ไลฟ์สไตล์

'หยุดทะเลาะ ขัดแย้ง แบ่งฝ่าย'ถวาย'ในหลวง-ราชินี'และแผ่นดิน

'หยุดทะเลาะ ขัดแย้ง แบ่งฝ่าย'ถวาย'ในหลวง-ราชินี'และแผ่นดิน

07 พ.ค. 2557

'หยุดทะเลาะ ขัดแย้ง แบ่งฝ่าย' ถวาย'ในหลวง-ราชินี'และแผ่นดิน : ผกามาศ ใจฉลาดรายงาน

               การสวดเจริญพระพุทธมนต์เจริญจิตตภาวนาทุกวันที่ 5 ของทุกเดือนนี้ เป็นไปตามมติของมหาเถรสมาคม (มส.) ตั้งแต่ปี 2556 ให้คณะสงฆ์สวดถวายพระพรและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แต่ในเดือนพฤษภาคมนี้จะเลื่อนจากวันที่ 5 มาสวดในวันที่ 7 พ.ค.เวลา 16.00 น. ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันฉัตรมงคลกว่า 3 หมื่นวัดทั่วประเทศ และอีกหลายวัดทั่วโลก สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธาน และพระสังฆาธิการทุกระดับในเขตกรุงเทพฯรวมกว่า 500 รูป จะร่วมพิธีศูนย์กลางที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว กรุงเทพฯ

               พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) กรรมการและโฆษกมหาเถรสมาคม(มส.) เล่าว่า การเจริญพระพุทธมนต์ด้วยการสวดพระปริตร เชื่อกันว่าจะช่วยป้องกันเภทภัยโจรร้าย ผีร้าย สัตว์ร้าย ที่จะมาทำลายชีวิต ตลอดถึง วาตภัย อุทกภัย ภัยรอบตัว ความทุกข์ยาก โดยอาศัยพระปริตรของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้รับอาราธนาจากพระเจ้ากรุงไพสาลีว่ามีโจรผู้ร้ายชุกชุม ข้าวยากหมากแพง ประชาชนทุกหมู่เหล่ายากจน ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดและสวดรัตนสูตร ทำน้ำพุทธมนต์ ให้พระอานนท์นำไปประพรมพระมหากษัตริย์ เสนาอามาตย์ ราชบริพาร ประชาชน เหตุเภทภัยทั้งหลายทั้งปวงก็สงบ ข้าวยากหมากแพงก็หายไป โจรผู้ร้ายสลาย ทำมาหากินเจริญรุ่งเรือง

               “เราจึงอยากย้อนอดีตสมัยพุทธกาลมาเปรียบปัจจุบันปี 2557 นี้ประเทศไทยเรามีการทะเลาะเบาะแว้งด้วยเหตุผลที่มองกันคนละมุม ทำอย่างไรจะให้ความขัดแย้งในสังคมสงบลงได้ อาตมภาพมองว่าไม่มีอะไรเกินการเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาแล้ว ประโยชน์ของการเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนานั้น ประการแรก ทำให้จิตใจผู้สวดตั้งใจทำบุญกุศลด้วยเมตตาธรรม สามารถเข้าไปสู่จิตใจโจรร้าย ผู้คิดร้าย ตลอดถึงสัตว์ร้าย จิตใจอ่อนโยน ส่งบุญกุศลไปยังประชาชนทุกหมู่เหล่าอยู่ร่วมกันได้”

               พระพรหมเมธี เล่าต่อไปว่า เมื่อเร็วๆ นี้อาตมาได้ไปร่วมประชุม 5 ศาสนา มีการบอกว่าขณะนี้เรือของคนไทยกำลังถูกคลื่นลมแรงจนกระทั่งเรือแตก มีรอยรั่ว น้ำซึมเข้ามา แล้วคนในเรือแบ่งเป็น 2 ฝ่าย ชี้หน้าด่ากันด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ไม่เป็นมงคลต่อตัวเอง สังคม ฝีพายต่างๆ ที่พายอยู่ก็ไม่รู้จะฟังฝ่ายไหน แต่เขาก็ต้องพาย วิธีแก้ไขที่อาตมภาพเห็นที่ดีที่สุดคือระงับคน 2 ฝ่ายที่สติแตก เรียกสติคืนมา คิดว่าเราก็เป็นคน เขาก็เป็นคน เพียงแต่มีความคิดแตกต่าง กินอาหารไม่เหมือนกัน บนโต๊ะอาหารหนึ่งสามารถตั้งน้ำบูดู ปลาร้า น้ำพริกอ่อง ร่วมกันได้ ไม่ใช่ตั้งได้แค่น้ำบูดูอย่างเดียว

               “คนที่ทะเลาะอยู่บนเรือ อาตมาอยากจะเสนอให้ช่วยกันนำเรือเข้าฝั่งก่อน แล้วค่อยมาพูดกัน เพราะถ้ายังชี้หน้าด่ากัน คลื่นก็ยังแรง น้ำเข้า เรือจมตายทั้งคนถูก คนผิด คนที่ชี้หน้าก็ตาย ในขณะที่ประเทศไทยกำลังอยู่ในภาวะที่เกิดการทะเลาะกัน หากประชาชนมาร่วมเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตภาวนา จะทำให้เกิดสติ อาตมาเชื่อแน่ว่าจะช่วยให้ประเทศหมดเภทภัย สามารถหาทางออกในการแก้ปัญหาได้”

               พระพรหมเมธี ยังกล่าวทิ้งท้ายอีกว่า ที่สำคัญอยากให้นึกถึงพ่อหลวงของเราให้มากๆ หากเราทะเลาะกันพ่อหลวงของเราจะทุกข์ขนาดไหน เมื่อลูก 2 ฝ่ายทะเลาะกัน แล้วจะให้พ่อหลวงท่านชี้ ท่านไม่ชี้หรอกว่าใครถูก ใครผิด เพราะก็เป็นลูกทั้งคู่ แล้วจะทำอย่างไรให้ลูก 2 ฝ่ายลดราวาศอกกันแล้วมาฟังคนไม่เลือกข้าง เช่น พระสงฆ์ ที่นำเรื่องการสวดครั้งนี้เป็นตัวนำ เอาศาสนานำการเมือง อาตมาเชื่อแน่ว่าไปรอด ไม่ใช่ปล่อยให้ประเทศชาติยากจน มีความขัดแย้ง ทะเลาะกัน ทำให้พ่อหลวงเราทุกข์ใจ แล้วเราจะพูดได้อย่างไรว่าบ้านเมืองของเราสุขสงบ


สวดปลดเปลื้องความทุกข์ให้แผ่นดิน

               พระเทพโพธิวิเทศ หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล และเจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา กล่าวว่า "ความขัดแย้งของคนทั้งหลาย เกิดจากวาทกรรม มิจฉาทิฐิ ยิ่งเปิดเผยวาจาเป็นมิจฉาทิฐิมากเท่าไหร่ ยิ่งเกิดความขัดแย้ง ดังนั้น การกล่าวถึงพระศาสดาหรือกล่าวถึงคำสอนนั้นถือเป็นพลังของคนนับถือศาสนา ในฐานะชาวพุทธเมื่อได้มาร่วมกันพูดแต่สิ่งดี ร่วมกันสวดมนต์ จะนำความร่มเย็นเป็นสุข ปลดเปลื้องความทุกข์ให้แผ่นดินได้”

               พระโพธินันทมุนี วัดป่าพุทธคยา ประเทศอินเดีย กล่าวว่า ปัจจุบันการแก้ปัญหาบ้านเมืองนั้นกฎหมายไม่มีความหมาย จึงมายึดเอาหลักธรรม เมตตาธรรมเป็นเครื่องแก้ปัญหา เราในฐานะพุทธบริษัทจึงมาร่วมกันหาทางออกให้แก่ประเทศ ด้วยการร่วมเจริญพุทธมนต์เกิดมนต์ 3 ประการ ได้แก่ ประการแรก เกิดสติ ทำให้คนสร้างปัญหามีสติ ประการที่ 2 เกิดคุณธรรม สำนึกความเป็นมนุษย์ สำนึกในชาติ ในแผ่นดิน สำนึกในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่าพระองค์ได้ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อพวกเรา ประการที่สาม เกิดเมตตาธรรมต่อกัน

               "เราชนะเพราะความทะลุดุดัน เราชนะเพราะเสียงข้างมาก เราชนะเพราะอำนาจ แต่เป็นความชนะที่ว่างเปล่า ก็ไม่สามารถจะก่อให้เกิดความสงบสุขได้ แต่ถ้าเรายอมแพ้เพื่อให้ประเทศชาติชนะ ถ้าเรายอมแพ้เพื่อให้ความสงบสุขชนะ ถ้าเรายอมแพ้เพื่อให้สังคมอยู่ได้ นับเป็นเมตตาธรรมอย่างสูงจากทุกฝ่าย”

..............

(หมายเหตุ : 'หยุดทะเลาะ ขัดแย้ง แบ่งฝ่าย' ถวาย'ในหลวง-ราชินี'และแผ่นดิน : ผกามาศ  ใจฉลาดรายงาน)