้จากผลผลิตมาเป็นทุนอาหารกลางวัน
"บริษัทได้สนับสนุนพันธุ์ปาล์มน้ำมัน ปุ๋ย โดยมีทีมนักวิชาการของบริษัทจะช่วยดูแลและติดตาม ตลอดระยะเวลา 3 ปี ก่อนที่ปาล์มน้ำมันจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ปัจจุบันได้ดำเนินการไปแล้ว 7 โรงเรียน พร้อมขยายโครงการนี้สู่โรงเรียนต่างๆ ต่อไปในอนาคต" วรวุฒิกล่าวทิ้งท้าย พร้อมเชิญชวนเกษตรกรที่สนใจกล้าปาล์มพันธุ์ดี "ซีพีไอ ไฮบริด" หรือต้องการให้บริษัทจัดฝึกอบรมให้ (ฟรี) สำหรับผู้ที่สนใจอยากมีอาชีพทำสวนปาล์มน้ำมัน โทร.0-2679-9166 (สนง.กรุงเทพฯ) หรือ 0-7759-9680 (สนง.ชุมพร) ได้ตลอดเวลา
--------------------------
(ท่องโลกเกษตร : ท่องศูนย์การเรียนรู้ปาล์มน้ำมันครบวงจร ดูวิธีจัดการกล้าพันธุ์ดี 'ซีพีไอ ไฮบริด' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



